ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาต่างประเทศที่มีความสำคัญและแพร่หลายที่สุด กลายเป็นภาษาสากลที่ประชาชนในประเทศต่าง ๆ รับรู้รับฟังภาษาอังกฤษผ่านสื่อต่าง ๆ ทุกวัน สินค้าและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่มี ชื่อ เครื่องหมาย คำอธิบาย วิธีใช้และแหล่งผลิตเป็นภาษาอังกฤษรวมถึงหนังสือ ตำรา วารสาร อินเตอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ก็สื่อความหมายด้วยภาษาอังกฤษอาจกล่าวได้ว่า แทบทุกประเทศในโลกให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก พบว่า มีบุคคลใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ภาษาที่สองและภาษาต่างประเทศในการติดต่อสื่อสารกันมากกว่า 1,200 ล้านคนและร้อยละ 80 ของข้อมูลเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลกเป็นภาษา อังกฤษ ดังนั้นภาษาอังกฤษ จึงเป็นภาษาสากลที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับชาติต่าง ๆ โดยเฉพาะยุคนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษว่าเป็นภาษาต่างประเทศที่สำคัญ และถูกนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารอย่าง แพร่หลายที่สุด อีกทั้ง ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาที่จำเป็นต่อการศึกษาขั้นสูง ทั้งในและนอกประเทศเพราะตำราทางวิชาการขั้นสูงส่วนใหญ่ถูกจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ จึงทำให้ภาษาอังกฤษมีความ สำคัญในการเป็นสื่อกลางสำหรับการติดต่อสื่อสารในโลกยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง ประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติจึงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก
จากการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษที่ผ่านมา พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความเขินอาย และไม่กล้าที่จะพูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นในตนเองเมื่อต้องพูดภาษาอังกฤษ ทำให้นักเรียนมีทักษะทางด้านการพูดต่ำกว่ามาตรฐานอยู่มากและนักเรียนก็เรียนรู้ ได้จากตำราเรียนเพียงอย่างเดียวไม่มีสื่อสำหรับการจัด การเรียนการสอนที่จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของนักเรียน ทำให้ผลการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างเพียงพอ หากพิจารณาถึงสาเหตุที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้นักเรียนส่วนใหญ่ มีทักษะด้านการพูดที่ไม่น่าพึงพอใจนั้นอาจมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจาก ความสามารถของครู วิธีการสอน ข้อบกพร่องของหลักสูตรความสามารถของนักเรียนเองหรือระบบการเรียนการสอนที่ไม่ได้มุ่งฝึกการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร ปัญหาที่ส่งผลให้นักเรียนไทยมีทักษะการพูดที่ไม่น่าพึงพอใจว่า เนื่องมาจากการสอนทักษะการฟังและการพูดในระยะที่ผ่านมา เน้นการฝึกออกเสียงตลอดจนการฝึกโครงสร้างของประโยคก็เน้นเพียงความถูกต้อง ตามหลักภาษาศาสตร์ จนละเลยที่จะฝึกความสามารถในการพูด คือ พูดให้ผู้อื่นเข้าใจในสิ่งที่ตนพูด และโต้ตอบในความเร็วปกติของเจ้าของภาษาได้
ซึ่งการจัดการเรียนการสอนทักษะการสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษามักพบปัญหาหลัก ดังนี้
1. ความไม่มั่นใจในการพูด นักเรียนกลัวการออกเสียงผิดหรือใช้ไวยากรณ์ไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่กล้าสนทนา
2. ขาดโอกาสฝึกฝนการสนทนาในชีวิตจริง นักเรียนมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะในห้องเรียน และขาดสถานการณ์จริงในการฝึกพูด
3. การพึ่งพาการท่องจำมากกว่าความเข้าใจ นักเรียนมักจำประโยคสนทนาแบบตายตัว แต่เมื่อต้องพูดจริงกลับไม่สามารถปรับใช้ได้
4. ขาดคลังคำศัพท์และสำนวนที่เพียงพอ นักเรียนมีข้อจำกัดด้านคำศัพท์ ทำให้การสนทนาไม่ลื่นไหล
5. ขาดการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน รูปแบบการสอนแบบเดิม (เน้นครูเป็นศูนย์กลาง) ทำให้นักเรียนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือตอบโต้
จากความสำคัญและปัญหาดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงสนใจที่จะพัฒนาทักษะการสนทนาภาษาอังกฤษผ่านโมเดล SMART TALK ควบคู่กับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการใช้ภาษาในชีวิตจริง