ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2

ชื่อผู้วิจัย สำเนียง อัตไพบูลย์

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2

ปีที่พิมพ์ 2569

หน่วยงาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ 4) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2 การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการ โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับกับประชากรซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 112 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารการศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 3 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ โดยการสนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ประเมินร่างรูปแบบที่ปรับปรุงแล้วโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน ประเมินความเหมาะสมของคู่มือโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบกับโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 112 โรงเรียน ปีการศึกษา 2568 โดยประเมินคุณภาพ 3 ด้าน ได้แก่ คุณภาพการบริหารงานวิชาการ คุณภาพการจัดการเรียนรู้ และคุณภาพผู้เรียน ใน 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนการใช้รูปแบบ หลังการใช้รูปแบบระยะที่ 1 และหลังการใช้รูปแบบระยะที่ 2 ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 16 คน และสอบถามความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 224 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินคุณภาพ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNImodified) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์สรุปอุปนัย

ผลการวิจัย มีดังนี้ 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็นเรียงลำดับ 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนรู้ (PNImodified = 0.33) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา (PNImodified = 0.32) และด้านการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา (PNImodified = 0.31) คุณภาพผู้เรียนมีความต้องการจำเป็นด้านผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ (PNImodified = 0.46) สูงกว่าด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (PNImodified = 0.43) แนวทางการส่งเสริมที่ได้จากการสัมภาษณ์ครอบคลุมการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาหลักสูตร ระบบการนิเทศการศึกษา การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา 2) รูปแบบการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการที่พัฒนาขึ้น ใช้ชื่อว่า ECPK Model ประกอบด้วย การเสริมสร้างพลังอำนาจ (Empowerment: E) การชี้แนะและการเป็นพี่เลี้ยง (Coaching and Mentoring: C) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: P) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing: K) และบริหารด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ผลการตรวจสอบคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ารูปแบบมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุดและความเป็นไปได้ในระดับ มากที่สุด คู่มือการใช้รูปแบบจัดทำเป็น 5 บท มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า คุณภาพการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษามีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากก่อนการใช้รูปแบบ 4.07 เป็น 4.43 ในระยะที่ 1 และ 4.77 ในระยะที่ 2 (เพิ่มขึ้น 0.70) คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูเพิ่มขึ้น จาก 4.07 เป็น 4.77 (เพิ่มขึ้น 0.70) สูงขึ้นในทุกขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ คุณภาพผู้เรียนระดับประถมศึกษาเพิ่มขึ้นในทุกตัวชี้วัด โดยความสามารถในการใช้ทักษะชีวิตเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 4.81 และการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลายเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 1.74 ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวม 2 ด้าน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 53.65 สูงกว่าระดับประเทศ 1.33 และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 4) ผลการประเมินการใช้รูปแบบ พบว่า รูปแบบเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดในทุกมิติ ความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและความพึงพอใจของครูวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

คำสำคัญ: รูปแบบการส่งเสริม, การบริหารงานวิชาการ, คุณภาพผู้เรียน, การเสริมสร้างพลังอำนาจ, ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

โพสต์โดย นายสำเนียง อัตไพบูลย์ : [30 มิ.ย. 2569 (13:56 น.)]
อ่าน [246] ไอพี : 183.89.204.114
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 2,144 ครั้ง
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน
ควรดัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ ? เผยช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการดัดฟัน

เปิดอ่าน 17,850 ครั้ง
7 เหตุผลที่ทำให้คุณหิวโหยและอ้วน
7 เหตุผลที่ทำให้คุณหิวโหยและอ้วน

เปิดอ่าน 14,945 ครั้ง
คู่มือและแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ.2560)
คู่มือและแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ.2560)

เปิดอ่าน 21,422 ครั้ง
โมกบ้าน
โมกบ้าน

เปิดอ่าน 12,058 ครั้ง
Facebook และ Twitter ใช้ยิ่งมาก...สุขภาพยิ่งดีกว่านะ
Facebook และ Twitter ใช้ยิ่งมาก...สุขภาพยิ่งดีกว่านะ

เปิดอ่าน 21,754 ครั้ง
ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
ร่างพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

เปิดอ่าน 75,395 ครั้ง
ลูกชิดกับลูกจาก มาจากไหน
ลูกชิดกับลูกจาก มาจากไหน

เปิดอ่าน 11,163 ครั้ง
แนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบภาวะถดถอยทางการเรียน ด้านการอ่านการเขียนภาษาไทย
แนวทางการแก้ปัญหาผลกระทบภาวะถดถอยทางการเรียน ด้านการอ่านการเขียนภาษาไทย

เปิดอ่าน 13,802 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร
ปฏิรูปการศึกษานับหนึ่งใครเป็นใคร

เปิดอ่าน 21,148 ครั้ง
อวสาน อ.ก.ค.ศ. โดย อดิศร เนาวนนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
อวสาน อ.ก.ค.ศ. โดย อดิศร เนาวนนท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

เปิดอ่าน 12,152 ครั้ง
ภูมิปัญญา "การแพทย์แผนไทย" สู้ภัยร้อนจัดของประเทศ
ภูมิปัญญา "การแพทย์แผนไทย" สู้ภัยร้อนจัดของประเทศ

เปิดอ่าน 15,747 ครั้ง
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s

เปิดอ่าน 45,516 ครั้ง
การเขียนเรื่องสั้นเบื้องต้น
การเขียนเรื่องสั้นเบื้องต้น

เปิดอ่าน 14,771 ครั้ง
ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด
ยากับน้ำผลไม้ อันตรายกว่าที่คิด

เปิดอ่าน 14,135 ครั้ง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง
คลิป ดช ตาบอด 4 ขวบ ไม่ท้อชีวิต ใช้ไม้เท้าฝึกข้ามถนนเอง

เปิดอ่าน 17,751 ครั้ง
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
ชี้เอเชียรู้จักเทคนิควาดภาพด้วยสีน้ำมันก่อนยุโรปหลายร้อยปี
เปิดอ่าน 12,050 ครั้ง
หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
หญิงไทยอายุต่ำกว่า 40 ปีเป็นมะเร็งเต้านมร้อยละ 33.4 สูงกว่าหญิงมะกัน
เปิดอ่าน 11,317 ครั้ง
เปิดม่านการศึกษา : 3 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 3 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 10,897 ครั้ง
คนนอนกรนไม่ต้องกลัวเป็นโรคหัวใจไม่เกี่ยวพันกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
คนนอนกรนไม่ต้องกลัวเป็นโรคหัวใจไม่เกี่ยวพันกับโรคหัวใจและหลอดเลือด
เปิดอ่าน 4,215 ครั้ง
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566
คำขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง วันลอยกระทง 2566

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ