|
Advertisement
|
ที่มาและความสำคัญของสภาพปัญหา การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะหลักและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเปลี่ยนโฉมบทบาทของครูผู้สอนจาก ผู้สอน (Teacher) ไปสู่ ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) หรือ โค้ช (Coach) จึงเป็นนโยบายเร่งด่วนและกิจกรรมปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่สำคัญยิ่ง (Big Rocks) ของกระทรวงศึกษาธิการ (หน่วยศึกษานิเทศก์, 2562) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงถูกกำหนดให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนห้องเรียน เพื่อมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและวิทยฐานะ หรือ Performance Agreement (PA) ที่กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีภาวะผู้นำทางวิชาการและมีความสามารถในการพัฒนาครูให้มีสมรรถนะเต็มตามศักยภาพ (หน่วยศึกษานิเทศก์, 2567)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2549) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การจัดการที่ดีเป็นกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร การนิเทศที่ดีนำไปสู่การจัดการที่ดี การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงประกอบด้วย 3 ส่วนงานสำคัญที่ต้องทักทอร้อยเรียงร่วมกันในลักษณะของ เกลียวเชือก ได้แก่ กระบวนการบริหาร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ดังนั้น การนิเทศภายในสถานศึกษาจึงเป็นภารกิจหลักเชิงโครงสร้างของผู้บริหารและคณะครูในการช่วยเหลือ ชี้แนะ สนับสนุน และให้คำปรึกษาแก่ครูผู้สอน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (สงัด อุทรานันท์, 2530)
อย่างไรก็ตาม สภาพปัจจุบันจากการติดตามและประเมินระบบประกันคุณภาพภายในและการดำเนินงานนิเทศของสถานศึกษาเครือข่าย พบว่า กระบวนการนิเทศภายในยังขาดความต่อเนื่อง ขาดความเป็นเอกภาพ และส่วนใหญ่ยังเป็นการนิเทศแบบดั้งเดิมที่เน้นการตรวจเอกสารมากกว่าการลงพื้นที่ช่วยเหลือครูในห้องเรียนจริง (หน่วยศึกษานิเทศก์, 2567) นอกจากนี้ ครูผู้สอนบางส่วนยังขาดทักษะเชิงลึกในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และขาดเครื่องมือดิจิทัลที่จะมาสนับสนุนการนิเทศอย่างเป็นระบบ ยืดหยุ่น และทันเวลา (Real-time) ประกอบกับภาระงานของครูที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การจัดประชุมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในสถานศึกษามีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ (หน่วยศึกษานิเทศก์, 2566)
จากสภาพปัญหาและความจำเป็นดังกล่าว โรงเรียนจึงได้ศึกษาหลักการ ทฤษฎี และแนวทางการสร้างความเข้มแข็งการนิเทศภายใน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่ตรงจุด และได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาจนสามารถสร้างสรรค์ระบบนิเทศภายในเชิงนวัตกรรมขึ้น ภายใต้ชื่อ รูปแบบ PAJEE S+ ผ่านกระบวนการ E-PLC นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นการจัดวางขั้นตอนการนิเทศในชั้นเรียนอย่างชัดเจน มีการตรวจสอบหาประสิทธิภาพของเครื่องมือนิเทศก่อนนำไปใช้ และอาศัยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนระบบกลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อส่งเสริมความสามารถของครูในการจัดกิจกรรม Active Learning อย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ผลงานนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สะท้อนกระจกเงาแห่งความสำเร็จตามมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบนิเทศภายในสถานศึกษา "รูปแบบ PAJEE S+ ผ่านกระบวนการ E-PLC" ให้มีโครงสร้างและขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. เพื่อพัฒนาสมรรถภาพของครูผู้สอนในด้านการออกแบบและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ตอบสนองต่อผู้เรียนรายบุคคล
3. เพื่อประเมินผลลัพธ์เชิงประจักษ์ของการนำรูปแบบการนิเทศไปใช้ที่ส่งผลต่อระดับสมรรถนะสำคัญและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
|
โพสต์โดย ใหญ่ : [8 ก.ค. 2569 (08:04 น.)] อ่าน [204] ไอพี : 49.49.21.121
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 49,332 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,026 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,428 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,320 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,780 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,418 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,935 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 72,749 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,178 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,755 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,090 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,696 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,563 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,997 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,657 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 12,333 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,820 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,077 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,921 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 55,673 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|