ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เรื่อง แรงลัพธ์ (7Es ร่วมกับสื่อจากระบบ OBEC Content Center))

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ราย วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี5 รหัสวิชา ว15101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 7 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แรงลัพธ์ เวลา 2 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

2. ตัวชี้วัด

ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์

ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไป แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกันจะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน แต่จะมีขนาดเท่ากับผลต่างของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรงข้ามกัน สำหรับวัตถุที่อยู่นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์

การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุสามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทางของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ

4. จุดประสงค์การเรียนรู้

1) นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุได้ (K)

2) นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพแสดงแรงและที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุได้ (P)

3) นักเรียนมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A)

5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์

•รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ •ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย

ใฝ่เรียนรู้ •อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน

•รักความเป็นไทย •มีจิตสาธารณะ

6. สมรรถนะที่สำคัญ

•ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

ความสามารถในการคิด •ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

•ความสามารถในการแก้ปัญหา

7. เนื้อหาสาระ

แรง หมายถึง การกระทำที่สามารถทำให้วัตถุหรือสิ่งต่างๆ ที่หยุดนิ่งเคลื่อนที่ไปได้ หรือทำให้วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่อยู่มีความเร็วเพิ่มขึ้นหรือช้าลง หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ การออกแรงกระทำต่อวัตถุอาจมีแรงหลายแรงมากระทำต่อวัตถุร่วมกัน โดยผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไป เรียกว่า แรงลัพธ์ โดยผลของแรงลัพธ์ที่เกิดขึ้นมี 3 กรณี ได้แก่

1. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน ทิศทางเดียวกัน ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลรวมของแรงทั้งหมดและแรงลัพธ์จะมีทิศทางเดียวกับแรงที่มากระทำต่อวัตถุ วัตถุจึงเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์

2. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน ทิศทางตรงกันข้ามกัน ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลต่างของแรงที่มากระทำต่อวัตถุ และแรงลัพธ์จะมีทิศทางเดียวกับทิศทางของแรงที่มากกว่า

3. แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกันในแนวเดียวกัน ทิศทางตรงกันข้ามกันและมีขนาดเท่ากันจะทำให้วัตถุอยู่นิ่ง แรงทั้งสองจะหักล้างกันทำให้แรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์

การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุสามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทางของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ

ประโยชน์ของแรง ในชีวิตประจำวันของเรามีการนำแรงลัพธ์มาใช้ประโยชน์มากมาย ตัวอย่างเช่น การสร้างสะพานแขวน การปั่นจักรยานพ่วง การใช้สุนัขหลาย ๆ ตัวลากเลื่อน เป็นต้น

9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้รูปแบบวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es) ร่วมกับการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (OBEC Content Center) มีกระบวนการ ดังนี้

ขั้นที่ 1 ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elictation Phase)

1) ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับแรงที่นักเรียนรู้จักและได้เรียนรู้ โดยใช้

คำถามดังต่อไปนี้

- จากที่เคยเรียนมา นักเรียนรู้จักแรงอะไรบ้าง (แนวคำตอบ : แรงในการดึง แรงในการผลัก

แรงดึงดูดและแรงโน้มถ่วงของโลก)

- แรงมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างไร (แนวคำตอบ : แรงทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการ

เคลื่อนที่ เช่น แรงโน้มถ่วงของโลกทำให้วัตถุต่าง ๆ ตกลงสู่พื้น)

2) ครูตรวจสอบความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับแรงลัพธ์โดยใช้คำถามดังต่อไปนี้

- มีแรงกระทำต่อวัตถุหนึ่ง ๆ มากกว่า 1 แรงได้หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ : ได้ นักเรียน 2

คน ช่วยกันยกของ การเล่นชักเย่อ)

- ถ้ามีแรงหลาย ๆ แรงมากระทำต่อวัตถุ เราจะหาผลรวมของแรงเหล่านั้นได้อย่างไร (แนว

คำตอบ : ได้ นักเรียน 2 คน ช่วยกันยกของ การเล่นชักเย่อ)

3) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ ก่อนเรียน เรื่อง แรงลัพธ์โดยใช้ “แบบทดสอบจาก

แบบเรียนสำเร็จรูปรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 เรื่อง แรงลัพธ์” จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center เพื่อทดสอบความรู้ก่อนเรียน

ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจ (Engagement Phase)

4) ครูเปิดสื่อ 3D เรื่อง แรงลัพธ์ โดยใช้แบบจำลองแรงลัพธ์ จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์

OBEC Content Center

5) ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ โดยครูตั้งคำถาม ดังนี้

- สิ่งที่ทำให้เชือกเคลื่อนที่ไปทางขวาหรือทางซ้ายได้ คืออะไร (แนวคำตอบ : แรงที่กระทำต่อเชือก)

- หากนักเรียนจะทำให้เชือกในแบบจำลองไม่เคลื่อนที่หรือหยุดนิ่ง นักเรียนควรทำอย่างไร (แนวคำตอบ : ขึ้นอยู่กับการกำหนดขนาดของแรง และทิศของแรงที่นักเรียนกำหนดในแบบจำลอง)

ขั้นที่ 3 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration Phase)

6) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นให้นักเรียนทำกิจกรรม “หาแรงลัพธ์ที่

กระทำต่อวัตถุได้อย่างไร” ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 หน้า 30 -31

ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบาย (Explanation Phase)

7) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรม

8) ครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากการดูคลิปวิดีโอ แรงในชีวิตเรา จากคลังเนื้อหา

อิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

9) ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นกับถุงทรายและเพราะเหตุใด

ผลที่เกิดขึ้นกับถุงทรายจึงแตกต่างกัน (แนวคำตอบ : ผลที่เกิดกับถุงทรายคือถุงทรายเคลื่อนที่จากที่หยุดนิ่งเพราะมีแรงมากระทำ ซึ่งเมื่อออกแรงกระทำต่อถุงทราย 2 แรง ในทิศทางเดียวถุงทรายจะเคลื่อนที่ไปตามทิศของแรงที่มากระทำ แต่เมื่อมีแรง 2 แรงมากระทำในทิศตรงข้ามกัน ถุงทราย จะเคลื่อนที่ไปในทิศที่มีการออกแรงกระทำต่อวัตถุมากกว่า)

10) ครูถามนักเรียนต่อว่า “หากเพื่อนทั้ง 2 คน ออกแรงกระทำต่อถุงทราย แล้วถุงทราย ไม่เคลื่อนที่ แสดงว่าอย่างไร” (แนวคำตอบ : แสดงว่าแรงที่เพื่อนทั้ง 2 คน กระทำต่อถุงทรายในทิศตรงข้ามกันมีขนาดเท่ากัน แรงที่กระทำหักล้างกันหมดแรงลัพธ์จึงเป็นศูนย์ ถุงทรายจึงไม่เคลื่อนที่)

11) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงลัพธ์ ว่าเป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อ

วัตถุตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไป มีหน่วยเป็นนิวตัน ซึ่งการหาแรงลัพธ์ต้องเขียนแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรแทน ขนาดของแรงและหัวของลูกศรแทนทิศของแรงที่กระทำต่อวัตถุ การหาขนาดของแรงลัพธ์จึงต้องพิจารณาทั้งขนาดและทิศทางของแรง โดยผลของแรงลัพธ์ที่เกิดขึ้นมี 3 กรณี ได้แก่

1. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน ทิศทางเดียวกัน ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลรวมของแรงทั้งหมดและแรงลัพธ์จะมีทิศทางเดียวกับแรงที่มากระทำต่อวัตถุ

2. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน ทิศทางตรงกันข้ามกัน ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลต่างของแรงที่มากระทำต่อวัตถุและแรงลัพธ์จะมีทิศทางเดียวกับทิศทางของแรงที่มากกว่า

3. แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกันในแนวเดียวกัน ทิศทางตรงกันข้ามกันและมีขนาดเท่ากันจะทำให้วัตถุอยู่นิ่ง แรงทั้งสองจะหักล้างกันทำให้แรงลัพธ์มีค่าเป็นศูนย์

12) ครูให้นักเรียนคำนวณหาขนาดและทิศทางแรงลัพธ์สมุดเล่มเล็ก เรื่อง แรงลัพธ์ จากคลัง

เนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)

13) ครูให้นักเรียนแบ่งทีมเป็น 2 ทีม ทีมละ 4-5 คน เล่นเกมการศึกษา เรื่อง แรงลัพธ์ เกม

ศึกชักเย่อพลังแรง จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

14) หลังจบเกม ครูถามนักเรียนว่า “นักเรียนสังเกตหรือเรียนรู้สิ่งใดบ้างจากการเล่มเกม (แนวคำตอบ : การออกแรงดึงเชือกทั้ง 2 ฝั่งไม่เท่ากัน โดยทีมที่มีแรงกระทำต่อเชือกมากกว่าจะเป็นฝั่งที่ดึงเชือกมาจากฝ่ายตรงข้ามและเป็นผู้ชนะ)

ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)

15) ครูตั้งคำถาม ถามนักเรียนเพื่อให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่าแรง มีประโยชน์และโทษอย่างไร โดยสุ่มถามนักเรียน 2-3 คน (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของนักเรียน)

16) ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ หลังเรียน เรื่อง แรงลัพธ์โดยใช้ “แบบทดสอบจาก

แบบเรียนสำเร็จรูปรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 เรื่อง แรงลัพธ์” จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center เพื่อทดสอบความรู้หลังเรียน

ขั้นที่ 7 ขั้นนำความรู้ไปใช้ (Extension Phase)

17) ครูให้นักเรียนสำรวจสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับแรงลัพธ์

18) ครูให้นักเรียนออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ความรู้เรื่องแรงลัพธ์ จากสมุดเล่มเล็ก เรื่อง แรง

ลัพธ์ จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

9. สื่อการเรียนรู้

1) สื่อการเรียนรู้

1.1) “แบบทดสอบจาก แบบเรียนสำเร็จรูปรายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.5 เรื่อง แรงลัพธ์”

จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center โดย วชิราภรณ์ ศรีใจวงค์

1.2) แบบจำลองแรงลัพธ์ จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

โดย กันต์พัฒน์ เกตุนิ่ม

1.3) สมุดเล่มเล็ก เรื่อง แรงลัพธ์ จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

โดย พิชญา มาเอียด

1.4) เกมการศึกษา เรื่อง แรงลัพธ์ เกมศึกชักเย่อพลังแรง จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center โดย ธัญลักษณ์ แก้วระหัน

1.5) วิดีโอ แรงในชีวิตเรา จากคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center

โดย โนรียะห์ ฮามะ

1.6) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.5 เล่ม 1 โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน

ด้านความรู้ (K)

นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุได้

-ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

-ตรวจการทำสมุดเล่มเล็ก เรื่อง แรงลัพธ์

-ตรวจสมุดประจำตัวนักเรียน -แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

-สมุดเล่มเล็ก

เรื่อง แรงลัพธ์

-สมุดประจำตัวนักเรียน -ช่วงคะแนน 17-21 (ดีมาก)

-ช่วงคะแนน 12-16 (ดี)

-ช่วงคะแนน 7-11 (พอใช้)

-ช่วงคะแนน 1-6 (ปรับปรุง)

ผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้และมีผลแบบทดสอบหลัง

เรียนสูงกว่าก่อนเรียน

ด้านทักษะ (P)

นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุได้ -ตรวจการทำสมุดเล่มเล็ก เรื่อง แรงลัพธ์

-ตรวจการทำใบบันทึกผลการทำกิจกรรม เรื่องแรงลัพธ์ -สมุดเล่มเล็ก

เรื่อง แรงลัพธ์

-ใบบันทึกผลการทำกิจกรรม เรื่องแรงลัพธ์ -ช่วงคะแนน 10-12 (ดีมาก)

-ช่วงคะแนน 7-9 (ดี)

-ช่วงคะแนน 4-6 (พอใช้)

-ช่วงคะแนน 1-3 (ปรับปรุง)

ผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้

ด้านเจตคติ (A)

นักเรียนมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย -สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน -แบบสังเกตพฤติกรรม -ช่วงคะแนน 5-6 (ดีมาก)

-ช่วงคะแนน 4 (ดี)

-ช่วงคะแนน 3 (พอใช้)

-ช่วงคะแนน 1-2 (ปรับปรุง)

ผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้

ด้านสมรรถนะสำคัญ

นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมโดยมีความสามารถในการคิดและความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต -ประเมินสมรรถนะของผู้เรียน -แบบประเมินสมรรถนะผู้เรียนของ

นักเรียน -ช่วงคะแนน 5-6 (ดีมาก)

-ช่วงคะแนน 4 (ดี)

-ช่วงคะแนน 3 (พอใช้)

-ช่วงคะแนน 1-2 (ปรับปรุง)

ผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้

ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมโดยมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน -สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน -แบบสังเกตพฤติกรรม -ช่วงคะแนน 8-9 (ดีมาก)

-ช่วงคะแนน 6-7 (ดี)

-ช่วงคะแนน 4-5 (พอใช้)

-ช่วงคะแนน 1-3 (ปรับปรุง)

ผ่านเกณฑ์ ระดับพอใช้

โพสต์โดย SMii : [8 มิ.ย. 2569 (07:04 น.)]
อ่าน [86] ไอพี : 203.172.149.107
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,279 ครั้ง
คลิปการทำให้เสื้อที่ซักเรียบเหมือนรีด ด้วยน้ำแข็งเพียง 3ก้อน
คลิปการทำให้เสื้อที่ซักเรียบเหมือนรีด ด้วยน้ำแข็งเพียง 3ก้อน

เปิดอ่าน 24,054 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานการเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์
เกณฑ์มาตรฐานการเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์

เปิดอ่าน 18,454 ครั้ง
เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย เวอร์ชั่น "ป้อม อัสนี  โชติกุล"
เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย เวอร์ชั่น "ป้อม อัสนี โชติกุล"

เปิดอ่าน 22,044 ครั้ง
ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"
ที่มาของคำว่า "บางกะปิ"

เปิดอ่าน 81,180 ครั้ง
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา

เปิดอ่าน 15,797 ครั้ง
ลายมือมีพลัง
ลายมือมีพลัง

เปิดอ่าน 20,664 ครั้ง
การแสดงเครื่องหมายลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องทำอย่างไร
การแสดงเครื่องหมายลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องทำอย่างไร

เปิดอ่าน 2,936 ครั้ง
KJL x Schneider Electric ยกระดับงานไฟฟ้าสู่มาตรฐานสากล
KJL x Schneider Electric ยกระดับงานไฟฟ้าสู่มาตรฐานสากล

เปิดอ่าน 2,051 ครั้ง
การเล่นเกมบนสมาร์ทวอทช์: ฟีเจอร์สนุก ๆ เพื่อความบันเทิงบนข้อมือของคุณ
การเล่นเกมบนสมาร์ทวอทช์: ฟีเจอร์สนุก ๆ เพื่อความบันเทิงบนข้อมือของคุณ

เปิดอ่าน 25,974 ครั้ง
การวัดอุณหภูมิของอากาศ
การวัดอุณหภูมิของอากาศ

เปิดอ่าน 11,425 ครั้ง
กินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่ง
กินมะเขือเทศป้องกันเป็นอัมพาตได้ ยิ่งกินมากยิ่งหนีได้ห่างตั้งครึ่งต่อครึ่ง

เปิดอ่าน 10,224 ครั้ง
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก
อะโดบีเผยเอเชีย-แปซิฟิกใช้อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเติบโตสูงสุดในโลก

เปิดอ่าน 24,068 ครั้ง
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต

เปิดอ่าน 10,332 ครั้ง
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี

เปิดอ่าน 12,425 ครั้ง
เผยโฉมอินเตอร์เฟซของ Google Pad
เผยโฉมอินเตอร์เฟซของ Google Pad

เปิดอ่าน 110,361 ครั้ง
กรีฑา (Athletics)
กรีฑา (Athletics)
เปิดอ่าน 15,067 ครั้ง
วันนี้คุณบำรุงผิวหน้าด้วยอโลเวร่าหรือยัง ?
วันนี้คุณบำรุงผิวหน้าด้วยอโลเวร่าหรือยัง ?
เปิดอ่าน 7,141 ครั้ง
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)
แนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดซื้อวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท (มีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป)
เปิดอ่าน 27,511 ครั้ง
หนัง แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight - Eclipes)
หนัง แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight - Eclipes)
เปิดอ่าน 61,580 ครั้ง
การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ลว 2 ม.ค. 51)
การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ลว 2 ม.ค. 51)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ