ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3

การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ 2) สร้างและพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 3) ทดลองใช้การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 และ 4) ประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 การวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนชั้นอนุบาล 1-3 จำนวน 5 คน และเด็กอนุบาล 3 จำนวน 10 คน ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านเป้าวิทยาคาร และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเป้า เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสารและแบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินการจัดการเรียนรู้ ระยะที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านเป้าวิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 จำนวน 8 คน ปีการศึกษา 2567 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 2) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และ 3) แบบสอบถาม ความพึงพอใจ ระยะที่ 4 กลุ่มเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนชั้นอนุบาล จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าทีและวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แล้วนำเสนอแบบพรรณนาความ

ผลการศึกษาพบว่า

​1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ พบว่า สภาพการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นอนุบาลยังไม่บรรลุเป้าหมาย ตามที่ต้องการ เนื่องจากบริบทการจัดการเรียนรู้ของครูไม่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ยังขาดการคิดวิเคราะห์ ส่งผลให้เด็กเรียนเน้นการจดจำข้อมูลความรู้ ขาดการใช้ความคิดในการวิเคราะห์ ครูมีความต้องการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ พร้อมกับส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก อีกทั้งการจัดประสบการณ์ต้องให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง มีโอกาสได้เรียนรู้ร่วมกับเพื่อนและฝึกด้วยตนเอง ผ่านการเผชิญสถานการณ์และสร้างองค์ความรู้ จึงจะทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์

​2. ผลการสร้างและพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะ การคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 มีชื่อว่า TTPA มีองค์ประกอบที่พัฒนาขึ้น 6 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนอง และ 6) สิ่งสนับสนุน มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นครูชวนคุย (T : Talking) ขั้นที่ 2 ขั้นช่วยกันคิด (T : Thinking) ขั้นที่ 3 ขั้นทดลองทำ (P : Practicing) และขั้นที่ 4 ขั้นนำไปใช้ (A : Applying) ผลการตรวจสอบความเหมาะสมของการจัดการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ มีคุณภาพเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด

3. ผลการทดลองจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 พบว่า 1) ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 82.29/82.10 ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2) เด็กที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 มีทักษะการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมาก

​4. ผลการประเมินความคิดเห็นของครูผู้สอนชั้นอนุบาลต่อการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (TTPA) เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับเด็กอนุบาล 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลจากการนำไปใช้ได้ทำการปรับปรุงการพิมพ์สะกดคำให้ถูกต้อง ชัดเจน มีภาพประกอบเนื้อหา มากขึ้น ปรับปรุงให้เนื้อหามีความกระชับมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงระยะเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ให้เหมาะสมกับเนื้อหามากยิ่งขึ้น

โพสต์โดย Jumrong : [17 มิ.ย. 2569 (13:47 น.)]
อ่าน [1386] ไอพี : 171.4.220.252
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 35,698 ครั้ง
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารการศึกษา)
การประเมินวิทยฐานะช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกณฑ์เก่าสู่ระบบ PA (ผู้บริหารการศึกษา)

เปิดอ่าน 169,312 ครั้ง
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550
กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550

เปิดอ่าน 11,873 ครั้ง
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ
วิธีรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติ

เปิดอ่าน 91,099 ครั้ง
คาถาเรียกทรัพย์ ของหลวงปู่เสือดำ
คาถาเรียกทรัพย์ ของหลวงปู่เสือดำ

เปิดอ่าน 25,890 ครั้ง
"รกฟ้า" คืออะไร?
"รกฟ้า" คืออะไร?

เปิดอ่าน 35,192 ครั้ง
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59

เปิดอ่าน 33,557 ครั้ง
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม
รู้แล้ว สโตนเฮนจ์ มีไว้ทำไม

เปิดอ่าน 24,728 ครั้ง
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด
วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด

เปิดอ่าน 16,653 ครั้ง
วัดป่าที่แม่ฮ่องสอนดังทั่วโลก ต่างชาติแห่เรียนสมาธิปีละกว่า 2 พันคน
วัดป่าที่แม่ฮ่องสอนดังทั่วโลก ต่างชาติแห่เรียนสมาธิปีละกว่า 2 พันคน

เปิดอ่าน 13,274 ครั้ง
คนค้นฅน ปลัดตงฉิน ผู้รักษาแผ่นดินเกิด
คนค้นฅน ปลัดตงฉิน ผู้รักษาแผ่นดินเกิด

เปิดอ่าน 19,252 ครั้ง
นักวิจัยไทย พบแมลงใหม่ 3 ชนิด "สมเด็จพระเทพฯ" พระราชทานนาม
นักวิจัยไทย พบแมลงใหม่ 3 ชนิด "สมเด็จพระเทพฯ" พระราชทานนาม

เปิดอ่าน 16,182 ครั้ง
หลังออกกำลังกาย กินอะไรให้ร่างกายฟื้นตัวดี
หลังออกกำลังกาย กินอะไรให้ร่างกายฟื้นตัวดี

เปิดอ่าน 18,389 ครั้ง
ฮิตจัด มาชม กังนัมสไตล์ ฉบับ "ทหารเรือไทย"
ฮิตจัด มาชม กังนัมสไตล์ ฉบับ "ทหารเรือไทย"

เปิดอ่าน 10,662 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ ไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ ลามทั่วโลก
ไขข้อข้องใจ ไข้หวัดใหญ่พันธุ์ใหม่ ลามทั่วโลก

เปิดอ่าน 10,882 ครั้ง
แค่เครียด ก็ป่วยแล้ว
แค่เครียด ก็ป่วยแล้ว

เปิดอ่าน 13,954 ครั้ง
การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..
การทดลองน่าทึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทดสอบความซื่อสัตย์ของเด็ก ผลปรากฏว่า..
เปิดอ่าน 10,806 ครั้ง
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว
ระวังตกเป็นคนนิสัยเสียโดยไม่รู้ตัว
เปิดอ่าน 13,952 ครั้ง
กรมอุตุฯเตือนภัยพายุฤดูร้อนในประเทศไทย
กรมอุตุฯเตือนภัยพายุฤดูร้อนในประเทศไทย
เปิดอ่าน 8,467 ครั้ง
ว่ากันว่า นี่คือจุดจบของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เมื่อมีเจ้านี่!! คอมพิวเตอร์ที่เสียบเข้าทีวีใช้ได้เลย
ว่ากันว่า นี่คือจุดจบของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เมื่อมีเจ้านี่!! คอมพิวเตอร์ที่เสียบเข้าทีวีใช้ได้เลย
เปิดอ่าน 16,372 ครั้ง
ระวัง! ของกินเล่นพลังงานสูง
ระวัง! ของกินเล่นพลังงานสูง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ