วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
(๑) เพื่อพัฒนานักเรียนโรงเรียนวัดมหาโพธิใต้ให้มีคุณลักษณะตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ๔ ด้าน ได้แก่ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม มีทักษะการทำงานและทักษะอาชีพตามวัย และเป็นพลเมืองดีที่มีจิตสาธารณะ
(๒) เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาให้เป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน และสามารถติดตามประเมินผลได้ โดยใช้กระบวนการ GOOD Model : ๔ วิถี สร้างคนดี วิถีมหาโพธิใต้การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืน
(๓) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง วัด คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชนในการพัฒนาผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายและขยายผลสู่ความยั่งยืน
เป้าหมายเชิงปริมาณ
(๑) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔๖ โรงเรียนวัดมหาโพธิใต้ จำนวน ๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ครบทั้ง ๔ ด้าน โดยเข้าร่วมอย่างน้อยด้านละ ๑ กิจกรรมต่อภาคเรียน
โรงเรียนวัดมหาโพธิใต้ดำเนินงานตาม GOOD Model : สร้างคนดี ๔ วิถีมหาโพธิใต้ โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกในการขับเคลื่อน เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นระบบ ต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ดังนี้
ขั้นที่ ๑ Plan : วางแผนและออกแบบกระบวนการ
การประชุมผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหาและพฤติกรรมของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔๖ จำนวน ๕๑ คน จากข้อมูลการสังเกตพฤติกรรม การร่วมกิจกรรมของโรงเรียน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และการมีจิตอาสา จากนั้นนำข้อมูลมาวางแผนพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ การวางแผนครอบคลุมการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายเชิงปริมาณ เป้าหมายเชิงคุณภาพ กิจกรรมหลัก เครื่องมือประเมิน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาดำเนินงาน และหลักฐานประกอบผลการดำเนินงาน โดยกำหนดให้กิจกรรมทุกกิจกรรมต้องสามารถปฏิบัติได้จริง เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และมีผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้อย่างชัดเจน
ขั้นที่ ๒ Do : ดำเนินกิจกรรมตาม ๔ วิถีมหาโพธิใต้
โรงเรียนดำเนินกิจกรรมตามองค์ประกอบของ GOOD Model ครบทั้ง ๔ ด้าน โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ฝึกคิด ฝึกทำ ฝึกสะท้อนผล และนำพฤติกรรมที่ดีไปใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้
G : Good Citizenship วิถีที่ ๑ รักบ้านเมือง
ดำเนินกิจกรรมหน้าเสาธงสร้างคนดี และกิจกรรมยิ้มงาม ไหว้ดี วิถีมหาโพธิใต้ เพื่อปลูกฝัง ให้นักเรียนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง เคารพกฎระเบียบ มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของห้องเรียน โรงเรียน และชุมชน
O : Outstanding Morality วิถีที่ ๒ มีคุณธรรม
ดำเนินกิจกรรม กิจกรรมพลพรรค รักการออม กิจกรรมห้องเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด เด็กดีมีวินัย เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ ความกตัญญู และรู้จักแยกแยะพฤติกรรมที่เหมาะสมกับไม่เหมาะสม นักเรียนได้บันทึกความดีของตนเอง สะท้อนพฤติกรรม และได้รับการเสริมแรงเชิงบวกจากครู
O : Occupation Skills วิถีที่ ๓ นำสู่อาชีพ
ดำเนินกิจกรรมตลาดนัดพอเพียง และกิจกรรมนักประดิษฐ์น้อยจากของเหลือใช้ เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านอาชีพให้นักเรียนรู้จักการทำงาน การวางแผน การแบ่งหน้าที่ การคิดต้นทุนอย่างง่าย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ความประหยัด ความขยัน อดทน และเห็นคุณค่าของอาชีพสุจริต
D : Dedication to Society วิถีที่ ๔ จิตอาสาเพื่อส่วนรวม
ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาสร้างสุข และกิจกรรมขยะเป็นศูนย์เพิ่มมูลค่า เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน มีจิตสาธารณะ รู้จักเสียสละ ช่วยเหลือผู้อื่น ดูแลรักษาความสะอาด ดูแลทรัพย์สินส่วนรวม รับผิดชอบต่อเขตพื้นที่ของตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนให้น่าอยู่
ขั้นที่ ๓ Check : ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
โรงเรียนติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือประเมินที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นผล การเปลี่ยนแปลงของนักเรียนอย่างชัดเจน ทั้งด้านการเข้าร่วมกิจกรรม คุณลักษณะตามพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษา และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะตามกรอบพระบรมราโชบายด้านการศึกษา แบบประเมินตนเอง แบบประเมินโดยครูประจำชั้น สมุดบันทึกการออม ผลงานนักเรียน ภาพถ่ายกิจกรรม และการเปรียบเทียบผล การประเมินก่อนและหลังการดำเนินกิจกรรม การประเมินมุ่งเน้นพฤติกรรมสำคัญ ได้แก่ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การช่วยเหลือส่วนรวม การดูแลรักษาทรัพย์สินของโรงเรียน และการมีจิตอาสา
ขั้นที่ ๔ Act : สะท้อนผล ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอด
หลังการดำเนินกิจกรรม โรงเรียนนำผลการประเมินมาวิเคราะห์และสะท้อนผลร่วมกันผ่านการประชุมครูและกระบวนการ PLC เพื่อพิจารณาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และแนวทางปรับปรุงกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น โรงเรียนได้นำผลการสะท้อนกลับไปปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงาน เช่น การปรับรายการประเมินให้ชัดเจนขึ้น การเพิ่มบทบาทนักเรียนแกนนำ การส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการติดตามพฤติกรรมที่บ้าน การจัดทำหลักฐานกิจกรรมอย่างเป็นระบบ และการเผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านช่องทางของโรงเรียน เพื่อให้เกิดการขยายผลและพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ทั้ง ๓ ข้อ สามารถอธิบายได้ดังนี้
๑. ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑
ส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการพัฒนาคุณลักษณะครบทั้ง ๔ ด้าน
วัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ มุ่งให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔๖ ทุกคนได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาครบทั้ง ๔ ด้าน โดยกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนจำนวน ๕๑ คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยด้านละ ๑ กิจกรรมต่อภาคเรียน
ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนจำนวน ๕๑ คน จากทั้งหมด ๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ได้เข้าร่วมกิจกรรมครบทั้ง ๔ วิถี ได้แก่
วิถีที่ ๑ รักบ้านเมือง ผ่านกิจกรรมหน้าเสาธงสร้างคนดี และกิจกรรมยิ้มงาม ไหว้ดี วิถีมหาโพธิใต้
วิถีที่ ๒ มีคุณธรรม ผ่านกิจกรรมพลพรรค รักการออม และกิจกรรมห้องเรียนสีขาวปลอดยาเสพติด
วิถีที่ ๓ นำสู่อาชีพ ผ่านกิจกรรมตลาดนัดพอเพียง และกิจกรรมนักประดิษฐ์น้อยจากของเหลือใช้
วิถีที่ ๔ จิตอาสาเพื่อส่วนรวม ผ่านกิจกรรมจิตอาสาสร้างสุข และกิจกรรมขยะเป็นศูนย์เพิ่มมูลค่า
นักเรียนทุกคนมีร่องรอยการเรียนรู้และหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรม เช่น แบบลงทะเบียน ภาพถ่าย สมุดบันทึกการออม สมุดจิตอาสา ชิ้นงาน ผลิตภัณฑ์ และแฟ้มสะสมงาน จึงแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานครอบคลุมนักเรียนทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเรียนแกนนำหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ผลดังกล่าวสะท้อนว่าโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
จึงสรุปได้ว่า วัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ บรรลุเป้าหมายร้อยละ ๑๐๐
๒. ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒
พัฒนาคุณลักษณะและพฤติกรรมของนักเรียนให้อยู่ในระดับดีขึ้นไป
วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านคุณลักษณะและพฤติกรรมอย่างชัดเจน โดยกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนไม่น้อยกว่า ๔๑ คน จากทั้งหมด ๕๑ คน หรือไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีขึ้นไป และผลการประเมินหลังดำเนินงานสูงกว่าก่อนดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานพบว่า กิจกรรมทั้ง ๘ กิจกรรมมีผลการประเมินหลังดำเนินงาน ร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป หรือมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่า ๔๖ คนในแต่ละกิจกรรม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ การเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏในผู้เรียน ได้แก่ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงอย่างมีระเบียบและตรงต่อเวลามากขึ้น นักเรียนมีมารยาทไทย ใช้คำพูดสุภาพ ยิ้ม ทักทาย และไหว้ได้ถูกต้อง นักเรียนมีวินัย รู้จักออมเงิน และวางแผนการใช้จ่ายได้ดีขึ้น นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง
นักเรียนสามารถวางแผนการทำงาน แบ่งหน้าที่ คำนวณต้นทุน และจำหน่ายสินค้า นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างเป็นชิ้นงาน นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาและช่วยเหลืองานส่วนรวมด้วยความสมัครใจ และนักเรียนสามารถคัดแยกขยะและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น
ผลการประเมินหลังดำเนินงานสูงกว่าก่อนดำเนินงานทุกกิจกรรม แสดงให้เห็นว่า GOOD Model ไม่ได้ทำให้ผู้เรียนเพียงเข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น แต่ส่งผลต่อพฤติกรรมและคุณลักษณะที่แสดงออกจริงในชีวิตประจำวัน
หลักฐานที่ใช้ยืนยันผล ได้แก่ แบบประเมินก่อนหลัง แบบสังเกตพฤติกรรม ตารางคะแนนรายบุคคล กราฟเปรียบเทียบก่อนหลัง สมุดออมเงิน ชิ้นงาน บัญชีต้นทุน สมุดจิตอาสา และบันทึกการคัดแยกขยะ
ดังนั้น วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ จึง บรรลุและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยผลการประเมินทุกกิจกรรมอยู่ที่ร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป
๓. ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
วัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ มีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินกิจกรรม สนับสนุน ติดตาม และสะท้อนผล
ผลการดำเนินงานพบว่า ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมคิดเป็น ร้อยละ ๙๕ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้
ผู้บริหาร กำหนดนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสนับสนุนให้บรรจุ GOOD Model ไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพและแผนปฏิบัติการประจำปี
ครู ร่วมวิเคราะห์บริบท ออกแบบกิจกรรม จัดทำเครื่องมือวัดและประเมินผล ดูแลการปฏิบัติงาน ของนักเรียน และนำผลเข้าสู่กระบวนการ PLC เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน
นักเรียน มีส่วนร่วมในการคิด วางแผน แบ่งหน้าที่ ลงมือปฏิบัติ สะท้อนผล และประเมินตนเอง ทำให้นักเรียนเกิดความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของกิจกรรม
ผู้ปกครอง ร่วมติดตามและส่งเสริมพฤติกรรมของนักเรียนที่บ้าน เช่น การไหว้ การออม การรับผิดชอบงานบ้าน การคัดแยกขยะ และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ข้อมูลสะท้อนกลับแก่โรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน ร่วมให้ข้อเสนอแนะ สนับสนุนวัสดุ แหล่งเรียนรู้ วิทยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งร่วมติดตามและรับทราบผลการดำเนินงาน ความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้การพัฒนาผู้เรียนเกิดขึ้นทั้งในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ทำให้กิจกรรมมีความต่อเนื่องและสามารถขยายผลได้จริง
หลักฐานประกอบ ได้แก่ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ รายงานการประชุม แบบลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม แบบประเมินการมีส่วนร่วม ภาพถ่ายกิจกรรม หนังสือสนับสนุน และรายงานการสะท้อนผล
สรุปได้ว่า
บทเรียนสำคัญจากการดำเนินงานตาม GOOD Model : ๔ วิถี สร้างคนดี วิถีมหาโพธิใต้การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืน คือ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีต้องอาศัยกระบวนการที่ชัดเจน กิจกรรมที่ปฏิบัติได้จริง การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อผู้เรียนได้รับโอกาสให้คิด ลงมือทำ สะท้อนผล และได้รับการเสริมแรงเชิงบวก จะสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น GOOD Model จึงเป็นแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อควรระวังคือ ต้องไม่ทำให้กิจกรรมเป็นเพียงงานเอกสาร แต่ต้องเน้นการปฏิบัติจริง ผลลัพธ์จริง และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับนักเรียนอย่างแท้จริง เพื่อให้การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติเกิดผลสำเร็จและยั่งยืน