ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนา
การศึกษานับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของคนไทยและสังคม ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ความว่า การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติและคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองได้ให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนอย่างครบถ้วนพอเหมาะกันทุก ๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นจะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้ตลอด (เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์,2549)
การจัดการศึกษาในปัจจุบันเป็นไปท่ามกลางบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้การพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับประเทศต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑๒๕๘๐) เพื่อวางกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะในด้านการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพของประชากร ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมให้ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพตลอดชีวิต นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการสร้างคนที่มีความรู้ ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม รวมถึงทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในระดับโลก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ได้บัญญัติให้รัฐจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงสนับสนุนให้ภาคส่วนต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างมีมาตรฐานสากล นโยบายปฏิรูปการศึกษาและแผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางส่งเสริมสมรรถนะสำคัญตามกรอบทักษะศตวรรษที่ ๒๑ พร้อมทั้งยกระดับสมรรถนะและทักษะของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 ได้กำหนดแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. ๒๕๖๖๒๕๗๐) เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นองค์กรคุณภาพที่มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมกับพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ
ผ่านกระบวนการนิเทศภายในที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร
แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
โรงเรียนบ้านคำบงเป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีบริบทที่ท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านฐานะของนักเรียนที่ส่วนใหญ่มีครอบครัวที่มีรายได้น้อย ผู้ปกครองประกอบอาชีพรับจ้างในต่างจังหวัด ส่งผลให้ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดและขาดแรงจูงใจในการศึกษา นอกจากนี้ภายในโรงเรียนยังประสบปัญหาด้านจำนวนครูไม่เพียงพอ ภาระงานหนัก และการสับเปลี่ยนบุคลากรบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการพัฒนาสถานศึกษา อีกทั้งความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมของบุคลากรยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ทำให้การวางแผนและการดำเนินงานตามแผนพัฒนาสถานศึกษาไม่บรรลุผลอย่างเต็มที่ ปัญหาความร่วมมือและการทำงานเป็นทีมที่ยังไม่เกิดอย่างแท้จริงเป็นอุปสรรคสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสถานศึกษาสามารถร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการจึงไม่อาจอาศัยเพียงกระบวนการบริหารแบบเดิมที่ขับเคลื่อนผ่านงานเอกสารหรือคำสั่งฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีการ คิดใหม่ ทำใหม่ ด้วยแนวทางที่สร้างสรรค์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ต่อบริบทของโรงเรียน และสามารถส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพที่ยั่งยืน ทั้งนี้หากสถานศึกษามีรูปแบบการบริหารที่ดีนำมาใช้จนประสบความสำเร็จก็จะเรียกได้ว่าเป็นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิผล ดังที่ สุรวาท ทองบุ (อ้างอิงมาจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์วันที่ 21มีนาคม 2559) ที่กล่าวว่าระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันให้โอกาสคนทุกกลุ่มเข้าถึงอย่างทั่วถึง ต่างกับหลายประเทศที่ใช้ระบบแพ้คัดออก ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่คุณภาพการศึกษาในภาพรวมของไทยจะตกต่ำซึ่งถ้าเรามีแต่โรงเรียนยอดนิยมหรือโรงเรียนประจำจังหวัดประจำอำเภอ รับรองได้ว่าคุณภาพการศึกษาก็ไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นแน่นอน ทั้งนี้ยืนยันว่าคุณภาพการศึกษาไทยที่ตกต่ำทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะครูไม่ดีหรือครูไม่เก่งแต่สาเหตุสำคัญมาจากระบบการศึกษา การสนับสนุน การบริหารจัดการ
จากความสำคัญเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ปัญหาการบริหารสถานศึกษา มองเห็นและตระหนักว่าสถานศึกษาเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสำคัญที่สุดในอันที่จะทำหน้าที่ในการพัฒนาคนในประเทศให้มีคุณภาพสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สถานศึกษาจึงต้องมีกระบวนการบริหารจัดการที่ทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดและให้ได้รับการพัฒนาในทุกด้าน ตามความสามารถที่จะจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ดังนั้นผู้รายงานได้พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิผล โดยใช้รูปแบบการบริหารเชิงนวัตกรรม SD2OP เพื่อให้ได้แนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงนวัตกรรม SD2OP
๒. เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและศักยภาพครูสู่มืออาชีพ
๓. เพื่อส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณภาพตามหลักสูตรของสถานศึกษา
๔. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ชุมชนและเครือข่าย
โรงเรียนบ้านคำบงได้พัฒนารูปแบบการบริหารเชิงนวัตกรรม SD2OP โดยสร้างขึ้นจากการศึกษาสภาพปญหาที่ตองการพัฒนาและบริบทของโรงเรียน แล้วนำออกแบบการบริหาร เป็นกรอบแนวคิดเชิงระบบที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ร่วมกัน และการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเชิงประจักษ์ ควบคุมคุณภาพด้วยกระบวนการ PDCA เดมมิ่ง (Deming,2004) กล่าวว่า การจัดการอย่างมีคุณภาพเป็นกระบวนการที่ดำเนินการ ต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลผลิตและบริการที่มีคุณภาพขึ้น โดยหลักการที่เรียกว่า วงจรคุณภาพ (PDCA) หรือวงจรเดม มิ่ง ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Plan) การปฏิบัติตามแผน (Do) การตรวจสอบ (Check) และการปรับปรุง (Act) ใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหาร SD2OP อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแบ่งกระบวนการดำเนินงานออกเป็น 4 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
1. Input (ปัจจัยนำเข้า) ประกอบด้วย
1.1 นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ/นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
1.2 นโยบาย/จุดเน้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต4
1.3 นโยบาย กลยุทธ์ จุดเน้นของโรงเรียนบ้านคำบง
2. Process (กระบวนการ) SD2OP ซึ่ง ประกอบด้วย
2.1 S มาจากคำว่า Swot Analysis กระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพ แวดล้อมภายใน หมายถึง ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนได้เสียร่วมกันการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาและอุปสรรคของโรงเรียนเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ การออกแบบวิธีการดำเนินงานที่แม่นยำ
2.2 D1 มาจากคำว่า Design การออกแบบ หมายถึง กระบวนการสร้างสรรค์ วางแผน และกำหนดรูปแบบโครงสร้าง โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับศาสตร์และศิลป์ เพื่อกำหนดการดำเนินงาน โครงการ/กิจกรรม ในโรงเรียนให้บรรลุตามจุดประสงค์
2.3 D2 มาจากคำว่า Doing ทำ หมายถึง การลงมือปฏิบัติ ตามโครงการ/กิจกรรมที่ออกแบบไว้ อย่างเป็นระบบ
2.4 O มาจากคำว่า Observe การนิเทศ ติดตาม วัดและประเมินผลการจัดโครงการ/กิจกรรรม หมายถึง ผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีกระบวนการทำงานร่วมกันเพื่อดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา แนะนำ และนิเทศการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีการตรวจสอบ กำกับ และประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และพัฒนาคุณภาพงานให้ดียิ่งขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนด
2.5 P มาจากคำว่า Post Project Review ถอดบทเรียน หมายถึง กระบวนการสกัดความรู้ ประสบการณ์ทั้งบวกและลบจากการทำงาน การจัดกิจกรรม/โครงการ หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมาของครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนได้เสีย มาวิเคราะห์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อหาปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา และแนวทางแก้ไข สรุปเป็นองค์ความรู้ สำหรับนำไปพัฒนาการทำงานในโรงเรียนครั้งต่อไป
๓. Output (ผลผลิต) ประกอบด้วย
3.1 โรงเรียนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
3.2 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามเกณฑ์มาตรฐาน
3.3 ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
3.4 ครูผู้สอนมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นเด็กและผู้เรียนเป็นสำคัญ
3.5 ผู้บริหารมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ
3.6 ชุมชนและเครือข่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4. Outcomes (ผลลัพธ์)
4.1 Good Student นักเรียนดี ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข" โดยเชื่อมโยงผลลัพธ์การเรียนรู้เข้ากับสมรรถนะหลัก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ ๑ ส่งเสริมการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
4.2 Good Teacher ครูดี สมรรถนะและศักยภาพครูสู่มืออาชีพ มีกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นผู้ยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชีพ มีภาวะผู้นำทางวิชาการ จัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีทักษะด้านวิชาการและด้านหลักสูตรการเรียนการสอน มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ มีคุณธรรมจริยธรรม รักษาระเบียบวินัยของทางราชการ
สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ทักษะ ที่จำเป็น และสมรรถนะผู้เรียนตามหลักสูตรการจัดการศึกษา
4.3 Good Director ผู้บริหารดี เป็นผู้บริหารที่มีธรรมมาภิบาล เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา
สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง
4.4 Good Community ชุมชนดี คือชุมชนและเครือข่ายมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการศึกษา
สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ ๕ สร้างเครือข่ายการจัดการศึกษาและสังคมแห่งการเรียนรู้
4.5 Good School โรงเรียนดี เป็นโรงเรียนที่บริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล มีนวัตกรรมในการบริหารจัดการที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่ เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ เป็นที่ยอมรับของชุมชน องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ
สอดคล้องกับ กลยุทธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ทักษะ ที่จำเป็น และสมรรถนะผู้เรียนตามหลักสูตรการจัดการศึกษา