การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ ศึกษาความสัมพันธ์อำนาจพยากรณ์ และหาแนวทาง
พัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครูในโรงเรียน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2 จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง และลักษณะ
การเปิดสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 323 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 91 คน และครูผู้สอน
จำนวน 232 คน ในปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan และใช้วิธีสุ่ม
กลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์
โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.970 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง
0.603 - 0.833 และแบบสอบถามประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครูในโรงเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ
0.974 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.609 0.816 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ t - test ชนิด Independent Samples การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearsons Product - Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
แต่ละขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก
2. ประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครูในโรงเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก
3. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง พบว่า
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนจำแนกตามลักษณะการเปิดสอน พบว่า ไม่แตกต่างกัน
4. ผลการเปรียบเทียบประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครูในโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพ
การดำรงตำแหน่ง พบว่า แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนจำแนกตามลักษณะการเปิดสอน พบว่า
ไม่แตกต่างกัน
5. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนและประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครูในโรงเรียน
มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์ระดับสูง
6. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน สามารถพยากรณ์ประสิทธิผลตามสมรรถนะประจำสายงานของครู
ในโรงเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีจำนวน 4 ด้าน คือ ด้านการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล (X5)
ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในด้านการบริหารงาน (X3) ด้านการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล (X1) และด้านการรู้ดิจิทัล (X2)
และอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีจำนวน 1 ด้าน คือ ด้านการมีจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (X4)
โดยมีอำนาจพยากรณ์ ร้อยละ 77.30