หัวข้อการวิจัย : รูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกล DLTV จาก
โรงเรียนขนาดเล็กสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กำแพงเพชร เขต 1
ผู้วิจัย : นายสนิท ปะหา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กำแพงเพชร เขต 1
ปีที่ดำเนินการวิจัย : ปีการศึกษา 2566
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง รูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากโรงเรียนขนาดเล็กสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากโรงเรียนขนาดเล็กสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 3) ทดลองใช้รูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และ 4) ประเมินรูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากโรงเรียนขนาดเล็กสู่การศึกษาที่มีคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1
การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ดำเนินการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้จากการสังเคราะห์เอกสาร งานวิจัย และการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้อง 2) การสร้างและตรวจสอบรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (3) การทดลองใช้รูปแบบในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ในปีการศึกษา 2567 และ 4) การประเมินรูปแบบด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความถูกต้อง และความเป็นประโยชน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบบันทึกผลการดำเนินงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ พบปัญหาสำคัญใน 4 มิติ ได้แก่ ปัญหาด้านโครงสร้างของโรงเรียนขนาดเล็ก ครูไม่ครบชั้นหรือสอนไม่ตรงวิชาเอก ขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ และการนิเทศติดตามที่ยังเน้นเอกสารมากกว่าการช่วยเหลือเชิงพื้นที่ โดยมีความต้องการจำเป็นสูงสุดในด้าน คุณภาพการศึกษา รองลงมาคือการจัดทำ มาตรฐานห้องเรียน DLTV
2. ผลการศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ: รูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมี
5 องค์ประกอบหลัก คือ
1) ทิศทาง ประกอบด้วยปัญหา แรงผลักดัน หลักการ และวัตถุประสงค์ที่มุ่งเน้นการลด
ความเหลื่อมล้ำ
2) ระบบและกลไก กำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจนตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่จนถึงห้องเรียน โดยมี "นักเรียน" เป็นแกนกลาง
3) กระบวนการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การเตรียมความพร้อม การดำเนินงาน และการกำกับติดตาม
4) ผลการดำเนินงาน วัดทั้งผลผลิต (Output) และผลลัพธ์ (Outcome)
5) เงื่อนไขความสำเร็จ เช่น โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ความร่วมมือของชุมชน และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง ผลการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่ารูปแบบและคู่มือมีความถูกต้อง เหมาะสม และความเป็นไปได้ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.64 - 4.76)
4. ผลการทดลองใช้รูปแบบ: นำไปใช้จริงในโรงเรียนขนาดเล็ก 110 แห่ง พบว่า:
1) ด้านนักเรียน มีคะแนนการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติ (NT) ปีการศึกษา 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.11 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นักเรียนมีความกระตือรือร้นและมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น
2) ด้านครู ปรับบทบาทจากผู้บรรยายเป็น "โค้ช" (Coach) และผู้อำนวยความสะดวก มีความมั่นใจในการสอนวิชาที่ไม่ถนัด และเกิดวัฒนธรรมการทำ PLC เพื่อแก้ปัญหาหน้างานร่วมกัน
3) ด้านความร่วมมือ เกิดโมเดล "บ้าน-โรงเรียน-เขตการศึกษา" ที่ดึงผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาเป็น "ผู้ร่วมสร้างการเรียนรู้" และช่วยกำกับการเรียนของเด็กที่บ้าน
5. ผลการประเมินรูปแบบความเป็นประโยชน์และความพึงพอใจต่อรูปแบบบริหารระบบนิเวศการเรียนรู้ฯ ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะที่จำเป็นของผู้เรียนที่สูงขึ้นเป็นประเด็นที่มีค่าคะแนนความพึงพอใจสูงสุด
คำสำคัญ : ระบบนิเวศการเรียนรู้, การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV), โรงเรียนขนาดเล็ก, รูปแบบการบริหาร, คุณภาพการศึกษา