ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การบริหารจัดการสถานศึกษาด้วย "SMART STP MODEL" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดภาระงานครูสู่คุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน

โรงเรียนสทิงพระวิทยา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลาสตูล

ชื่อผลงาน

การบริหารจัดการสถานศึกษาด้วย "SMART STP MODEL" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดภาระงานครูสู่คุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน

หลักการและเหตุผล

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดนโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยให้ความสำคัญกับการลดภาระงานครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใต้แนวคิด “ปรับ ลด ปลดล็อก” เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ระบบดิจิทัล การลดความซ้ำซ้อนของการรายงานข้อมูล และการยกเลิกกฎระเบียบหรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระงานเกินความจำเป็น

ในสภาพปัจจุบัน โรงเรียนสทิงพระวิทยา แม้จะมีการนำระบบสารสนเทศมาใช้ เช่น Bookmark DMC และ EGPแต่ยังคงประสบปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนของข้อมูลร่องรอยหลักฐานที่เป็นเอกสารเชิงประจักษ์ ซึ่งต้องใช้เวลามากในการรวบรวมเพื่อการรายงานผลและประกันคุณภาพประกอบกับข้อจำกัดด้านที่ตั้งโรงเรียนที่อยู่ติดทะเล ทำให้อุปกรณ์เทคโนโลยีเสื่อมสภาพเร็วและระบบไฟฟ้าเดิมเริ่มมีปัญหา ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลาสตูล

โรงเรียนสทิงพระวิทยาจึงได้นำนวัตกรรม "SMART STP MODEL" มาเป็นกรอบแนวคิดหลักในการบริหารจัดการ โดยเน้นองค์ประกอบด้าน Technology (T) เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ระบบห้องเรียนดิจิทัลและใช้โปรแกรมบริหารข้อมูลกลางควบคู่ไปกับ Participative (P) หรือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนเป้าหมายสำคัญคือการปลดล็อกข้อจำกัดทางการบริหาร เปลี่ยนการประเมินที่เน้นเอกสารเป็นการมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น การทำโครงงานหรือนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับคือ ครูและบุคลากรจะสามารถลดเวลาในการทำงานเอกสารที่ไม่จำเป็นลงได้อย่างเป็นรูปธรรม มีขวัญและกำลังใจที่ดีขึ้นและมีเวลาในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะของผู้เรียนสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการสารสนเทศภายในสถานศึกษาให้มีความคล่องตัวและลดความซ้ำซ้อน

2. เพื่อนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการลดขั้นตอนการปฏิบัติงานเอกสารและการรายงานผล

3. เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วมและชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) ในการแก้ปัญหาภาระงานครู

เป้าหมาย

เชิงปริมาณ

1. ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางและโปรแกรมบริหารข้อมูลการจัดการข้อมูลสารสนเทศและรายงานผลได้

2. ลดปริมาณการใช้กระดาษในการจัดทำเอกสารธุรการและรายงานโครงการต่างๆ ลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 โดยเปลี่ยนเป็นการรายงานผ่านระบบออนไลน์หรือ E-Report

3. ลดจำนวนโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผู้เรียนลงอย่างน้อย ร้อยละ 20 เพื่อเพิ่มเวลาในการเตรียมการสอน

เชิงคุณภาพ

1. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความฉลาดรู้ด้านดิจิทัลและมีความเชี่ยวชาญในการใช้ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศส่วนกลาง

2. สถานศึกษามีระบบการทำงานที่ทันสมัยและมีความคล่องตัว สูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ E-Report และการรายงานออนไลน์

3. ครูมีเวลาและสมาธิในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ

วิธีการดำเนินงาน

โรงเรียนสทิงพระวิทยาใช้วิธีการดำเนินงานที่เป็นระบบผ่านกระบวนการ PDCA โดยบูรณาการองค์ประกอบของSMART STP เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดภาระงานครูอย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้

1. ขั้นการวางแผน (Plan: P)

1.1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและนโยบาย “ปรับ ลด ปลดล็อก” เพื่อกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการลดภาระงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะงานธุรการและงานรายงาน

1.2 วางแผนโครงสร้างการบริหาร 4 กลุ่มงานให้เชื่อมโยงกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการจัดสรรงบประมาณและบุคลากร

1.3 กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน แทนการประเมินจากร่องรอยเอกสาร

2. ขั้นการปฏิบัติ (Do: D)

2.1 ดำเนินการ “ปรับ” รูปแบบการทำงานสู่ระบบดิจิทัล โดยนำระบบ Bookmarkd DMC และ EGP มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศกลาง เพื่อลดขั้นตอนการใช้กระดาษ

2.2 “ลด” การใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นและลดขั้นตอนพิธีการในการปฏิบัติงาน โดยยึดหลักความประหยัดและคุ้มค่า

2.3 “ปลดล็อก” ปัญหาการทำงานผ่านกระบวนการ PLC (ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) เพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยเหลือกันในการลดภาระงานสอนและงานสนับสนุน

3. ขั้นการตรวจสอบและประเมินผล (Check: C)

3.1 เปิดโอกาสให้ครู บุคลากร และคณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้

IQA & SAR: ตรวจสอบคุณภาพภายในสม่ำเสมอและสรุปผลข้อมูลในรายงาน SAR ฉบับเดียวที่บูรณาการทุกโครงการ เพื่อลดภาระการจัดทำรายงานหลายฉบับ

4. ขั้นการปรับปรุงและพัฒนา (Act: A)

4.1 สร้างขวัญและกำลังใจโดยการให้รางวัลหรือคำชมเชยแก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่น หรือสามารถลดขั้นตอนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.2 นำผลการประเมินและปัญหาอุปสรรคที่พบ มาปรับปรุงแผนการดำเนินงานในรอบปีถัดไป เพื่อให้การลดภาระงานครูเกิดความยั่งยืน

รูปแบบ แนวคิด วิธีการ กระบวนการที่ทำให้เกิดความสำเร็จ

SMART STP MODEL โมเดลนี้เป็นการผสานหลักการ บริหารจัดการที่ดี (SMART) เข้ากับ หลักการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม (STP) และขับเคลื่อนด้วย วงจรคุณภาพ PDCA เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถานศึกษาอัจฉริยะ (Smart School) โดยมีเคล็ดลับความสำเร็จแยกตามองค์ประกอบดังนี้:

S: Standard (มาตรฐาน) การกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน โดยอ้างอิงจากมาตรฐานชาติและบริบทพื้นที่นวัตกรรม เพื่อให้บุคลากรมีทิศทางการทำงานที่ถูกต้อง

M: Management (การบริหารจัดการ) การบริหารจัดการทั้งระบบอย่างเป็นขั้นตอน มีการจัดสรรงบประมาณและบุคลากรที่เหมาะสม ลดความซ้ำซ้อนในโครงสร้างองค์กร

A: Achievement (มุ่งผลสัมฤทธิ์) เน้นการวัดผลที่คุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ แทนการประเมินร่องรอยเอกสารจำนวนมาก

R: Reinforce (เสริมแรง) เคล็ดลับสำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจ โดยมีการให้รางวัลหรือคำชื่นชมแก่บุคลากรที่มีผลงานดีเด่นอย่างสม่ำเสมอ

T: Technology (เทคโนโลยี) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Bookmark, DMC และ EGP มาเป็นฐานข้อมูลกลางในการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและลดภาระงานเอกสารกระดาษ

S: Sufficiency (ความพอเพียง) การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า เน้นความเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง

T: Teamwork (การทำงานเป็นทีม) การสร้างความเข้มแข็งผ่านกระบวนการ PLC (Professional Learning Community) เพื่อให้ครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน

P: Participative (การมีส่วนร่วม) กลยุทธ์การสร้างภาคีเครือข่าย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก (เช่น มหาวิทยาลัย หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) เข้ามามีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และร่วมภาคภูมิใจในความสำเร็จ

กลยุทธ์และเทคนิคที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารโรงเรียนมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรเห็นเป้าหมายร่วมกันในการลดงานที่ไม่จำเป็นเพื่อมุ่งสู่คุณภาพผู้เรียน

2. การบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ แทนที่จะรายงานแยกหลายฉบับ โรงเรียนเน้นการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศจาก 4 กลุ่มงานมาไว้ในที่เดียว และใช้การประเมินผลผ่าน รายงาน SAR ฉบับเดียว ที่ครอบคลุมทุกมาตรฐาน

3. การเปลี่ยน Mindset ของบุคลากร ส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง โดยมองว่าปัญหาคือโอกาสในการพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย

4. โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การจัดหาเครื่องมือและระบบอินเทอร์เน็ตที่เสถียร พร้อมการอบรมบุคลากรให้มีความฉลาดรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) อย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

เชิงปริมาณ

1. ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนทั้งหมด 55 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถใช้งานระบบฐานข้อมูลกลางและโปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดการข้อมูลสารสนเทศ ได้แก่ Bookmark DMC และ EGP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. โรงเรียนสามารถลดปริมาณการใช้กระดาษในงานธุรการและงานรายงานโครงการลงได้มากกว่าร้อยละ 80 โดยเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการรายงานผ่านระบบออนไลน์และระบบ E-Report

3. มีการทบทวนและลดจำนวนโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพผู้เรียนลงร้อยละ 20 เพื่อเพิ่มเวลาให้ครูมีสมาธิกับการเตรียมการสอนและพัฒนาผู้เรียน

เชิงคุณภาพ

1. ครูและบุคลากรทางการศึกษาเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบดั้งเดิมสู่การเป็น Smart Teacher ที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อเทคโนโลยีและมีความเชี่ยวชาญในการใช้ระบบสารสนเทศ กระบวนการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนมีความ ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน (Real-time) ส่งผลให้มาตรฐานด้านกระบวนการบริหารและการจัดการได้รับการประเมินในระดับ “ยอดเยี่ยม

2. สถานศึกษามีระบบการทำงานที่ทันสมัยและมีความคล่องตัว (Agility) สูงขึ้นจากการใช้ระบบ E-Report และการรายงานออนไลน์แทนกระดาษ เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์มากกว่าการสะสมเอกสาร

3. ครูมีเวลาและสมาธิในการทำหน้าที่หลักคือการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพผู้เรียนพัฒนาสู่การมีสมรรถนะหลักและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

โพสต์โดย สุเมธ : [1 พ.ค. 2569 (09:47 น.)]
อ่าน [340] ไอพี : 49.229.134.165
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 131,729 ครั้ง
ตารางบัญชีเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม พ.ร.บ.เงินเดือนฯ (ฉบับที่2)พ.ศ.2554
ตารางบัญชีเงินเดือนครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาม พ.ร.บ.เงินเดือนฯ (ฉบับที่2)พ.ศ.2554

เปิดอ่าน 9,246 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...เพื่ออะไร ?
ปฏิรูปการศึกษา...เพื่ออะไร ?

เปิดอ่าน 30,303 ครั้ง
ขาเที่ยวเฮอีก ปี59 วันหยุดยาวเพียบเฉพาะสงกรานต์ฟาดรวดเดียว 5 วัน
ขาเที่ยวเฮอีก ปี59 วันหยุดยาวเพียบเฉพาะสงกรานต์ฟาดรวดเดียว 5 วัน

เปิดอ่าน 10,565 ครั้ง
ทำงานแบบไหน เจ้านายถึงจะปลื้ม
ทำงานแบบไหน เจ้านายถึงจะปลื้ม

เปิดอ่าน 11,113 ครั้ง
Robovi-nano สุดยอดหุ่นยนต์จิ๋ว!!!
Robovi-nano สุดยอดหุ่นยนต์จิ๋ว!!!

เปิดอ่าน 373,388 ครั้ง
สุภาษิตพระร่วง
สุภาษิตพระร่วง

เปิดอ่าน 2,266 ครั้ง
UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ไทย" เป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ไทย" เป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

เปิดอ่าน 26,178 ครั้ง

'ฟ้าทะลายโจร' สุดยอดสมุนไพรแห่งปี

เปิดอ่าน 96,291 ครั้ง
รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?
รถเกียร์ออโต้จะเข้าเกียร์ N หรือ ค้างที่ D เวลาติดไฟแดงดีนะ?

เปิดอ่าน 13,266 ครั้ง
กาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่ม
กาแฟลดอ้วน ผอมชัวร์หรือมั่วนิ่ม

เปิดอ่าน 18,918 ครั้ง
รู้หรือไม่ สิทธิบัตรการออกแบบชิ้นแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ...
รู้หรือไม่ สิทธิบัตรการออกแบบชิ้นแรก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คือ...

เปิดอ่าน 220,377 ครั้ง
ปลาหมอสี วิธีการเลี้ยงปลาหมอสี อาหารปลาหมอสี
ปลาหมอสี วิธีการเลี้ยงปลาหมอสี อาหารปลาหมอสี

เปิดอ่าน 19,422 ครั้ง
ผมขอร้องนะ..ครู
ผมขอร้องนะ..ครู

เปิดอ่าน 18,724 ครั้ง
คลิปโฆษณาสร้างสรรค์สังคม ชุด "พี่โน๊ตขอออออ... ก่อนลงไปมีเรื่องกับใคร สูดหายใจลึกๆ"
คลิปโฆษณาสร้างสรรค์สังคม ชุด "พี่โน๊ตขอออออ... ก่อนลงไปมีเรื่องกับใคร สูดหายใจลึกๆ"

เปิดอ่าน 3,283 ครั้ง
เอื้องจำปา
เอื้องจำปา

เปิดอ่าน 28,990 ครั้ง
ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการเก็บข้อมูลของการวิจัย
ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการเก็บข้อมูลของการวิจัย
เปิดอ่าน 18,360 ครั้ง
คู่มือการเลือกผู้แทน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือการเลือกผู้แทน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 788 ครั้ง
เหล็กแผ่นมีกี่ประเภท พร้อมบอกความแตกต่างกันสำคัญที่ควรรู้
เหล็กแผ่นมีกี่ประเภท พร้อมบอกความแตกต่างกันสำคัญที่ควรรู้
เปิดอ่าน 15,518 ครั้ง
ฮวงจุ้ยช่วยปรับสมดุลสุขภาพ
ฮวงจุ้ยช่วยปรับสมดุลสุขภาพ
เปิดอ่าน 25,989 ครั้ง
PHP Multi Elearning II (โปรแกรมสนับสนุน E-Learning)
PHP Multi Elearning II (โปรแกรมสนับสนุน E-Learning)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ