ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบความสามารถพื้นฐาน (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดน้ำคบ ด้วยรูปแบบการสอนแบบบูรณาการด้วย Math Model

๑.๑ สภาพปัจจุบัน/ปัญหา

แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560–2579) กำหนดหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาเชิงคณิตศาสตร์สำหรับศตวรรษที่ 21 (สภาการศึกษา, 2560) สปิริตนี้ถูกนำมาขับเคลื่อนต่อในนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ต้องการให้สถานศึกษาระดับประถมศึกษาปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้เป็นแบบเชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้เด็กสามารถนำทักษะคณิตศาสตร์พื้นฐานไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565) การจะยกระดับคุณภาพการศึกษาในภาพรวม จึงต้องเริ่มจากการปรับรื้อพฤติกรรมการเรียนรู้และการคิดคำนวณภายในห้องเรียนซึ่งเป็นฐานรากสำคัญที่สุดในความเป็นจริง การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของไทยมักติดหล่มปัญหาสำคัญ คือ นักเรียนขาดทักษะมิติสัมพันธ์และไม่สามารถตีความโจทย์ปัญหาที่มีความซับซ้อนได้ (สำนักงานทดสอบทางการศึกษา, 2566) ยืนยันได้จากรายงานผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับประเทศ ที่ชี้ชัดว่า คะแนนเฉลี่ยในสาระการวัด เรขาคณิต และโจทย์ปัญหาหลายขั้นตอนของนักเรียนส่วนใหญ่ตกเกณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากการเรียนการสอนที่ไม่สามารถเชื่อมโยงมโนทัศน์ (Concept) นามธรรมให้เด็กเห็นเป็นรูปธรรมได้ นักเรียนจึงเกิดความสับสนในขั้นตอนวิธีคิดและขาดความมั่นใจในการแก้โจทย์ปัญหาเชิงบูรณาการ สำหรับโรงเรียนวัดน้ำคบ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลางในสังกัด สพป.พิษณุโลก เขต 3 ปัญหานี้ปรากฏชัดผ่านพฤติกรรมของนักเรียนที่ไม่กระตือรือร้นและมีความกลัวเมื่อต้องทำโจทย์คณิตศาสตร์ โดยข้อมูลจากรายงานผลการประเมิน NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568 ชี้ให้เห็นช่องว่างทางการเรียนรู้ (Learning Gap) ที่วิกฤต กล่าวคือ มาตรฐาน ค 2.2 ป.3/1 เรื่องรูปเรขาคณิตสองมิติและแกนสมมาตร นักเรียนทำคะแนนเฉลี่ยได้เพียงร้อยละ 10.00 และมาตรฐาน ค 2.1 ป.3/10 เรื่องโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก ทำได้เพียงร้อยละ 24.00 ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศที่อยู่ในระดับร้อยละ 47.52 ค่อนข้างมาก เมื่อวิเคราะห์ย้อนกลับไปที่ต้นตอ พบว่าข้อจำกัดเกิดจากวิถีการสอนแบบเดิมของครูประจำชั้นที่ต้องรับผิดชอบสอนทุกวิชา จึงมักใช้การอธิบายตามตำราเรียน (Lecture-based) และให้เด็กทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ เพื่อจำสูตร (Rote Learning) วิธีนี้ทำให้เด็กไม่ได้สัมผัสหรือลงมือปฏิบัติด้วยสื่อรูปธรรมที่เหมาะกับพัฒนาการตามช่วงวัย ช่องว่าง (Gap) ที่เกิดขึ้นคือ วิธีเดิมไม่ได้ฝึกให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นขั้นเป็นตอน เมื่อสถานการณ์ในโจทย์เปลี่ยนไปหรือเจอโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอน นักเรียนจึงไม่สามารถตีโจทย์ได้ว่าสิ่งทีโจทย์กำหนดคืออะไรและต้องแก้ด้วยเครื่องหมายใด การจัดกิจกรรมที่ผ่านมาจึงยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการเรียนรู้ที่แท้จริงของนักเรียนรายบุคคลได้ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด โรงเรียนวัดน้ำคบจึงเปลี่ยนมาจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

1.3 การกำหนดจุดประสงค์

๑.๓.๑ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบความสามารถพื้นฐาน (NT) ด้านคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดน้ำคบ ด้วยรูปแบบการสอนแบบบูรณาการด้วย Math Model

๑.๓.๒ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 2 ขั้นตอน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยรูปแบบการสอนแบบบูรณาการด้วย Math Model

๑.๓.3 เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้และสร้างเจตคติเชิงบวกต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดน้ำคบ ด้วยรูปแบบการสอนแบบบูรณาการด้วย Math Model

การดำเนินงานด้วยรูปแบบการสอนแบบบูรณาการ Math Model สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนวัดน้ำคบ ได้ตรงตามจุดประสงค์และเป้าหมาย โดยมีข้อมูลผลลัพธ์ที่อ้างอิงจากเล่มรายงาน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบความสามารถพื้นฐาน ดังนี้

ผลสำเร็จด้านความรู้: คะแนนเฉลี่ยการทดสอบ NT ด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ป.๓ ขยับสูงขึ้นกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ (ร้อยละ ๔๗.๕๒) โดยเฉพาะกลุ่มตัวชี้วัดที่เป็นปัญหาเดิม ได้แก่ มาตรฐาน ค ๒.๒ ป.๓/๑ (รูปเรขาคณิตสองมิติและแกนสมมาตร) ที่นักเรียนทำคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ ๑๐.๐๐ และมาตรฐาน ค ๒.๑ ป.๓/๑๐ (โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก) เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ ๒๔.๐๐ ส่งผลให้นักเรียนร้อยละ ๘๐ มีผลการพัฒนาผ่านเกณฑ์เชิงคุณภาพในระดับดีขึ้นไป

โพสต์โดย นางนุจรี ตรีเหรา : [30 พ.ค. 2569 (21:33 น.)]
อ่าน [33] ไอพี : 223.207.248.19
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 36,776 ครั้ง
การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์
การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์

เปิดอ่าน 15,557 ครั้ง
ฮวงจุ้ยช่วยปรับสมดุลสุขภาพ
ฮวงจุ้ยช่วยปรับสมดุลสุขภาพ

เปิดอ่าน 10,739 ครั้ง
ดวงตา กับพัฒนาการของลูกน้อย
ดวงตา กับพัฒนาการของลูกน้อย

เปิดอ่าน 12,125 ครั้ง
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล
การจัดการเรียนการสอนในยุคโลกดิจิตอล

เปิดอ่าน 10,852 ครั้ง
องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่
องค์กรของคุณใช้เครื่องมืออัตโนมัติด้านไอทีที่เหมาะสมหรือไม่

เปิดอ่าน 21,723 ครั้ง
ผมสวยด้วยผักสวนครัว
ผมสวยด้วยผักสวนครัว

เปิดอ่าน 11,260 ครั้ง
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดีทันตาเห็น
หลากหลายวิธี ช่วยให้อารมณ์ดีทันตาเห็น

เปิดอ่าน 11,604 ครั้ง
20 วิธีอ่อนเยาว์มากขึ้นในวันนี้
20 วิธีอ่อนเยาว์มากขึ้นในวันนี้

เปิดอ่าน 39,470 ครั้ง
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้
เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมไอเดียเด็ดเด็กใต้

เปิดอ่าน 16,694 ครั้ง
อ้างพบธาตุหนักที่สุดมีเลขอะตอม 122
อ้างพบธาตุหนักที่สุดมีเลขอะตอม 122

เปิดอ่าน 41,021 ครั้ง
ระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการลาศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงาน วิจัยและพัฒนา พ.ศ. 2552
ระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการลาศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงาน วิจัยและพัฒนา พ.ศ. 2552

เปิดอ่าน 16,131 ครั้ง
ชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อ
ชมคลิป น้องนะโม วัยแค่ 4 ขวบ สวดมนต์ยาวคล่องปร๋อ

เปิดอ่าน 23,974 ครั้ง
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"
"ปลูกมะนาวแป้นดกพิเศษบนต้นตอส้มโวลคา-เมอเรียน่า"

เปิดอ่าน 38,359 ครั้ง
มาฝึกออกเสียง 40 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานกันเถอะ
มาฝึกออกเสียง 40 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานกันเถอะ

เปิดอ่าน 13,326 ครั้ง
คู่มือตั้งงบ 58 (ฉบับแก้ไข)
คู่มือตั้งงบ 58 (ฉบับแก้ไข)

เปิดอ่าน 19,118 ครั้ง
ลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟ
ลดน้ำหนักได้ด้วยกาแฟ
เปิดอ่าน 14,781 ครั้ง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
เปิดอ่าน 28,950 ครั้ง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย
เปิดอ่าน 16,480 ครั้ง
21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ
21 ตุลาคม วันรักต้นไม้แห่งชาติ
เปิดอ่าน 15,207 ครั้ง
อย่าละเลยอาการไหล่ติด
อย่าละเลยอาการไหล่ติด

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ