|
Advertisement
|
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี มีวัตถุประสงค์ การวิจัยดังนี้ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทาง ในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ การบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัล เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบ ในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสานพหุระยะ ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี เป็นการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และการสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 5 คน ครู จำนวน 195 คน นักเรียน จำนวน 355 คน และผู้ปกครอง จำนวน 355 คน โดยนักเรียนและผู้ปกครองได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น รวมทั้งผู้บริหารและหัวหน้างานวิชาการของโรงเรียนต้นแบบ จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบบันทึกการศึกษาเอกสาร แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม และแบบประเมินองค์ประกอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNI Modified) และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและการพัฒนา โดยดำเนินการร่างรูปแบบ ตรวจสอบ ปรับปรุง และจัดทำคู่มือการใช้รูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน ได้มาจาก การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบบันทึกร่างรูปแบบ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบตรวจสอบร่างรูปแบบ และแบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยดำเนินการทดลองใช้รูปแบบเป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 และข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ รูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัล คู่มือการใช้รูปแบบ และแบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการ หนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความถูกต้อง และความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยครู นักเรียน ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินรูปแบบและแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษาองค์ประกอบ สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็น และแนวทางในการพัฒนาการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จากการศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และการศึกษาการปฏิบัติที่เป็นเลิศ พบว่า องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และการวัดและประเมินผล โดยผลการประเมินองค์ประกอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า มีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารงานวิชาการโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นพบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และการวัดและประเมินผลตามลำดับ ทั้งนี้ แนวทางจากการศึกษาการปฏิบัติที่เป็นเลิศ พบว่า การบูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบบริหารจัดการเรียนรู้ สามารถส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการขับเคลื่อน องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการ แนวทางการประเมิน และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยองค์ประกอบด้านการบริหารงานวิชาการประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา และการวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นการบูรณาการการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนปกติ (On-site) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ (Online) ผ่านระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) โดยผลการตรวจสอบและประเมินรูปแบบพบว่า มีความเหมาะสม ความถูกต้อง และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด 3) การศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พบว่า การใช้รูปแบบสามารถยกระดับคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 74.44 เป็นร้อยละ 79.79 คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 96.77 เป็นร้อยละ 97.54 และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83.92 เป็นร้อยละ 86.51 ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนได้ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4) การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการหนึ่งโรงเรียนสองระบบในยุคดิจิทัลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และความถูกต้องโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ: รูปแบบการบริหาร, การบริหารงานวิชาการ, หนึ่งโรงเรียนสองระบบ, ยุคดิจิทัล, คุณภาพผู้เรียน
|
โพสต์โดย กรชนก : [27 พ.ค. 2569 (14:26 น.)] อ่าน [68] ไอพี : 49.49.242.142
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 14,432 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,315 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 159,052 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,033 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,809 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,814 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,730 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,652 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 48,372 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,683 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 29,735 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,042 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,647 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,630 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,479 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 20,070 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,157 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,595 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,568 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,139 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|