ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2

บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนโรงเรียนสามัคคีอนุสรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2

ผู้วิจัย ศิริกาญจน์ ช่วยจันทร์

ปีที่วิจัย 2566-2568

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2) พัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 3) เพื่อตรวจสอบผลการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีวิธีการดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 สำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model และขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบผลการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจความต้องการจำเป็นของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) แบบสัมภาษณ์ของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความถูกต้องและความเป็นประโยชน์ 4) แบบบันทึกสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) 5) แบบสังเกตพฤติกรรมนิสัยรักการอ่าน 6) แบบสำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 7) แบบสอบถามความพึงพอใจสำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคณะกรรมการสถานศึกษา สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบนัยสำคัญทางสถิติ

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการสำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า

1.1 ความต้องการจำเป็นตามความคิดเห็นของตามความคิดเห็นของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.70, S.D. = 0.46) ทุกรายการมีความต้องการจำเป็น เมื่อพิจารณาเป็นรายการ พบว่า ข้อที่ 2 ผลการสำรวจความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.70, S.D. =0.48)

1.2 การสัมภาษณ์เชิงลึกตามความคิดเห็นของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า สภาพปัญหาหลักเกิดจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดียที่ดึงดูดความสนใจจนนักเรียนขาดสมาธิในการเรียน ภาพรวมการบริหารในปัจจุบันยังคงมีลักษณะการสั่งการ ระบบการตัดสินใจยังคงผูกติดอยู่กับตัวผู้บริหารเป็นสำคัญ นโยบายเปลี่ยนแปลงบ่อย กำหนดเป้าหมายแต่ไม่ได้ดำเนินการไม่ตามเป้าหมายที่กำหนด การพัฒนาครูควรเน้นไปที่ทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนสื่อ เทคนิคการสอน และนวัตกรรมใหม่ ๆ ควรสร้างเครือข่ายกับโรงเรียนใกล้เคียงหรือหน่วยงานวิชาการภายนอกจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เป็นวงกว้างมากขึ้น ปัจจัยสู่ความสำเร็จประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1) ภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและเอาจริงของผู้บริหาร 2) ความสามัคคีและความใส่ใจของครูที่มีต่อตัวนักเรียน และ 3) ความต่อเนื่องของนโยบายและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน

2. การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า

2.1 รูปแบบของการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ นโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจน (C) ภาวะผู้นำทางวิชาการ (A) ครูมืออาชีพ (P) การทำงานเป็นทีม (T) และเครือข่ายความร่วมมือ (C) ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า โดยภาพรวมความเหมาะสมของทั้ง 5 องค์ประกอบอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.57, S.D. =0.65 ) ด้านความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก ( = 4.46, S.D. = 0.66) ด้านความถูกต้องอยู่ในระดับมาก ( = 4.49, S.D. = 0.69) และด้านความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก ( = 4.42, S.D. = 0.70)

2.2 การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมกันวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะ พบว่า การเขียนรายละเอียดโมเดลต้องเขียนให้ชัดเจนในส่วนของรูปแบบโมเดลและคำอธิบายต่าง ๆ มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ประกอบเชิงโครงสร้างเข้ากับกระบวนการบริหารงานอย่างเป็นระบบ

3. ผลการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า

3.1 หลังการใช้รูปแบบในปีการศึกษา 2567 พบว่า นิสัยรักการอ่านของงนักเรียนมีคะแนนนิสัยรักการอ่านสูงกว่าปีการศึกษา 2566 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยด้านการอ่านสม่ำเสมอเป็นกิจวัตรมีคะแนนสูงสุด

3.2 ผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT, O-NET) สูงกว่าระดับประเทศอย่างชัดเจน ผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test: RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ภาพรวมของผลการพัฒนาสูงกว่าระดับประเทศเพิ่มขึ้นเป็น +13.58 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการอ่านรู้เรื่อง สูงกว่าระดับประเทศมากที่สุด +13.91 ผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ NT (National Test) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 ภาพรวมของผลการพัฒนาสูงกว่าระดับประเทศเพิ่มขึ้น +29.23 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านคณิตศาสตร์ สูงกว่าระดับประเทศมากที่สุด +40.59 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2567 ภาพรวมของผลการพัฒนาสูงกว่าระดับประเทศเพิ่มขึ้น +17.32 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านวิทยาศาสตร์ สูงกว่าระดับประเทศมากที่สุด +24.63

3.3 นักเรียน ผู้ปกครอง ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม CAP-TC Model เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ในภาพรวมครั้งที่ 2 สูงกว่าครั้งที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

คำสำคัญ: การบริหารแบบมีส่วนร่วม, นิสัยรักการอ่าน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

โพสต์โดย แดง : [2 พ.ค. 2569 (07:12 น.)]
อ่าน [1719] ไอพี : 182.232.208.164
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 81,515 ครั้ง
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา
ครูไทย 4.0 ตอนที่ 1 : โดย ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา

เปิดอ่าน 124,020 ครั้ง
เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!
เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!

เปิดอ่าน 12,887 ครั้ง
อาหารขยะ...ทานได้แต่ต้องฉลาดเลือก
อาหารขยะ...ทานได้แต่ต้องฉลาดเลือก

เปิดอ่าน 17,480 ครั้ง
ปะการัง
ปะการัง

เปิดอ่าน 10,614 ครั้ง
พัฒนาไปไกล! อังกฤษตั้งทีมวิจัยศึกษา 5G แล้ว
พัฒนาไปไกล! อังกฤษตั้งทีมวิจัยศึกษา 5G แล้ว

เปิดอ่าน 21,544 ครั้ง
ชื่นฉ่ำกับผลไม้ประจำฤดูกาล
ชื่นฉ่ำกับผลไม้ประจำฤดูกาล

เปิดอ่าน 13,210 ครั้ง
โยคะดีกับผิว เหมาะกับวัย
โยคะดีกับผิว เหมาะกับวัย

เปิดอ่าน 14,935 ครั้ง
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน
10 ไม้ประดับบนโต๊ะทำงาน

เปิดอ่าน 13,239 ครั้ง
"เลี้ยง"ต้องแบบไหน? "ลูกยุคดิจิตอล" ข้ามวิกฤต..สู่ไทย 4.0
"เลี้ยง"ต้องแบบไหน? "ลูกยุคดิจิตอล" ข้ามวิกฤต..สู่ไทย 4.0

เปิดอ่าน 18,974 ครั้ง
แต่งบ้านเรียกทรัพย์
แต่งบ้านเรียกทรัพย์

เปิดอ่าน 19,925 ครั้ง
วางตำแหน่งถ่ายภาพแบบไหนจึงสวย
วางตำแหน่งถ่ายภาพแบบไหนจึงสวย

เปิดอ่าน 15,769 ครั้ง
คลิปผู้โดยสารโวยเมล์ 156 รอนาน ปะทะ "กระเป๋าฮาเฮ"
คลิปผู้โดยสารโวยเมล์ 156 รอนาน ปะทะ "กระเป๋าฮาเฮ"

เปิดอ่าน 172,864 ครั้ง
นิยามทางการศึกษา
นิยามทางการศึกษา

เปิดอ่าน 54,924 ครั้ง
เทคนิคที่ทำให้คุณเป็นคนฉลาดและมีความจำดี
เทคนิคที่ทำให้คุณเป็นคนฉลาดและมีความจำดี

เปิดอ่าน 12,467 ครั้ง
ชมหรือยัง? สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)
ชมหรือยัง? สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)

เปิดอ่าน 223 ครั้ง
มาตรฐานโรงงาน สำคัญอย่างไร? จุดเริ่มต้นของแบรนด์ครีมกันแดดคุณภาพ
มาตรฐานโรงงาน สำคัญอย่างไร? จุดเริ่มต้นของแบรนด์ครีมกันแดดคุณภาพ
เปิดอ่าน 21,404 ครั้ง
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว
พลังบำบัดจากน้ำมะพร้าว
เปิดอ่าน 22,117 ครั้ง
"ปลูกผักในต้นกล้วย"ความชุ่มฉ่ำเหลือเฟือ ไม่ต้องรดน้ำ ผักรสหวาน แถมปลอดภัย
"ปลูกผักในต้นกล้วย"ความชุ่มฉ่ำเหลือเฟือ ไม่ต้องรดน้ำ ผักรสหวาน แถมปลอดภัย
เปิดอ่าน 120,960 ครั้ง
การหาประสิทธิภาพสื่อ
การหาประสิทธิภาพสื่อ
เปิดอ่าน 21,463 ครั้ง
เธลีส (Thales) นักคณิตศาสตร์
เธลีส (Thales) นักคณิตศาสตร์

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ