การวิจัยเรื่องรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2
ในการวิจัยครั้งนี้มีแหล่งข้อมูลคือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 การประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 25 คน การศึกษาเชิงสำรวจจากผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม/โครงการความปลอดภัยในสถานศึกษา จำนวน 147 คน ศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ด้านการบริหารสถานศึกษา หรือด้านโรงเรียนสุขภาวะ หรือด้านความปลอดภัยในโรงเรียน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับชาติหรือระดับพื้นที่ จำนวน 5 คน และตรวจสอบความถูกต้องครอบคลุมความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ โดยการประชุมอภิปรายแบบพหุลักษณะเพื่อหาฉันทามติ (Multi-Attribute Consensus Reaching : MACR) ของผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน จากนั้นได้ปรับปรุงเป็นรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบฉบับสมบูรณ์ตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วนำรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบไปทดลองใช้กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 จำนวน 87 โรงเรียน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2568 และได้ศึกษาความเป็นประโยชน์และความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบโดยผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 จำนวน 60 คน และครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 จำนวน 673 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 733 คน ดำเนินการการวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNImodified) และการวิเคราะห์เมทริกซ์ (Matrix Analysis)
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 พบว่า ปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวม ประกอบด้วย 1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 มีผลการดำเนินงานด้านการสร้างความสุขและความปลอดภัยของสถานศึกษาในระดับคุณภาพปรับปรุง 2) การขับเคลื่อนยังไม่ครอบคลุมทุกสถานศึกษา 3) ขาดการบูรณาการเป็นระบบเดียวกัน ส่งผลให้การเชื่อมโยงระหว่างความปลอดภัย สุขภาวะ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการเรียนรู้ไม่เป็นเรื่องเดียวกัน 4) การส่งเสริมความปลอดภัยไม่เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัยและสุขภาวะอย่างยั่งยืน 5) โรงเรียนหลายแห่งยังคงประสบกับปัญหาความไม่ปลอดภัยในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกลั่นแกล้งในหมู่นักเรียน การคุกคามทางเพศ การเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนร่วมถึงภายนอกโรงเรียน การลักลอบนำอาวุธเข้ามาในโรงเรียน ตลอดจนภัยคุกคามทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น และ 6) ปัญหาด้านการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกขาดความต่อเนื่อง ไม่เป็นระบบและไม่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และภาคเอกชนยังไม่เต็มศักยภาพ ขาดแผนร่วมและโครงการร่วมที่สามารถขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาร่วมกันอย่างยั่งยืน ในด้านแรงผลักดัน ประกอบด้วย 1) แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ในมิติของการศึกษาหมายถึงความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบ รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการสร้างสุขภาวะให้เกิดแก่ประชากรไทย และการสร้างตาข่ายรองรับทางสังคม พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและกลุ่มเปราะบางให้มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต 2) แนวคิด เรียนดี มีความสุข นโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567-2568 เน้นการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับทั้งผู้เรียน ครู และบุคลากร การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนด้วยระบบ School Health Hero การยกเลิกครูเวรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ครูมีความปลอดภัยและลดความกังวลการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเพื่อลดความเครียดสะสม และการจัดหานักการภารโรงเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยในโรงเรียน 4) กระทรวงศึกษาธิการยกระดับเรื่องความปลอดภัยให้เป็นจุดเน้นข้อที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย โดยเน้นความปลอดภัยเชิงโครงสร้างและระบบ มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมผ่านระบบ MOE Safety Center
2. ผลการศึกษาสภาพที่เป็นจริง สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 พบว่า สภาพการดำเนินงานที่เป็นจริงในการบริหารในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅ = 3.12, S.D.= 0.68) สภาพที่พึงประสงค์ให้มีการดำเนินการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.51, S.D.= 0.66) ในส่วนของการจัดลำดับความต้องการจำเป็นของการดำเนินการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2
พบว่า มีค่า PNImodified อยู่ระหว่าง 0.31 0.55 พบว่า ด้านที่มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสูงสุด ได้แก่ ด้านที่ 3 กระบวนการ มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนามากที่สุด (PNImodified= 0.55) และผลการวิเคราะห์เมทริกซ์ (Matrix Analysis) ระหว่างสภาพที่เป็นจริงกับสภาพที่พึงประสงค์ จัดลำดับความต้องการจำเป็น พบว่า ในภาพรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในส่วนที่ 3 คือการดำเนินงานต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (ผลการดำเนินงานไม่ดีต้องปรับปรุง) หรือมีความต้องการจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาในทุกด้าน
3. ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 พบว่า
3.1 รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ทิศทาง 2) กลไกการบริหาร 3) กระบวนการ 4) ผลการดำเนินงาน และ 5) เงื่อนไขความสำเร็จ และผลการตรวจสอบความถูกต้องครอบคลุม ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในระดับมากและมากที่สุด
3.2 คู่มือการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 บทนำ ส่วนที่ 2 รูปแบบ ส่วนที่ 3 แนวทางการใช้รูปแบบ และส่วนที่ 4 เกณฑ์และเครื่องมือประเมิน
4. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 พบว่า ผลการใช้รูปแบบได้ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ พบว่า ประสิทธิภาพกระบวนการใช้รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥 ̅= 4.66, S.D. = 0.44) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับแรกได้แก่ กระบวนการ (𝑥̅ = 4.74, S.D. = 0.37) รองลงมาคือ ด้านกลไกการบริหาร (𝑥̅ = 4.73, S.D.= 0.43) และด้านผลการดำเนินงาน (𝑥̅ = 4.67, S.D. = 0.47) ตามลำดับ นอกจากนี้โรงเรียนได้ประเมินตนเองและรายงานผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ในปีการศึกษา 2568 ก่อนและหลังนำรูปแบบไปใช้ มีผลการประเมินในระดับยอดเยี่ยมที่มีค่าพัฒนาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.94 มีผลการประเมินในระดับดีเลิศที่มีค่าพัฒนาการเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.14 และมีผลการประเมินในระดับดีมีค่าพัฒนาการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.24 จากผลการเปรียบเทียบแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ส่งผลต่อการพัฒนาโรงเรียนให้มีมาตรฐานด้านสุขภาวะและความปลอดภัยตามมาตรฐานโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างแท้จริง
5. ผลการประเมินความเป็นประโยชน์และผลการประเมินความพึงพอใจของรูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนสุขภาวะและความปลอดภัยแบบองค์รวมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.87, S.D. = 0.55) , (𝑥̅ = 4.75, S.D. = 0.60) ตามลำดับ