๑. ความเป็นมาและความสำคัญวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
พระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่า ช่วยกันสร้างคนดีให้บ้านเมือง และพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ในหลวงรัชกาล ที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ที่ว่า เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์
ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง ทรงรับสั่งให้ดำเนินการตาม แนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ ๙ โดยการให้ทุกคนทำการเพื่อบ้านเมืองและประชาชน โดยมีพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีกระแสรับสั่ง
ให้จัดการศึกษา โดยต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ ผู้เรียนใน ๔ เรื่อง คือ ๑. ทัศนคติที่ถูกต้อง ๒. พื้นฐานชีวิต
ที่มั่นคงแข็งแรง ๓. มีอาชีพ มีงานทำ และ๔. เป็นพลเมืองดี
แผนยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ ๒๕๘๐) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศ ไว้ว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยยุทธศาสตร์ที่ ๓ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
เป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้น
การพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพ
พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่ง คนไทยในอนาคต
จะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการ ที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย
มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรมและ
เป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษ ที่ ๒๑ สู่การเป็นคนไทย ที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการเกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมี สัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗-๒๕๗๐ โดยมีวิสัยทัศน์ขององค์กรคือ ๒ ลด ๒ ปรับ ๒ เพิ่ม ๒ เสริม ๒ สร้าง ๒ มุ่ง และเพื่อเป็นการต่อยอดพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบาย "เรียนดี มีความสุข"
ทั้งนี้ได้นำสู่การดำเนินการโดยกำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ในกลยุทธ์ ที่ ๕ พัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาให้เป็นบุคคลและองค์กรแห่งการเรียนรู้ก้าวสู่องค์กร แห่งนวัตกรรม โดยได้จัดทำโครงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้เรียน ที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อสนองตามวิสัยทัศน์ขององค์กรและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสังกัดพัฒนา คิดค้นแนวทางหรือกระบวนการในการพัฒนาการจัดการศึกษา การบริหารจัดการ หรือการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม
และมีคุณภาพโดยคำนึงถึงบริบทเชิงพื้นที่ ความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียน รวมถึงความสอดคล้อง
ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ (แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพป.เชียงใหม่
เขต ๒ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ฉบับปรับปรุงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘, หน้า ๑๒๐)
โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒
เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีบริบทเป็นชุมชนชนบท ห่างไกลเมือง นักเรียนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ประกอบด้วยชาวพื้นเมือง ไทยใหญ่ ลาหู่ พม่า และลาว ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน และรับจ้าง สภาพครอบครัวส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางค่อนข้างยากจน บางครอบครัวนักเรียนอยู่กับปู่ ย่า
ตา ยาย พ่อแม่ทิ้งถิ่นฐานไปประกอบอาชีพในเมืองใหญ่ จากการสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การพบปะพูดคุยประชุมผู้ปกครอง และการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน ในปีการศึกษา ๒๕๖๖-๒๕๖๘ พบว่า
สภาพครอบครัวของนักเรียนหลายคน ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมบางครอบครัวพ่อแม่หย่าร้าง บางส่วนประสบปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องหาเลี้ยงครอบครัวและตนเองสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้นักเรียนบางส่วน
มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ด้านคุณธรรม วินัย และความมุ่งมั่น สถานศึกษาจึงได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน มุ่งพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โครงการกะศิษย์เกษตร ที่มีคุณลักษณะและการจัดการที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณกับศักยภาพของนักเรียน พอประมาณกับภูมิสังคมของโรงเรียนและชุมชนที่ตั้ง มีการส่งเสริม
ให้ใช้ความรู้อย่างรอบคอบ ระมัดระวังฝึกให้เด็กคิดเป็นทำเป็นอย่างมีเหตุผล ไม่เอาเปรียบผู้อื่น มีวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม สืบสานวัฒนธรรมไทยและวิถีชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญของการขับเคลื่อน คือ การทำให้ผู้เรียนรู้จักความพอเพียง ปลูกฝัง อบรมให้ผู้เรียนมีความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมโดยสอดแทรกแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรสาระเรียนรู้ต่าง ๆ
จากการรายงานคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ๘ ประการ ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ เป็นต้นมาพบว่า ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของนักเรียนชั้น ป.๑-ม.๓ โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา
ได้ร้อยละ ๘๔.๔ ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ คือ ร้อยละ ๘๕ ๑) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๓ ๒) ซื่อสัตย์สุจริตคิดเป็นร้อยละ ๘๙.๕ ๓) มีวินัย คิดเป็นร้อยละ ๗๗.๑ ๔) ใฝ่เรียนรู้คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๕ ๕) อยู่อย่างพอเพียงคิดเป็นร้อยละ ๘๖.๔ ๖) มุ่งมั่นในการทำงาน คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๓ ๗) รักความเป็นไทย คิดเป็นร้อยละ ๘๓.๗ และ๘) มีจิตสาธารณะ คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๒ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศึกษาของโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ด้านที่ ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน สรุปภาพรวมระดับคุณภาพได้ ๗๓.๕๐ (ดีเลิศ) ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผู้บริหารและคณะครูจึงได้ร่วมกันสำรวจปัญหา พบว่า เนื่องมาจากโรงเรียนยังไม่มีรูปแบบการบริหารงานในการขับเคลื่อนกิจกรรม ส่งผลให้การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ ของนักเรียนต่ำกว่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ (สรุปผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๕ หน้า ๓๐)
จากสภาพปัญหา และความสำคัญดังกล่าวข้างต้นโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยาจึงกำหนดเป้าหมาย
การพัฒนาผู้เรียนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา จากการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและภายนอก
ของสถานศึกษาจึงมีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ตามมาตรฐานหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและ
ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม รักความเป็นไทย
ใฝ่ในธรรมะ โดยมุ่งเป้าให้นักเรียนทุกคนที่ได้รับการพัฒนา มีสมรรถนะที่สูงขึ้น จึงได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการสร้างเยาวชนพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ บ้านเมือง และเป็นพลโลกที่ดีต่อไป เข้าร่วมโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เรียนรู้การสร้าง
และใช้นวัตกรรมการศึกษาร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ผู้เรียน และคุณภาพการศึกษาของพื้นที่ ที่สอดคล้องกับ
การพัฒนาประเทศ จึงริเริ่มพัฒนารูปแบบการบริหาร PAJEE S+ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักสร้างอาชีพ ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เข้าใจแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชน มีการสอดแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ได้เรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้บริหาร ครู นักเรียน และภาคีเครือข่ายทั้งภายในและภายนอก แล้วสร้างเป็นนวัตกรรมการศึกษาขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามแนวทางการดำเนินงานและคู่มือการจัดกิจกรรมการน้อมนำพระบรมราโชบายในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ ปี ๒๕๖๘ จึงได้ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู ผู้ปกครองนักเรียนร่วมกันกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อน การผลิตนวัตกรรม และถอดบทเรียน Best Practice กะศิษย์เกษตร ปลูกต้นกล้าความดี ด้วยวิถีพอเพียง โดยใช้รูปแบบ
การบริหาร PAJEE S+ เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการของสถานศึกษา ปลูกฝงความรักในสถาบันหลักของชาติ และนอมนําพระบรมราโชบายดานการศึกษาสูการปฏิบัติได้อย่างยั่งยืนโดยมุ่งสร้างและพัฒนาคนดีสู่สังคม
๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
๑) เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔ ด้านตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็งมีคุณธรรม มีงานทำ-มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
๒) เพื่อพัฒนารูปแบบ กะศิษย์เกษตร ปลูกต้นกล้าความดี ด้วยวิถีพอเพียง โดยใช้รูปแบบการบริหาร PAJEE S+
๓) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาที่การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ผ่านการปฏิบัติกิจกรรมกะศิษย์เกษตร ปลูกต้นกล้าความดี ด้วยวิถีพอเพียง สู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืนและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๔ ด้านให้แก่ผู้เรียน