ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) "แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ด้วยรูปแบบ CAMP MODEL เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในศตวรรษที่ 21

1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

1.1 ชื่อเรื่อง แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ด้วยรูปแบบ CAMP Model เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในศตวรรษที่ 21

1.2 ความเป็นมาและความสำคัญความต้องการในการพัฒนา

การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคน สร้างสังคม และสร้างชาติเป็นกลไกหลักในการพัฒนา กำลังคนให้มีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุขในกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการศึกษามีบทบาทสำคัญในการสร้างความได้เปรียบของประเทศเพื่อการแข่งขันและยืนหยัดในเวทีโลกภายใต้ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นพลวัต ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญและทุ่มเทกับการพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตนให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภูมิภาค และของโลก ควบคู่กับการธำรงรักษาอัตลักษณ์ของประเทศ ในส่วนของประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา การพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของคนไทยให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ ภายใต้แรงกดดันภายนอกจากกระแสโลกาภิวัตน์และแรงกดดันภายในประเทศที่เป็นปัญหาวิกฤตที่ประเทศต้องเผชิญ (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2560 )

ในยุคศตวรรษที่ 21 บทบาทของครูมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้ถ่ายทอดความรู้ไปสู่ “ผู้อำนวย

ความสะดวกในการเรียนรู้” (Facilitator) ที่สนับสนุนให้นักเรียนพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การสื่อสาร การทำงานร่วมกันและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ และผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียน พร้อมทั้งพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ (OECD, 2018)

โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ได้วิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา พบว่าครูนั้นมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน แต่ยังต้องมีการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน การสร้างนวัตกรรมทางการศึกษายังไม่ส่งผลผลลัพธ์ที่ชัดเจนแก่นักเรียน รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพยังไม่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

จากสภาพปัญหาและความต้องการดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรม CAMP MODEL ซึ่งเป็นรูปแบบ CAMP MODEL ยังถูกออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรและบุคลากร ส่งเสริมให้ครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนการเรียนรู้ของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการศึกษาชาติ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2565) พัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน การลงมือปฏิบัติจริง การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ครูเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติในการจัดการเรียนรู้ เป็นมิติใหม่ในการปฏิรูปการศึกษา ครูต้องมีความรู้และปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เพื่อนำไปประยุกต์และปรับใช้โดยมุ่งมั่นให้เกิดผลลัพธ์ต่อสมรรถนะทางวิชาชีพสำหรับครู และการเรียนรู้ของนักเรียน โดยออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน และสอดคล้องกับกลยุทธ์การจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 ในเสริมสร้างสมรรถนะของผู้เรียนด้วยการโค้ช (Coach) ของครูและการจัดการเรียนรู้ Active Learning เพื่อกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการพัฒนาตนเอง สอดคล้องความแตกต่างระหว่างบุคคลกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ครู ผู้บริหาร ทำงานอย่างมีเป้าหมายพัฒนายกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานตำแหน่งและพัฒนาให้มีวิทยฐานะที่สูงขึ้น

องค์ประกอบของ CAMP MODEL ประกอบด้วย

 C : Coaching: การมีพี่เลี้ยง/ที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ นิเทศ และสะท้อนคิด

 A : Action: การลงมือปฏิบัติจริงในการออกแบบและจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

 M : Management: การบริหารจัดการตนเอง งาน เวลา และการพัฒนาวิชาชีพ

 P : Performance Evaluation: การประเมินผล สะท้อนผล และปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานตาม PDCA

 Plan : วิเคราะห์บริบท ศึกษาข้อมูล วางแผนและออกแบบ CAMP MODEL

 Do : ดำเนินการ Coaching, Action และ Management

 Check : ติดตาม นิเทศ ประเมิน และสะท้อนผล

 Act : ปรับปรุง พัฒนา ขยายผล และจัดทำ Best Practice

2. จุดประสงค์และเป้าหมายของผลงาน/นวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

2.1 จุดประสงค์

1. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูโรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ในการจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง

ของศตวรรษที่ 21

2. เพื่อส่งเสริมให้ครูสามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

มีความคิดสร้างสรรค์ และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

3. เพื่อพัฒนาครูให้มีทักษะในการนิเทศ การบริหารจัดการและการประเมินผลตนเอง

ผ่านกระบวนการ CAMP MODEL

4. เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ในโรงเรียน

5. เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านการพัฒนาครูที่มีประสิทธิภาพ

2.2 เป้าหมาย

เชิงปริมาณ

1) ด้านครูผู้สอน

1. ครูผู้สอน ร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาตามแนวทาง CAMP MODEL

2. ครูผู้สอน ร้อยละ 80 สามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ส่งเสริมทักษะในศตวรรษที่ 21

3. ครูผู้สอน ร้อยละ 80 ได้รับการนิเทศแบบ Coaching และเข้าร่วม PLC อย่างต่อเนื่อง

4. ครูผู้สอน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้ อย่างน้อยคนละ 1 ผลงาน

2) ด้านนักเรียน

1. นักเรียน ร้อยละ 80 ได้รับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามแนวทาง Active Learning เช่น การตั้งคำถาม การทำงานกลุ่ม การนำเสนอผลงาน

2. นักเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

3. นักเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในการเรียนรู้ สนุกกับกิจกรรมในห้องเรียน มีสมรรถนะสำคัญและทักษะในศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3) ด้านสถานศึกษา

1. โรงเรียนมีแนวทางการพัฒนาครูที่เป็นระบบ และสามารถขยายผลสู่ครูทั้งโรงเรียนได้

2. โรงเรียนดำเนินกิจกรรม PLC อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียน

3. โรงเรียนมีนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่สามารถเผยแพร่และขยายผลได้อย่างน้อย 1 ผลงานต่อปี

เชิงคุณภาพ

1) ด้านครูผู้สอน

 ครูมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม มีทักษะการโค้ช การสะท้อนผลการปฏิบัติงาน และสามารถพัฒนาตนเองผ่านกระบวนการ PLC ได้อย่างต่อเนื่อง

2) ด้านนักเรียน

 นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และสามารถเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร รวมทั้งมีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

3) ด้านสถานศึกษา

 โรงเรียนมีระบบการพัฒนาครูที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่องผ่าน CAMP MODEL เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ส่งผลให้คุณภาพการจัดการศึกษาสูงขึ้น เกิดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) สามารถเผยแพร่ ขยายผล และเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาอื่นได้อย่างยั่งยืน

3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม

การดำเนินงานเพื่อพัฒนาครูด้วยรูปแบบ CAMP MODEL มีขั้นตอนอย่างเป็นระบบ 6 ขั้นตอน ดังนี้:

ขั้นตอนที่ 1: การศึกษาวิเคราะห์บริบทและปัญหา

3.1.1 รวบรวมข้อมูลบริบทของโรงเรียน เช่น จำนวนครู ระดับชั้นที่เปิดสอน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และข้อจำกัดในการพัฒนาครู

3.1.2 วิเคราะห์สมรรถนะครูในด้านการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยี การนิเทศ

การประเมิน และการทำงานร่วมกัน

3.1.3 สำรวจความต้องการจำเป็น (Needs Assessment) ของครูในการพัฒนาตนเอง

3.1.4 สังเคราะห์ปัญหาและความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบรูปแบบการพัฒนา CAMP MODEL

3.1.1 นำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 มาวางกรอบแนวคิดการพัฒนา โดยใช้โมเดล CAMP

เป็นแกนหลัก

C: Coaching – การมีพี่เลี้ยง/ที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ นิเทศ และสะท้อนคิด

A: Action – การลงมือปฏิบัติจริงในการออกแบบและจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

M: Management – การบริหารจัดการตนเอง งาน เวลา และการพัฒนาวิชาชีพ

P: Performance Evaluation – การประเมินผล สะท้อนผล และปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

3.1.2 ออกแบบกระบวนการฝึกอบรม กิจกรรม PLC และระบบนิเทศติดตามให้สอดคล้อง

กับบริบทของโรงเรียน

3.1.3 กำหนดตัวชี้วัดและเครื่องมือประเมินที่สามารถวัดผลการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งด้านพฤติกรรมและผลสัมฤทธิ์

ขั้นตอนที่ 3: การสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อม

3.1.1 จัดประชุมครูทั้งโรงเรียนเพื่อสร้างความเข้าใจในเป้าหมาย รูปแบบและผลที่คาดว่า

จะเกิดขึ้นจาก CAMP MODEL

3.1.2 แบ่งครูออกเป็นกลุ่มตามระดับชั้นหรือกลุ่มสาระ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ภายใน

3.1.3 แต่งตั้งครูพี่เลี้ยง (Coach) ที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนกลุ่มครูเป้าหมาย

3.1.4 จัดทำคู่มือ/เอกสารประกอบเพื่อใช้ในการอบรมและปฏิบัติ

ขั้นตอนที่ 4: การดำเนินกิจกรรมพัฒนาครูตามรูปแบบ CAMP MODEL

C: Coaching

3.1.1 จัดเวทีสะท้อนคิดรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยมีครูพี่เลี้ยงคอยชี้แนะ แนะนำ

และให้ข้อมูลย้อนกลับ

3.1.2 ใช้กระบวนการนิเทศแบบโค้ชชิ่ง (Coaching and Mentoring) อย่างต่อเนื่อง

A: Action

3.1.3 ให้ครูออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยบูรณาการทักษะศตวรรษที่ 21

3.1.4 ครูนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้ในห้องเรียนจริง

3.1.5 บันทึกผลและจัดเก็บหลักฐานเพื่อใช้ในการสะท้อนคิด

M: Management

3.1.6 สนับสนุนการบริหารจัดการงานของครู โดยให้ความรู้เรื่องการบริหารเวลา การวาง

แผนงาน การบริหารชั้นเรียน

3.1.7 ส่งเสริมให้ครูบริหารจัดการแผนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี/แพลตฟอร์มออนไลน์

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

P: Performance Evaluation

3.1.8 ดำเนินการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ของครูและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยใช้ข้อมูลหลากหลาย เช่น แบบประเมิน สังเกตพฤติกรรม แบบสะท้อนคิด

3.1.9 ให้ครูสะท้อนตนเอง (Self Reflection) และให้เพื่อนครูประเมินร่วม (Peer Review)

3.1.10 สรุปผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในด้านพฤติกรรมครูและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน

ขั้นตอนที่ 5: การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)

3.1.1 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับกลุ่มสาระและระดับโรงเรียน (ทั้งแบบ on-site และ online)

3.1.2 นำเสนอกรณีศึกษาหรือบทเรียนที่ได้จากการใช้ CAMP MODELของครูแต่ละคน

3.1.3 ใช้เวที PLC เป็นพื้นที่สนับสนุนการแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนจริง

3.1.4 ส่งเสริมให้ครูเป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายผลต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ 6: การติดตาม ประเมินผล และขยายผล

3.1.1 สรุปผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านคุณภาพและเชิงปริมาณ

(เช่น ร้อยละของครูที่เปลี่ยนแปลง)

3.1.2 จัดทำรายงานผลการดำเนินงาน สรุปแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และข้อเสนอแนะ

เพื่อปรับปรุง

3.1.3 ขยายผลการดำเนินงานไปยังกลุ่มครูอื่นในโรงเรียนหรือโรงเรียนในเครือข่ายในระดับ

เขตพื้นที่

3.1.4 จัดกิจกรรมนำเสนอผลงาน เช่น นิทรรศการหรือเวทีวิชาการภายในโรงเรียน/เครือข่าย

สรุปได้ว่ารูปแบบ CAMP MODEL เป็นกระบวนการพัฒนาครูที่เป็นระบบ มีขั้นตอนต่อเนื่องจากการศึกษาบริบท → การออกแบบ → การนำไปใช้ → การประเมิน → การขยายผล โดยครูมีบทบาทเป็นผู้เรียนรู้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง และผู้ออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

อย่างแท้จริง

โพสต์โดย แขก : [14 ก.ค. 2569 (13:06 น.)]
อ่าน [116] ไอพี : 203.172.255.122
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,606 ครั้ง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน

เปิดอ่าน 42,963 ครั้ง
4 พฤติกรรมเสี่ยง ทำสิ่งเหล่านี้ในอนาคตปวดหลังเรื้อรังแน่นอน
4 พฤติกรรมเสี่ยง ทำสิ่งเหล่านี้ในอนาคตปวดหลังเรื้อรังแน่นอน

เปิดอ่าน 16,128 ครั้ง
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร

เปิดอ่าน 253,983 ครั้ง
เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเลี้ยง "ไซบีเรียน ฮัสกี้"
เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเลี้ยง "ไซบีเรียน ฮัสกี้"

เปิดอ่าน 60,389 ครั้ง
ศรัทธา 4
ศรัทธา 4

เปิดอ่าน 75,642 ครั้ง
ตารางธาตุ
ตารางธาตุ

เปิดอ่าน 49,024 ครั้ง
หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ (ใหม่)
หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ (ใหม่)

เปิดอ่าน 13,489 ครั้ง
บั้งไฟพญานาค
บั้งไฟพญานาค

เปิดอ่าน 21,793 ครั้ง
"ศุภโชค"
"ศุภโชค"

เปิดอ่าน 16,557 ครั้ง
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

เปิดอ่าน 141,667 ครั้ง
ครูไทย 4.0 (จบ) : โดย ดิเรก พรสีมา
ครูไทย 4.0 (จบ) : โดย ดิเรก พรสีมา

เปิดอ่าน 14,575 ครั้ง
ชมคลิปฮา! นักเรียนแลกเปลี่ยนเม็กซิกัน พูดความ (จริง) ในใจ ถึงการเรียนในเมืองไทย
ชมคลิปฮา! นักเรียนแลกเปลี่ยนเม็กซิกัน พูดความ (จริง) ในใจ ถึงการเรียนในเมืองไทย

เปิดอ่าน 19,975 ครั้ง
ชวนดู ฝนดาวตก โอไรโอนิดส์ Orionid Meteors shower
ชวนดู ฝนดาวตก โอไรโอนิดส์ Orionid Meteors shower

เปิดอ่าน 16,131 ครั้ง
นอนหลับท่าไหนดีที่สุด
นอนหลับท่าไหนดีที่สุด

เปิดอ่าน 16,754 ครั้ง
โรคฉี่หนู เชื้อร้ายที่มากับน้ำท่วม
โรคฉี่หนู เชื้อร้ายที่มากับน้ำท่วม

เปิดอ่าน 12,739 ครั้ง
น้องซีที หุ่นยนต์ เสิร์ฟอาหาร สัญชาติไทย
น้องซีที หุ่นยนต์ เสิร์ฟอาหาร สัญชาติไทย
เปิดอ่าน 13,726 ครั้ง
วิธีฉีดน้ำหอมที่ถูกวิธี
วิธีฉีดน้ำหอมที่ถูกวิธี
เปิดอ่าน 50,318 ครั้ง
6P คาถาที่จะทำให้คุณครูมีความสุขกับการทำงาน
6P คาถาที่จะทำให้คุณครูมีความสุขกับการทำงาน
เปิดอ่าน 14,639 ครั้ง
คุณรู้จักตัวเองดีพอ...หรือยัง ? ลองประเมินตัวเองดูที่นี่
คุณรู้จักตัวเองดีพอ...หรือยัง ? ลองประเมินตัวเองดูที่นี่
เปิดอ่าน 13,902 ครั้ง
"17 ท่านวดง่ายๆ" ช่วยลูกน้อย "ผ่อนคลาย-สุขภาพดี"
"17 ท่านวดง่ายๆ" ช่วยลูกน้อย "ผ่อนคลาย-สุขภาพดี"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ