ชื่อผลงานนวัตกรรม
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ FUNgLish-Active & Smart Model
เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติและสมรรถนะด้านซอฟต์สกิล (Soft Skills) สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อเจ้าของผลงาน
นางสาวศิรินันท์ คำมอย โรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 4
ความเป็นมาและสภาพปัญหา
การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะองค์รวม ทั้งในด้านความรู้เชิงวิชาการ ทักษะภาคปฏิบัติ (Hands-on Experience) และทักษะทางสังคมหรือซอฟต์สกิล (Soft Skills) เช่น การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความกล้าแสดงออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงองค์ความรู้สากล สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของชาติที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้เชิงประยุกต์เพื่อการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ยังมีผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดหวัง ปัญหามีสาเหตุหลักมาจากกระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบเดิมที่เน้นการท่องจำโครงสร้างไวยากรณ์และคำศัพท์แบบแยกส่วน ขาดการบูรณาการสู่การปฏิบัติจริง ส่งผลให้ผู้เรียนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงออก และขาดสมรรถนะด้านซอฟต์สกิลที่จำเป็น
จากการศึกษาปัจจัยแวดล้อมประกอบกับข้อเสนอแนะเชิงวิชาการจากคณะผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผลการสะท้อนคิดผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับผู้บริหารและคณะครูเพื่อต่อยอดนวัตกรรม "FUNgLish Model" ที่ได้ริเริ่มไว้ในปีก่อนหน้า พบว่า "การขาดทักษะภาคปฏิบัติและความต่อเนื่องในการฝึกฝนซอฟต์สกิล" เป็นประเด็นท้าทายเร่งด่วนที่สุดที่ต้องดำเนินการแก้ไข เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ สอดคล้องกับบริบทและทรัพยากรของสถานศึกษา
ด้วยเหตุนี้ ผู้ศึกษาจึงได้นำทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) และแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาบูรณาการขยายผลเพื่อยกระดับและต่อยอดนวัตกรรมเดิมสู่ "รูปแบบการจัดการเรียนรู้ FUNgLish-Active & Smart" โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติและสมรรถนะด้านซอฟต์สกิลของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสุขในการเรียนรู้ มีความกล้าแสดงออก และสามารถนำทักษะภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตจริงได้อย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม
1.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ "FUNgLish-Active & Smart" ให้เป็นนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาผู้เรียนขาดทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้ได้จริง
1.2 เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติ (Hands-on English Skills) และสมรรถนะด้านซอฟต์สกิล (Soft Skills) ได้แก่ความกล้าแสดงออก การสื่อสารและการทำงานเป็นทีมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
1.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจและเจตคติของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ "FUNgLish-Active & Smart"
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
กรอบแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม (FUNgLish-Active & Smart Model)
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงระบบ (System Approach) ในรูปแบบ Input Process Output Outcome เป็นกรอบในการขับเคลื่อนและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นวงจร ดังนี้
1. ปัจจัยนำเข้า (Input)
บริบทและสภาพปัญหา: ปัญหาผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านสันทราย ขาดทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติ ความกลัวในการสื่อสาร และการขาดสมรรถนะซอฟต์สกิล (Soft Skills)
แนวคิดทฤษฎีฐานราก: ทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism), การเสริมต่อการเรียนรู้ (Scaffolding), การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง (Experiential Learning) และการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) โดยมุ่งเน้นซอฟต์สกิล 3C (Collaboration, Communication, Confidence)
ทรัพยากรและบุคคล: ครูผู้พัฒนานวัตกรรม, นักเรียนชั้น ป.5, สื่อทำมือ (Hands-on Phonics) และสื่อของจริง (Realia)
นโยบายขับเคลื่อน: โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) ประจำปีงบประมาณ 2569 และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
2. กระบวนการดำเนินงาน (Process)
ขับเคลื่อนนวัตกรรมเชิงรุกอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการ 3 ระยะ ร่วมกับกลไก F-U-N-G-LISH Framework 5 ขั้นตอน
ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบ (Development): ระดมสมองผ่านกระบวนการ PLC ออกแบบกิจกรรม Active & Smart 5 ขั้นตอน ได้แก่
1. F Fun Start (กระตุ้นกายใจ)
2. U Use of Phonics (ฝึกประสมคำเพื่อนช่วยเพื่อน)
3. N New Vocabulary & Expression (เรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริง)
4. G Group Mission & Guided Practice (ปฏิบัติภารกิจกลุ่ม)
5. LISH Learn-Inspired-Showcase (สะท้อนคิดและนำเสนอผลงาน) และผ่านการตรวจประเมินค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน
ระยะที่ 2 การใช้รูปแบบ (Implementation): นำคู่มือไปปฏิบัติจริงในชั้นเรียน ป.5 โดยครูปรับบทบาทเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) ร่วมกับการใช้สื่อจำลองสถานการณ์ (Role-play Props)
ระยะที่ 3 การสะท้อนผล (Reflection): ควบคุมคุณภาพด้วยการศึกษาชั้นเรียนและการนิเทศ (Lesson Study & Open Class) โดยผู้บริหาร พร้อมทำ After Action Review (AAR) ร่วมกับกลุ่มสาระฯ ทุกสัปดาห์
3. ผลผลิต (Output)
ตัวนวัตกรรม: รูปแบบการจัดการเรียนรู้ "FUNgLish-Active & Smart Model" พร้อมคู่มือการใช้งานและเครื่องมือวัดผลที่มีประสิทธิภาพ
ผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะ: นักเรียนชั้น ป.5 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 มีทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติและสมรรถนะซอฟต์สกิล (3C) ผ่านเกณฑ์ในระดับ "ดี" ขึ้นไป
ความพึงพอใจ: นักเรียนร้อยละ 90 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับ "มากที่สุด"
4. ผลลัพธ์ (Outcome)
สมรรถนะผู้เรียนที่ยั่งยืน: ผู้เรียนเกิดความมั่นใจ (Confidence) ลดความกลัวในการใช้ภาษา มีทักษะการทำงานเป็นทีม (Collaboration) และการสื่อสาร (Communication) ที่ประยุกต์ใช้ได้ในวิถีชีวิตจริง
วัฒนธรรมองค์กร: เกิดวัฒนธรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning Culture) และกระบวนการเปิดชั้นเรียน (Open Class) ที่เข้มแข็งภายในโรงเรียน
การยอมรับและขยายผล: ได้รับคัดเลือกเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในโครงการ IFTE พร้อมเกิดเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาอำเภอสารภีและมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น
ขั้นตอน/กระบวนการดําเนินงาน หรือรูปแบบของนวัตกรรม
กระบวนการดำเนินงานและรูปแบบการขับเคลื่อนนวัตกรรม
การขับเคลื่อนรูปแบบการจัดการเรียนรู้ "FUNgLish-Active & Smart Model" มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การจัดทำเอกสารคู่มือและแนวทางปฏิบัติ (Standardization)
จัดทำ "คู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ FUNgLish-Active & Smart" เพื่อเป็นกรอบแนวทางปฏิบัติเชิงรูปธรรม
องค์ประกอบคู่มือ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โครงสร้างกิจกรรม 5 ขั้นตอน (F-U-N-G-LISH) แนวทางการใช้สื่อการสอนภาคปฏิบัติ (Hands-on Materials) และเครื่องมือวัดประเมินผลสัมฤทธิ์ทางภาษาควบคู่กับแบบประเมินสมรรถนะซอฟต์สกิล (Soft Skills)
2. การสร้างความเข้าใจร่วมกับภาคีเครือข่าย (Stakeholder Engagement)
สร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติเชิงบวกก่อนการใช้นวัตกรรมผ่านการประชุมกลุ่มย่อยร่วมกับครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เพื่อชี้แจงหลักการ วัตถุประสงค์ และการปรับบทบาทของครูสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)
สื่อสารทำความเข้าใจกับผู้เรียนและผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงและการทำงานร่วมกันเป็นทีม
3. การบริหารจัดการและสนับสนุนทรัพยากร (Resource Allocation)
ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณพัฒนาวิชาการจากผู้บริหารสถานศึกษา ในการจัดหาจัดทำสื่อการเรียนรู้ของจริง (Realia) และอุปกรณ์ประกอบการจำลองสถานการณ์ (Role-play Props)
บริหารจัดการทรัพยากรเวลา โดยจัดสรรโครงสร้างเวลาเรียนที่เอื้อต่อกิจกรรมกลุ่ม และจัดสรรเวลาสำหรับกระบวนการพัฒนาวิชาชีพของครูอย่างเหมาะสม
4. กระบวนการนิเทศ ติดตาม และเสริมพลัง (Coaching and Mentoring)
สร้างระบบนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบผ่าน กระบวนการเปิดชั้นเรียน (Open Class) ภายใต้แนวคิด การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ฯ ร่วมสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้คำแนะนำเชิงเสริมพลัง (Coaching and Mentoring) และร่วมแก้ไขปัญหาในชั้นเรียน นำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
5. การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC)
สร้างกลไกการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกระบวนการ PLC ของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
นำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (Lesson Study) และชิ้นงาน/ภารกิจของผู้เรียน มาถอดบทเรียนร่วมกันผ่านกระบวนการ สะท้อนคิดหลังการปฏิบัติงาน (After Action Review: AAR) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาซอฟต์สกิลของผู้เรียน และร่วมกันปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการดําเนินงานและหลักฐานเชิงประจักษ์
ผลที่เกิดกับผู้เรียน
เชิงปริมาณ
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 85 (ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 80) มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะภาษาอังกฤษภาคปฏิบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในระดับ "ดี" ขึ้นไป
2. นักเรียนร้อยละ 85 มีผลการประเมินสมรรถนะด้านซอฟต์สกิล (Soft Skills) ผ่านเกณฑ์การ ประเมินในระดับ "ดี" ขึ้นไป
3. นักเรียนร้อยละ 90 มีระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ "FUNgLishActive & Smart" อยู่ในระดับ "มากที่สุด"
เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ไปในทิศทางที่ดี ยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้เรียนสามารถสื่อสารและนำทักษะภาษาอังกฤษไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา ในสถานการณ์จำลองได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีความมั่นใจ นอกจากนี้ ผู้เรียนยังแสดงออกถึง สมรรถนะด้านซอฟต์สกิล (Soft Skills) ที่โดดเด่น ได้แก่ มีความกล้าแสดงออก (Confidence) มี ทักษะการทำงานเป็นทีม (Collaboration) สามารถรับฟังความคิดเห็นและช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนใน กลุ่มได้เป็นอย่างดี ตลอดจนมีเจตคติเชิงบวกต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ส่งผลให้บรรยากาศในชั้น เรียนเต็มไปด้วยความสุขและความกระตือรือร้น
ผลที่เกิดกับครูผู้สอน
การพัฒนานวัตกรรมนี้ ส่งผลให้ข้าพเจ้า (ผู้สอน) ได้รับการพัฒนาวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก "ผู้ถ่ายทอดความรู้" มาเป็น "ผู้อำนวยความสะดวกและนัก ออกแบบการเรียนรู้" (Facilitator & Designer) ได้อย่างสมบูรณ์ ข้าพเจ้ามีทักษะในการจัดทำสื่อการ สอนที่กระตุ้นการปฏิบัติจริง (Hands-on Materials) มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการชั้นเรียน เชิงรุก (Active Learning) และมีเครื่องมือวัดประเมินผลที่หลากหลายซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการ สอนในระดับชั้นอื่นๆ หรือรายวิชาอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลที่เกิดกับสถานศึกษา
การยกระดับคุณภาพองค์กร โรงเรียนบ้านสันทรายได้นวัตกรรมและแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ด้านการจัดการ เรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่สอดคล้องกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียน ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรม การทำงานเป็นทีมของคณะครู มีการช่วยเหลือชี้แนะ (Coaching & Mentoring) ภายในองค์กร และ ช่วยยกระดับมาตรฐานทางวิชาการและภาพลักษณ์ที่ดีของสถานศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของชุมชนและ หน่วยงานต้นสังกัด
การเผยแพร่นวัตกรรม
เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) และเป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ไปใช้ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในวงกว้าง ข้าพเจ้าได้ดำเนินการและวาง แผนการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และขยายผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ "FUNgLish-Active & Smart" อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งการขยายผล ดังนี้ 1. การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และขยายผลนวัตกรรมในระดับสถานศึกษาหรือหน่วยงาน ข้าพเจ้าได้นำเสนอนวัตกรรมและผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้ให้แก่คณะผู้บริหารและเพื่อนครูใน โรงเรียนบ้านสันทราย ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการเปิดชั้นเรียน (Open Class) เพื่อให้เพื่อนครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศและกลุ่มสาระฯ อื่นๆ สามารถนำรูปแบบกิจกรรมไปบูรณาการใช้ในรายวิชาของตนเองได้ 2. การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และขยายผลนวัตกรรมในระดับกลุ่มสถานศึกษาหรือระหว่าง หน่วยงาน ข้าพเจ้าได้ขยายผลโดยการนำเสนอรูปแบบนวัตกรรมและแผนการจัดการเรียนรู้ ในการ ประชุมสัมมนาและกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา (กลุ่ม เครือข่ายสถานศึกษาอำเภอสารภี) เพื่อให้โรงเรียนในบริบทใกล้เคียงกันสามารถนำคู่มือและสื่อการ สอนไปปรับประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม