การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยผังงาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีวัตถุประสงค์การวิจัยดังต่อไปนี้ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพ ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยผังงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาวิทยาการคำนวณ เรื่อง การแก้ปัญหาด้วยผังงาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding 3) เพื่อศึกษาทักษะการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding 4)เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชุมชนวัดปัณณาราม จำนวน 25 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
ผู้วิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยมีรายละเอียดวิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานและแนวทางการจัดการเรียนรู้ (Analysis) เป็นการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) รวมถึงแนวคิดเรื่อง ทักษะการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) และการจัดการเรียนรู้แบบ Unplugged Coding เพื่อกำหนดกรอบแนวคิดในการพัฒนา ในระยะนี้ผู้วิจัยได้นำเครื่องมือเสนอต่อ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของเนื้อหา ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model (Development) ผู้วิจัยดำเนินการสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Stimulating), ขั้นวางแผน (Mapping), ขั้นปฏิบัติการ (Action), ขั้นสะท้อนความคิด (Representing) และขั้นประยุกต์ใช้ (Transferring) พร้อมทั้งพัฒนาสื่อประกอบ ได้แก่ เกมกระดาน Unplugged Coding และแบบฝึกทักษะจำนวน 5 ชุด โดยมีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือด้วยค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Implementation) ผู้วิจัยนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้รวม 10 ชั่วโมง โดยมีการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test) ระยะที่ 4 การประเมินผลและสรุปผลการพัฒนารูปแบบ (Evaluation) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินผลในด้านต่างๆ ได้แก่ หา ประสิทธิภาพของนวัตกรรม (E1/E2) ตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสถิติ t-test ประเมิน ทักษะการคิดเชิงคำนวณ ของผู้เรียน ศึกษา ความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model ที่พัฒนาขึ้น
ผลการวิจัย พบว่า
1. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ SMART Algorithm Model โดยใช้เกมกระดาน Unplugged Coding มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 87.04/90.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.96 (ร้อยละ 29.60) เป็น 9.04 (ร้อยละ 90.40) และมีค่าสถิติทดสอบที (t−test) เท่ากับ 31.87
3. พัฒนาการของผู้เรียน นักเรียนมีพัฒนาการทางการเรียนที่ก้าวหน้าขึ้นและมีระดับความรู้ที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น พิจารณาจากค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ที่ลดลงจาก 1.43 ในการทดสอบก่อนเรียน เหลือเพียง 0.73 ในการทดสอบหลังเรียน
4. ทักษะการคิดเชิงคำนวณ นักเรียนมีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น สามารถออกแบบขั้นตอนวิธี (Algorithm Design) และแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบผ่านกิจกรรม Unplugged Coding ทั้ง 5 ขั้นตอนของ SMART Model ซึ่งช่วยให้ปัญหาที่เป็นนามธรรมเข้าใจได้ง่ายขึ้น
5. ความพึงพอใจ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ SMART Algorithm Model อยู่ในระดับ มากที่สุด
คำสำคัญ: รูปแบบ SMART Algorithm Model, Unplugged Coding, การคิดเชิงคำนวณ, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
(ผู้วิจัย นางสาวคนึงนิตย์ สุขขาว)