ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา
ผู้วิจัย นางรัตนา ธรรมมาวุฒิกูล
โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา
ปี พ.ศ. 2568-2569
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริม
ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน
โนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้
เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบ
การเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา 3) ศึกษาผลของการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา
4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ ที่มีต่อ
รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ได้แก่ นักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา
2569 จำนวน 37 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียน
เป็นการสุ่มด้วยการจับฉลาก จำนวน 1 ห้องเรียน ประกอบด้วยนักเรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อน
คละกันทั้งนักเรียนชาย และนักเรียนหญิง ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนส่วนใหญ่ได้ตัวแปรอิสระ
ได้แก่ รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
จังหวัดนครราชสีมา ตัวแปรตาม ได้แก่ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความสามารถทางการอ่าน
เพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้
ด้วยรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์2) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ ที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ใช้ระยะเวลา
ในการทดลองสอนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ รวมทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 3 รหัสวิชา อ22101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 Read
from social media สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ENPPRE
Model จำนวน 10 แผน ใช้เวลา 10 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ
ข
วัดความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
ที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
(
X
) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
และความต้องการในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับ
การเรียนการสอน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูงด้วยการวิเคราะห์ ประเมินค่า
และสร้างสรรค์ ไม่เพียงแต่เป็นผู้ฟัง ผู้เรียนต้องอ่าน เขียน ตั้งคำถาม และถาม อภิปรายร่วมกัน ผู้เรียน
ลงมือปฏิบัติจริง และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการทำงานเป็นกลุ่ม ส่งเสริมให้นักเรียนช่วยเหลือกัน
และฝึกทักษะการทำงานร่วมกัน และมีการใช้สื่อออนไลน์ในการเรียนรู้
2. รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
จังหวัดนครราชสีมา ที่ดำเนินการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพ มีชื่อเรียกว่า ENPPRE Model
มีองค์ประกอบคือ 1) หลักการ แนวคิด ทฤษฎี2) สาระสำคัญ 3) มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
4) จุดประสงค์5) สาระการเรียนรู้/เนื้อหาภาษา 6) กิจกรรมการเรียนรู้7) บทบาทครู8) บทบาท
นักเรียน 9) สมรรถนะของผู้เรียน 10) คุณลักษณะอันพึงประสงค์11) ชิ้นงานและภาระงาน
12) แหล่งเรียนรู้ 13) การวัดและประเมินผลในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้มี 6 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นที่ 1 ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม และเร้าความสนใจ (Eliciting and Engagement: E) ขั้นที่ 2
ขั้นเรียนรู้เนื้อหาใหม่ (New Content: N) ขั้นที่ 3 ขั้นลงมือปฏิบัติ (Practice: P) ขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้
(Production: P) ขั้นที่ 5 ขั้นสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflecting: R) และขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล
การเรียนรู้ (Evaluating: E) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคม
ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนี
ความสอดคล้องเท่ากับ 0.92 ซึ่งมีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน และผลการหาประสิทธิภาพ
ของรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
จังหวัดนค
รราชสีมา มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 82.17/81.43 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
80/80
3. ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียน
และหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถใน
การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า การทดสอบค่าสถิติ
t = 20.95, df = 36 ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียน และหลังเรียน
แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.65
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.46 และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 0.82 ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์ จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับ
การจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความสามารถ
ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
4. ผลของการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโนนไทยคุรุอุปถัมภ์
จังหวัดนครราชสีมา ที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า ความพึงพอใจ
รวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก