ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ป.1 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ ก้าวไปพร้อมกัน ด้วยกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาไทย “ทวน เสริม ย้ำ”

แบบรายงานผลงานแบบปฏิบัติที่ดี (Best Practices)

ชื่อผลงาน : ป.1 ทุกคน อ่านออกเขียนได้ ก้าวไปพร้อมกัน ด้วยกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาไทย “ทวน เสริม ย้ำ”

ชื่อผู้เสนอผลงาน : นายประเสริฐ จันทะคุณ

ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนวัดน้ำคบ

ประเภทผลงาน / นวัตกรรม

( / ) การจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

1. สภาพปัจจุบัน ปัญหา

1.1 สภาพปัจจุบัน / ปัญหา

ทักษะสำคัญของการเรียนรู้ภาษาไทยแบ่งออกเป็นทักษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด แต่ทักษะที่มีความสำคัญในการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียน คือ ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน เพราะเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการรับสาร-ส่งสาร ที่นอกเหนือจากทักษะการฟัง การดู การพูด ที่ผู้เรียนได้ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งทักษะการอ่าน การเขียน ยังมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่อง การอ่านออกเขียนได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงการเรียนรู้ด้านภาษา (Literacy) ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะนำไปสู่การเรียนรู้วิชาอื่นต่อไป ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่ง ในการทำให้เด็กได้พัฒนาตนเอง หากมีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ การที่จะไปเรียนวิชาอื่นย่อมเป็นไปได้ยาก

การเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเพื่อให้นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก การอ่านและการเขียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คือ "หัวใจหลักของการเรียนรู้" (Foundation for All Learning) เป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงภาษาพูดเข้ากับภาษาเขียน หากผู้เรียนมีรากฐานที่ดีตั้งแต่วัยนี้ จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์และต่อยอดความรู้ในวิชาอื่นๆ และใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนร้อยละ 87.50 ประสบปัญหาจำพยัญชนะและสระไม่ได้ ทำให้อ่านไม่ได้ ไม่กล้าอ่านออกเสียง และขาดความมั่นใจ ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความแตกต่างระหว่างบุคคล พื้นฐานประสบการณ์ทางภาษาที่ไม่เท่ากัน ขาดการฝึกทักษะที่ต่อเนื่อง รวมถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยังไม่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กในวัยเริ่มต้น ซึ่งควรเน้นการฝึกปฏิบัติซ้ำ การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย และการมีส่วนร่วมจากครอบครัว ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะส่งผลให้นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และหากนักเรียนไม่สามารถผ่านเกณฑ์ทักษะการอ่านและการเขียนพื้นฐานในระดับชั้นนี้ได้ จะส่งผลกระทบต่อการเรียนในวิชาภาษาไทย และในวิชาอื่น ๆ และยังส่งผลกระทบต่อการประเมินความสามารถในการอ่าน (Reading Test : RT) ของนักเรียนด้วย

ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 นักเรียนมีความแตกต่างทางด้านพื้นฐานทักษะภาษาไทยอย่างหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่เรียนรู้ได้เร็วและกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การจัดการเรียนรู้ในเวลาปกติเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนให้บรรลุตามเกณฑ์ของหลักสูตรได้อย่างทั่วถึง ปัญหาหลักที่พบคือ นักเรียนมักลืมสิ่งที่เรียนไปแล้วหากไม่ได้ทบทวนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในการอ่านและเขียนสะกดคำ จึงจำเป็นต้องมีนวัตกรรมที่สร้างความต่อเนื่องในการเรียนรู้ ไม่จำกัดอยู่แค่ในคาบเรียนปกติเท่านั้น

1.2 แนวทางการแก้ปัญหา / พัฒนา

ครูผู้สอนจึงได้นำแนวคิด “การเรียนรู้แบบทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง (Spaced Repetition)” มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความแม่นยำ โดยออกแบบกิจกรรมที่แทรกซึมอยู่ในกิจวัตรประจำวันของนักเรียน เพื่อลดความตึงเครียดและเปลี่ยนการฝึกทักษะให้เป็นเรื่องสนุก และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในทุกช่วงเวลาของวัน ผสมผสานกับการสร้างวินัยเชิงบวก ด้วยกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาไทย “ทวน เสริม ย้ำ” เพื่อให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคย สามารถจดจำพยัญชนะ สระได้ อันเป็นฐานในการอ่านการเขียน รวมทั้งได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนจากง่ายไปหายากอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกระบวนการที่ทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นานในแต่ละวัน เนื่องจากการอ่านการเขียนเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ เพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

1.3 จุดประสงค์

1. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT)

2. เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพและอ่านออกเขียนได้

3. เพื่อปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการการเรียนภาษาไทยและการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

1.4 เป้าหมาย

เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 80 ขึ้นไป มีผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) อยู่ในระดับดีขึ้นไป

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 80 มีทักษะการอ่านและการเขียน อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ร้อยละ 80 มีเจตคติที่ดีต่อการอ่านและการเขียน อยู่ในระดับดีขึ้นไป

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้รับการพัฒนาให้อ่านออก เขียนได้ และมีผลสัมฤทธิ์การประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) สูงขึ้น

2. นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย มีความมั่นใจในการอ่านและเขียนด้วยตนเอง

โพสต์โดย นายประเสริฐ จันทะคุณ : [27 พ.ค. 2569 (18:24 น.)]
อ่าน [57] ไอพี : 223.207.228.64
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,698 ครั้ง
นวดกดจุดบนใบหน้า ทางเลือกแก้นอนไม่หลับในผู้สูงอายุ
นวดกดจุดบนใบหน้า ทางเลือกแก้นอนไม่หลับในผู้สูงอายุ

เปิดอ่าน 26,119 ครั้ง
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579

เปิดอ่าน 321,120 ครั้ง
ประวัติเครื่องหมายหาร  (÷)
ประวัติเครื่องหมายหาร (÷)

เปิดอ่าน 17,248 ครั้ง
QR CODE คืออะไร
QR CODE คืออะไร

เปิดอ่าน 56,413 ครั้ง
Verb Tenses (Past Tenses )
Verb Tenses (Past Tenses )

เปิดอ่าน 10,828 ครั้ง
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557

เปิดอ่าน 89,641 ครั้ง
ผักพื้นบ้าน 13 ชนิด ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ไม่ทำลายตับ
ผักพื้นบ้าน 13 ชนิด ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ไม่ทำลายตับ

เปิดอ่าน 11,314 ครั้ง
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี
สตอเรจแก้วเก็บข้อมูลได้หลายร้อยล้านปี

เปิดอ่าน 11,885 ครั้ง
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา
ม.44 ดัน "ศึกษาธิการจังหวัด" เดินหน้าหรือถอยหลังปฏิรูปศึกษา

เปิดอ่าน 27,146 ครั้ง
นางสงกรานต์ปี 2556 นามว่า "มโหธรเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว มีนกยูงเป็นพาหนะ
นางสงกรานต์ปี 2556 นามว่า "มโหธรเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว มีนกยูงเป็นพาหนะ

เปิดอ่าน 46,605 ครั้ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา  สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง
เจาะลึกความสำเร็จการบริหารโรงเรียนตามแนวทาง SLC ของร.ร.พุทธจักรวิทยา สร้างฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็งให้นักเรียน ดันคะแนนเฉลี่ยโอเน็ตปี’62 พุ่ง

เปิดอ่าน 77,251 ครั้ง
งดข้าวเช้า…ตายเร็ว
งดข้าวเช้า…ตายเร็ว

เปิดอ่าน 14,214 ครั้ง
คุณภาพการศึกษาดูจากหลักฐานขยะเท่านั้นหรือ!
คุณภาพการศึกษาดูจากหลักฐานขยะเท่านั้นหรือ!

เปิดอ่าน 22,826 ครั้ง
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้
หลากวิตามินพิชิตเบาหวาน หยุดน้ำตาลพุ่งสูง ก่อนสายเกินแก้

เปิดอ่าน 14,159 ครั้ง
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด
ดูชัดๆ ฟ้าผ่าสุดโหด

เปิดอ่าน 18,665 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามาตรา 36 ค.(2)
เปิดอ่าน 16,797 ครั้ง
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน
แสงสว่างของหิ่งห้อยมาจากไหน
เปิดอ่าน 19,183 ครั้ง
วิธีดูแลรักษาโซฟาหนัง
วิธีดูแลรักษาโซฟาหนัง
เปิดอ่าน 36,441 ครั้ง
"ไมโครกรีน" ผักจิ๋ว แต่คุณประโยชน์สูง...ทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพ "ทานน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก"
"ไมโครกรีน" ผักจิ๋ว แต่คุณประโยชน์สูง...ทางเลือกใหม่ของผู้รักสุขภาพ "ทานน้อยแต่ได้ประโยชน์มาก"
เปิดอ่าน 17,852 ครั้ง
เจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลย
เจาะเทคนิค "ฝึกภาษาอังกฤษ" ทำเองได้ ไม่ยากเลย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ