ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องการแยกสารผสม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้สืบเสาะ 5E ผสานนวัตกรรม P-U-R-E Model และคลังสื่อดิจิทัล OBEC Content Center

ความเป็นมาและความสำคัญ

กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการพลิกโฉมกระบวนการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีแนวทางสำคัญในการส่งเสริมให้สถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มระบบคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมระบบคลังสื่อเพื่อการเรียนรู้ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสื่อสารสนเทศที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม จากบริบทการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้านเนินตอง พบว่า หน่วยการเรียนรู้เรื่อง “การแยกสารผสม” ซึ่งครอบคลุมวิธีการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน เป็นหัวข้อที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมากในด้านการเชื่อมโยงระหว่างการลงมือปฏิบัติทดลองจริงกับการทำความเข้าใจกลไกในระดับอนุภาค นักเรียนส่วนใหญ่สามารถจดจำชื่อและวิธีการแยกสารได้จากการทดลองในห้องเรียน แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ประยุกต์ใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน นักเรียนมักไม่สามารถจำแนกทฤษฎี นึกภาพการแยกอนุภาคของสารผสมที่มีขนาดเล็ก หรือเชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหัวข้อนี้น้อยกว่าเกณฑ์ที่คาดหวัง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนานวัตกรรมการสอนที่ผสานชุดกิจกรรมการทดลองเชิงรุกเข้ากับสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center เพื่อทลายข้อจำกัดในการมองเห็นระดับโมเลกุล และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเป็นระบบ

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมจึงได้บูรณาการหลักการทางครุศาสตร์และการบริหารจัดการคุณภาพเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อโมเดล P-U-R-E Model ซึ่งทำงานสอดรับควบคู่ไปกับวงจรคุณภาพตามแนวคิดเชิงระบบ โดยเริ่มจากการวางแผน (Plan) นำไปสู่การปฏิบัติในขั้นแรกคือ Practice หรือการลงมือปฏิบัติจริงด้วยชุดกิจกรรม สอดคล้องกับแนวคิด Learning by Doing ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผ่านการทดลองกรอง การตกตะกอน และการแยกสารผสมจริง จากนั้นขับเคลื่อนสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ (Do) ในขั้น Utilization of Digital Media หรือการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลในระบบ OBEC Content Center ตามแนวคิดการบูรณาการเทคโนโลยีผสานวิธีสอนและเนื้อหา เพื่อนำสื่อดิจิทัลมาปิดรอยต่อทางความคิดและขยายภาพอนุภาคของสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อมาในขั้นการตรวจสอบ (Check) จะขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ Research & Enquiry หรือการสืบเสาะหาความรู้ด้วยกระบวนการ 5E ซึ่งยึดโยงอยู่บนพื้นฐานทฤษฎีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม สืบค้น และสร้างองค์ความรู้เรื่องสารผสมด้วยตนเองผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก และสิ้นสุดวงจรที่ขั้นการปรับปรุงพัฒนา (Act) ผ่านกระบวนการ Evaluation & Reflection หรือการวัดประเมินผลและการสะท้อนคิด เพื่อประเมินความเข้าใจของผู้เรียนตามแนวคิดการประเมินเพื่อพัฒนา และนำผลมาสะท้อนคิดเพื่อปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการเลือกใช้ประเภทสื่อจากระบบ OBEC Content Center ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการข้างต้น ได้มีการคัดสรรและจำแนกประเภทเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อนำมาใช้ในแต่ละขั้นของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E อย่างจำเพาะเจาะจง โดยในขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) และขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) ได้นำสื่อประเภทวิดีโอมาใช้เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น กระบวนการทำนาเกลือ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา พร้อมทั้งใช้สื่อประเภทภาพเคลื่อนไหวหรือแอนิเมชันมาช่วยอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมระดับโมเลกุล เช่น ภาพจำลองการติดอยู่บนกระดาษกรองของอนุภาคสารที่มีขนาดใหญ่ เปรียบเทียบกับอนุภาคของน้ำที่ผ่านรูพรุนไปได้ ทำให้นักเรียนเห็นภาพกลไกการแยกสารได้อย่างเด่นชัด นอกจากนี้ในขั้นขยายความรู้ (Elaboration) และขั้นประเมินผล (Evaluation) ยังได้นำสื่อประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊กมาใช้ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง ตลอดจนประยุกต์ใช้คลังข้อสอบในระบบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

การนำสื่อจากระบบ OBEC Content Center และนวัตกรรม P-U-R-E Model มาใช้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องการแยกสารผสมนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ในสาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 ที่มุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสาร และความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค โดยตรงตามตัวชี้วัด ว 2.1 ป.6/1 ที่ระบุให้ผู้เรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร ซึ่งความสอดคล้องดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อตัวชี้วัดของหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการทดลองจริง และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการยกระดับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม

โพสต์โดย นางสาวกิ่งแก้ว พันธ์หนอง : [24 พ.ค. 2569 (16:26 น.)]
อ่าน [5665] ไอพี : 49.237.176.191
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 31,445 ครั้ง
สูตรการคำนวณระดับความสำเร็จ กรณีข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี
สูตรการคำนวณระดับความสำเร็จ กรณีข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี

เปิดอ่าน 12,636 ครั้ง
โซเชียลทำพิษ... 5 โรคฮิตของคนติดจอ
โซเชียลทำพิษ... 5 โรคฮิตของคนติดจอ

เปิดอ่าน 356 ครั้ง
Ultherapy PRIME ยกกระชับผิวหน้าขั้นสุด ล็อกหน้าเป๊ะ โดยไม่ต้องผ่าตัด
Ultherapy PRIME ยกกระชับผิวหน้าขั้นสุด ล็อกหน้าเป๊ะ โดยไม่ต้องผ่าตัด

เปิดอ่าน 21,006 ครั้ง
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร
VTR การพัฒนาครูในรูปแบบใหม่ โดยการใช้การพัฒนาอย่างครบวงจร

เปิดอ่าน 20,804 ครั้ง
ประโยชน์ของ "ผักแพว"
ประโยชน์ของ "ผักแพว"

เปิดอ่าน 12,284 ครั้ง
อยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ
อยากได้กันมั๊ย ชมคลิปโชว์ความสามารถ Google Glass แว่นตาอัจฉริยะ

เปิดอ่าน 12,751 ครั้ง
บุหรี่ "ไม่สูบ" ไม่ได้เหรอ?
บุหรี่ "ไม่สูบ" ไม่ได้เหรอ?

เปิดอ่าน 18,396 ครั้ง
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ
มาทำความรู้จักกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนากันเถอะ

เปิดอ่าน 17,128 ครั้ง
8 วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด
8 วิธีถนอมหลังห่างไกลอาการปวด

เปิดอ่าน 16,237 ครั้ง
คนแบบไหนที่ต้องการวิตามินซี
คนแบบไหนที่ต้องการวิตามินซี

เปิดอ่าน 19,480 ครั้ง
มติ ครม. ให้หยุดยาว ช่วงเข้าพรรษา 4-8 ก.ค.นี้
มติ ครม. ให้หยุดยาว ช่วงเข้าพรรษา 4-8 ก.ค.นี้

เปิดอ่าน 16,456 ครั้ง
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร

เปิดอ่าน 29,158 ครั้ง
ลอการิทมิกธรรมชาติ
ลอการิทมิกธรรมชาติ

เปิดอ่าน 18,796 ครั้ง
เม็ดแมงลัก สมุนไพรเด็ด ช่วยให้หุ่นสวย สุขภาพดี
เม็ดแมงลัก สมุนไพรเด็ด ช่วยให้หุ่นสวย สุขภาพดี

เปิดอ่าน 9,978 ครั้ง
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)

เปิดอ่าน 14,192 ครั้ง
ปากเหม็น...ทำไงดี!!!
ปากเหม็น...ทำไงดี!!!
เปิดอ่าน 16,715 ครั้ง
ระวัง! ของกินเล่นพลังงานสูง
ระวัง! ของกินเล่นพลังงานสูง
เปิดอ่าน 6,967 ครั้ง
วัยทำงาน มีภาวะอ้วน แนะหลัก "3อ 2ส 1ฟ 1น" ลดเสี่ยง
วัยทำงาน มีภาวะอ้วน แนะหลัก "3อ 2ส 1ฟ 1น" ลดเสี่ยง
เปิดอ่าน 16,429 ครั้ง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
เปิดอ่าน 15,066 ครั้ง
โรคเอ็มเอส โรคร้ายของหนุ่มสาว
โรคเอ็มเอส โรคร้ายของหนุ่มสาว

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ