1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
ปัญหายาเสพติดและอบายมุขส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั้งด้านสุขภาพ การเรียน พฤติกรรม ความสัมพันธ์ในครอบครัว และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่วัยรุ่น มีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น และอาจเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงในหลายรูปแบบ เช่น การถูกชักชวนให้ทดลองบุหรี่ไฟฟ้า การรับสิ่งของที่ไม่ทราบแหล่งที่มา การเล่นพนันออนไลน์ การเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือการถูกกดดันให้ปกปิดข้อมูลจากผู้ใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้เท่าทันสถานการณ์ สามารถปฏิเสธ ตัดสินใจอย่างปลอดภัย และขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่ไว้วางใจได้ ไม่ใช่เพียงจดจำประเภทและโทษของยาเสพติดเท่านั้น
การป้องกันยาเสพติดอย่างยั่งยืนจึงควรพัฒนาทักษะสมองส่วนบริหารหรือ Executive Functions: EF ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำเพื่อใช้งาน การยับยั้งชั่งใจ การจดจ่อใส่ใจ การควบคุมอารมณ์ การคิดยืดหยุ่น การวางแผน และการติดตามประเมินตนเอง สถาบัน RLG และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (2561) อธิบายว่า EF เป็นพื้นฐานของความสามารถในการกำกับตนเอง ช่วยให้เด็กหยุดคิดก่อนลงมือทำ คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น และปรับเปลี่ยนวิธีการเมื่อเผชิญปัญหา ขณะที่ทิศนา แขมมณี (2560) เสนอว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองช่วยให้ผู้เรียนได้เผชิญปัญหาที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง ทดลองคิดและตัดสินใจ รวมทั้งเรียนรู้จากผลของทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรม
จากการจัดกิจกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 โรงเรียนบ้านบึงขวาง พบว่านักเรียนมีความแตกต่างด้านวัย ความสามารถในการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์ และการแก้ปัญหา การจัดกิจกรรมด้วยการบรรยายหรือใบงานเพียงอย่างเดียวอาจช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้เรื่องยาเสพติด แต่ยังไม่สามารถสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า ผู้เรียนจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อถูกกดดันหรือเผชิญเหตุการณ์จริง ผู้สอนจึงพัฒนา THE CASEWISE ภารกิจแฟ้มคดีลับพิชิตภัยยาเสพติดด้วยพลัง EF ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยใช้แฟ้มคดี การ์ดหลักฐาน การ์ดพยาน เบาะแสลวง สถานการณ์จำลอง กระดานเชื่อมโยงข้อมูล และการแสดงบทบาทสมมติเป็นเครื่องมือฝึก EF ผู้เรียนไม่ได้มีหน้าที่ค้นหาและลงโทษผู้กระทำผิด แต่ต้องวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง ตรวจสอบข้อมูล และออกแบบวิธีช่วยเหลือเพื่อนอย่างปลอดภัยโดยไม่กล่าวหา หรือตีตราผู้อื่น
2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
1. เพื่อพัฒนาทักษะสมอง EF ของนักเรียนด้านความจำเพื่อใช้งาน การยับยั้งชั่งใจ การคิดยืดหยุ่น การควบคุมอารมณ์ การวางแผน และการติดตามประเมินตนเอง
2. เพื่อพัฒนาความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยป้องกัน และบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้
3. เพื่อพัฒนาทักษะการสังเกต รวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ แยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และสรุปข้อมูลอย่างมีเหตุผล
4. เพื่อฝึกให้นักเรียนสามารถพิจารณาทางเลือก คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น ปฏิเสธแรงกดดัน ออกจากสถานการณ์เสี่ยง และขอความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
5. เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การควบคุมอารมณ์ การเคารพความคิดเห็น และการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
6. เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้ซ้ำ ปรับระดับความยาก และขยายผลสู่ระดับชั้นหรือสถานศึกษาอื่นได้
2.2 เป้าหมายเชิงปริมาณ
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 โรงเรียนบ้านบึงขวาง จำนวน 40 คน โดยกำหนดเป้าหมายดังนี้
1. นักเรียนจำนวน 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมครบตามขั้นตอนที่กำหนด
2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนความรู้เกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติดหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม
3. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลการประเมินทักษะสมอง EF อยู่ในระดับดีขึ้นไป
4. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 สามารถแยกแยะข้อเท็จจริง คำบอกเล่า และความคิดเห็นได้ถูกต้องตามเกณฑ์
5. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และเลือกแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยได้
6. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 สามารถปฏิเสธ ออกจากสถานการณ์ และขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่ไว้วางใจได้
7. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมในระดับมากขึ้นไป
2.3 เป้าหมายเชิงคุณภาพ
นักเรียนสามารถจดจำและเชื่อมโยงข้อมูลจากหลักฐานหลายแหล่ง หยุดคิดก่อนแสดงความคิดเห็น ไม่กล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน ปรับเปลี่ยนสมมติฐานเมื่อได้รับข้อมูลใหม่ ควบคุมอารมณ์เมื่อเกิดความเห็นต่าง และร่วมกันวางแผนช่วยเหลือเพื่อนได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งตระหนักถึงอันตรายของยาเสพติดและอบายมุข รู้จักปฏิเสธแรงกดดัน และขอความช่วยเหลือจากครู ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่ไว้วางใจได้
3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
การพัฒนา CASEWISE ภารกิจแฟ้มคดีลับพิชิตภัยยาเสพติดด้วยพลัง EF ดำเนินการโดยประยุกต์ใช้วงจรคุณภาพ PDCA ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้เชิงสืบสวนและสถานการณ์จำลอง เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 โรงเรียนบ้านบึงขวาง จำนวน 40 คน ได้ฝึกสังเกต รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบหลักฐาน ยับยั้งการด่วนตัดสิน วิเคราะห์ทางเลือก และเลือกวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัย
3.1 ตารางกระบวนการผลิตและพัฒนานวัตกรรมตามวงจร PDCA