บทสรุปผู้บริหาร
ชื่อผลงาน TRUST Model นวัตกรรมการนิเทศภายใน เพื่อยกระดับสมรรถนะครูและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกทั้งระบบภายใต้วงจรการทำงานแบบ PACE Steps ประจำปีการศึกษา 2568
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านหินโงม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1
ที่มาและความสำคัญของนวัตกรรม
การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งปัจจัยเชิงประจักษ์ที่มีอิทธิพลสูงสุดคือ "สมรรถนะของครูผู้สอน" จากการศึกษาสภาพปัญหาเดิมของโรงเรียนบ้านหินโงม พบว่ากระบวนการนิเทศภายในมีลักษณะมุ่งเน้นการตรวจสอบและประเมินผล (Evaluation-focused Supervision) ทำให้ครูเกิดความกดดันและไม่เกิดการรวมพลังเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ฝ่ายบริหารวิชาการจึงได้ออกแบบระบบการนิเทศแนวใหม่ที่นำแนวคิด "ความไว้วางใจเชิงสัมพันธภาพ" มาเป็นแกนกลาง เกิดเป็นนวัตกรรม "TRUST Model" ขับเคลื่อนผ่านกลไกวงจรการทำงาน "PACE Steps" เพื่อเปลี่ยนบทบาทผู้นิเทศให้เป็นพี่เลี้ยง (Coaching) และร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน ยกระดับสมรรถนะของครูผู้สอนในการออกแบบแผนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก สร้างวัฒนธรรมองค์กรผ่านกระบวนการ PLC บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
เป้าหมาย ครูผู้สอนร้อยละ 100 สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้อย่างเป็นรูปธรรม มีทัศนคติเชิงบวกต่อการรับการนิเทศ และผู้เรียนร้อยละ 80 มีความพึงพอใจและมีผลสัมฤทธิ์ผ่านเกณฑ์เป้าหมายของสถานศึกษา
กรอบแนวคิดและการขับเคลื่อนนวัตกรรม นวัตกรรมถูกพัฒนาขึ้นโดยบูรณาการหลักการนิเทศแบบกัลยาณมิตร ทฤษฎีการชี้แนะ (Coaching) และแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย
แกนหลักของนวัตกรรม (TRUST Model) ประกอบด้วย การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การสะท้อนผล (Reflection) การเข้าใจบริบทและความแตกต่าง (Understanding) การสนับสนุนทรัพยากร (Support) และการยกระดับคุณภาพสู่การปฏิบัติ (Transformation)
กลไกขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ (PACE Steps) เป็นกลไกที่มีความยืดหยุ่น ประกอบด้วย 1) P - Plan & Prepare (ร่วมวางแผนกำหนดเป้าหมาย) 2) A - Action in Classroom (ปฏิบัติการสอนและสังเกตชั้นเรียน) 3) C - Coaching & Feedback (ชี้แนะและให้ข้อมูลย้อนกลับเชิงบวกด้วยเทคนิค Sandwich Feedback) และ 4) E - Evaluate & Extend (ประเมินผล ถอดบทเรียน และขยายผล)
ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน จากการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ใน 3 มิติ ดังนี้
ผลที่เกิดกับครูผู้สอน ครูได้รับการยกระดับสมรรถนะ สามารถเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) มีความมั่นใจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและแอปพลิเคชันมาบูรณาการในการสอน ลดความตึงเครียดจากการรับการนิเทศ และสามารถพัฒนาตนเองจนถอดบทเรียนเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ได้
ผลที่เกิดกับผู้เรียน ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมถึงผลการทดสอบระดับชาติที่มีพัฒนาการอย่างน่าพึงพอใจและบรรลุตามเป้าหมาย
ผลที่เกิดกับสถานศึกษา โรงเรียนเกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมผ่าน PLC ที่เข้มแข็ง มีระบบการบริหารงานวิชาการที่เป็นเลิศ ลดภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน และก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบและแหล่งศึกษาดูงานได้
ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการต่อยอด
ความสำเร็จของนวัตกรรมเกิดจากภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารที่เน้นการมีส่วนร่วม การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา ความยืดหยุ่นของวงจร PACE Steps และการเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลงของครูผู้สอน โรงเรียนได้ดำเนินการเผยแพร่ผลงานทั้งภายในระดับสถานศึกษา ระดับเครือข่ายเขตพื้นที่ และผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนให้ครูนำข้อมูลจากการนิเทศไปขยายผลต่อยอดเป็นงานวิจัยในชั้นเรียน (CAR) เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์ในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน