ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อผู้วิจัย ศิริสันต์ มณีนิล

ปีที่ศึกษา 2567

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนา การจัดการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณ ด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 4) เพื่อประเมินผลและถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ที่ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 นักเรียน 27 คน กลุ่มเป้าหมายในการถอดบทเรียน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักเรียน จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม แบบทดสอบ และแบบประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์เนื้อหา และการถอดบทเรียนแบบ AAR ผลการวิจัย พบว่า

1. การพัฒนาการจัดการเรียน ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการคิดเชิงตรรกะการแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเป็นระบบ ครูผู้สอนยังมีข้อจำกัดด้านสื่อการสอนและวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การพัฒนาควรมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติโดยใช้กิจกรรมที่กระตุ้นการคิดวิเคราะห์และการทำงานเป็นทีม แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นต่อการใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายการศึกษาศตวรรษที่ 21 และเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตนเองในระดับกลุ่มกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด นักเรียนเรียนรู้ด้วยตัวเอง

2. การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ใช้รูปแบบ “ALKE Model” ประกอบด้วย 1) ขั้นเร้าความสนใจ (Activating : A) 2) ขั้นเรียนรู้ (Learning : L) 3) การนำความรู้มาใช้ (Knowledge Utilization : K) 4) ขยายผลความรู้ (Elaboration : E) ที่ผ่านการรับรองรูปแบบแล้ว

2.2 การประเมินการกำหนดองค์ประกอบรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

2.4 การทดสอบหาค่าประสิทธิภาพขั้นทดลองภาคสนาม นักเรียน 30 คน พบว่ารูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 80.55/81.11

3. ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

3.1 การประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน จากผู้เชี่ยวชาญ ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

3.2 การทดสอบหาค่าประสิทธิภาพรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ขั้นทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง นักเรียน 27 คน ได้ค่าประสิทธิภาพ 81.45/83.70

3.3 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.5 การประเมินสมรรถนะสำคัญของนักเรียน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดี

4. ประเมินผลและถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

4.1 การสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมาก

4.2 การถอดบทเรียนการจัดการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนวิทยาการคำนวณด้วยการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน เป็นการเรียนการสอนที่เหมาะสม ควรนำมาพัฒนาความสามารถการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนได้มุ่งส่งเสริมทักษะในการคิดแก้ปัญหา รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ มีการฝึกให้ทำซ้ำ ๆ บ่อย ๆ และยังช่วยเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลจะทำให้นักเรียนเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ให้กับนักเรียนในระดับประถมศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

คำสำคัญ : การพัฒนารูปแบบ การเรียนวิทยาการคำนวณ การสืบเสาะหาความรู้ สมรรถนะผู้เรียน

โพสต์โดย chalermpon4 laothiang : [5 ก.ค. 2569 (15:27 น.)]
อ่าน [232] ไอพี : 184.22.100.131
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 10,904 ครั้ง
ตกยกชาติ
ตกยกชาติ

เปิดอ่าน 13,461 ครั้ง
ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ตัวอย่างหนังสือค้ำประกันและแนวทางวิธีปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เปิดอ่าน 2,578 ครั้ง
ร้านรับซื้อนาฬิกามือสอง เลือกผิดอาจเสียทั้งราคาและโอกาส
ร้านรับซื้อนาฬิกามือสอง เลือกผิดอาจเสียทั้งราคาและโอกาส

เปิดอ่าน 45,610 ครั้ง
ตัวอย่างหลักสูตรปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง2560) โดยโรงเรียนบ้านฝาผนัง ไฟล์เวิร์ด
ตัวอย่างหลักสูตรปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง2560) โดยโรงเรียนบ้านฝาผนัง ไฟล์เวิร์ด

เปิดอ่าน 6,230 ครั้ง
การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เปิดอ่าน 23,791 ครั้ง
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก

เปิดอ่าน 22,176 ครั้ง
พิสูจน์พบ "น้ำแข็งแห้ง" เป็นหิมะตกบนดาวอังคาร
พิสูจน์พบ "น้ำแข็งแห้ง" เป็นหิมะตกบนดาวอังคาร

เปิดอ่าน 22,237 ครั้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

เปิดอ่าน 11,616 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"

เปิดอ่าน 13,267 ครั้ง
"ทักษะทางสังคม" ต้นทุนได้งานนักศึกษาจบใหม่
"ทักษะทางสังคม" ต้นทุนได้งานนักศึกษาจบใหม่

เปิดอ่าน 29,388 ครั้ง
งูพิษกัด
งูพิษกัด

เปิดอ่าน 9,973 ครั้ง
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้

เปิดอ่าน 14,540 ครั้ง
ไข่กระโดด ไปดูกันครับ วิทย์ล้วนๆ
ไข่กระโดด ไปดูกันครับ วิทย์ล้วนๆ

เปิดอ่าน 28,546 ครั้ง
รู้แล้วจะตกใจ! เครื่องดื่มดับกระหาย มีน้ำตาลตัวร้ายผสมเพียบ
รู้แล้วจะตกใจ! เครื่องดื่มดับกระหาย มีน้ำตาลตัวร้ายผสมเพียบ

เปิดอ่าน 16,034 ครั้ง
สมุนไพรฤทธิ์เย็น ตัวช่วยดูแลผิว ประหยัด..ช่วงปลายฝนต้นหนาว
สมุนไพรฤทธิ์เย็น ตัวช่วยดูแลผิว ประหยัด..ช่วงปลายฝนต้นหนาว

เปิดอ่าน 11,612 ครั้ง
"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง
"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง
เปิดอ่าน 3,147 ครั้ง
จัดอันดับ 5 เว็บเติมเกมที่คุ้มที่สุด โปรแรงแห่งปี 2025
จัดอันดับ 5 เว็บเติมเกมที่คุ้มที่สุด โปรแรงแห่งปี 2025
เปิดอ่าน 27,322 ครั้ง
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"
"สธ."เตือนอย่าให้เด็กกิน "คลอโรฟิลล์"
เปิดอ่าน 14,918 ครั้ง
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
เปิดอ่าน 999 ครั้ง
รวมจอ ViewSonic รุ่นยอดนิยม ใช้งานได้ทุกรูปเเบบ
รวมจอ ViewSonic รุ่นยอดนิยม ใช้งานได้ทุกรูปเเบบ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ