โรงเรียนวัดชลธารประสิทธิ์ได้พัฒนากรอบแนวคิด SMART-CHON MODEL เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการนิเทศภายใน โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 9 ด้าน ได้แก่
องค์ประกอบ ความหมาย
S Supervision System : ระบบนิเทศที่เป็นระบบ
M Mentoring & Monitoring : การนิเทศแบบพี่เลี้ยง
A Active Learning : การเรียนรู้เชิงรุก
R Reflection : การสะท้อนผลเพื่อพัฒนา
T Technology Integration : การใช้เทคโนโลยี
C Collaboration : การมีส่วนร่วม
H Humanized Supervision : การนิเทศแบบกัลยาณมิตร
O Organization Learning : องค์กรแห่งการเรียนรู้
N New Quality Education : คุณภาพการศึกษาแนวใหม่
2.5 กระบวนการสร้าง พัฒนาด้านการนิเทศภายในและการนำไปประยุกต์ใช้
โรงเรียนวัดชลธารประสิทธิ์ได้นำ SMART-CHON MODEL ไปใช้ในการบริหารงานนิเทศภายในผ่านกระบวนการ PDCA ดังนี้
1. Plan (การวางแผน)
วิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการจำเป็นของครูและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เพื่อนำมาจัดทำแผนการนิเทศ กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และปฏิทินการดำเนินงาน วิเคราะห์สภาพปัญหาและ
ความต้องการจำเป็นศึกษาข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สภาพปัญหาในการจัดการเรียนรู้
และความต้องการพัฒนาของครู รวมทั้งออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศและกำหนดองค์ประกอบของ SMART-CHON MODEL พร้อมสร้างเครื่องมือ คู่มือ และปฏิทินการนิเทศภายในของสถานศึกษา
จากนั้นได้ออกแบบและพัฒนา SMART-CHON MODEL ให้เป็นรูปแบบการนิเทศภายในที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ตัวชี้วัด เครื่องมือ และแผนการดำเนินงานไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศภายในและวางปฏิทินการนิเทศประจำปี
2. ขั้นดำเนินการ (Do)
โรงเรียนดำเนินการนิเทศภายในตามกระบวนการของ SMART-CHON MODEL โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศในชั้นเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) การให้คำปรึกษาและสะท้อนผลการสอน รวมถึงการติดตามการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานมุ่งเน้นการพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้สื่อและเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม และพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพอย่างรอบด้าน
3. ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check)
สถานศึกษาได้ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานนิเทศภายในอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แบบสังเกตชั้นเรียน แบบประเมินความพึงพอใจ แบบสะท้อนผลหลังการนิเทศ และการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ผลการประเมินถูกนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เพื่อค้นหาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน
4. ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (Act)
โรงเรียนนำผลจากการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนากระบวนการนิเทศภายในอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรูปแบบกิจกรรม เครื่องมือการนิเทศ และแนวทางการพัฒนาครู เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป