ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ประกอบแผนผังกราฟิก เรื่องท้องฟ้าแสนสวย ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

จากการวิเคราะห์ผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ผู้เรียนยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และมีปัญหาในการเรียนหลายเรื่อง เช่น ทักษะการอ่านและการเขียนยังไม่คล่อง ทำให้ตีความโจทย์หรือบันทึกผลการทดลอง และ กิจกรรมไม่ได้ ขาดทักษะกระบวนการสังเกตอย่างเป็นระบบ นักเรียนมักสนใจสิ่งรอบข้างแต่สรุปประเด็นไม่ได้ นักเรียนมีสมาธิจดจ่อสั้น (Short Attention Span) ไม่สามารถทนฟังบรรยายเชิงทฤษฎีนานๆ ได้ นักเรียนบางคนมีความกลัวในการตั้งคำถามหรือคาดคะเนคำตอบ กลัวตอบผิด ไม่กล้าเดาคำตอบล่วงหน้า ซึ่งผู้เรียนควรได้รับการพัฒนาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบปกติยังไม่กระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้สอนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ผู้เรียนโดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพื่อนักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดเชิงวิพากษ์ และการคิดอย่างมีเหตุผล ช่วยให้เชื่อมโยงความรู้จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้ดีขึ้นสามารถนำประโยชน์จากการเรียนไปใช้ได้จริง ดังนั้นจึงใช้การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ประกอบแผนผังกราฟิก ที่ใช้ภาพและสัญลักษณ์แทนข้อความ โดยเน้นการวาดภาพระบายสีเพื่อบันทึกผลการทดลอง และใช้การสื่อสารด้วยวาจาท่าทางประกอบ เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอน (Algorithm) ผ่านกิจกรรม การทดลองในรายวิชาวิทยาศาสตร์ และส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

วัตถุประสงค์การศึกษา

1. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดหาเหตุผล เรื่อง ท้องฟ้าแสนสวย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ประกอบแผนผังกราฟิก

3. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้และสื่อประกอบการสอนที่เหมาะสมกับวัยการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1

วิธีดำเนินการศึกษา

การพัฒนาและหาคุณภาพนวัตกรรมที่ใช้ (การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ 5Es และชุดแผนผังกราฟิก)

1. วิเคราะห์หลักสูตรและตัวชี้วัด: ศึกษาตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง "ท้องฟ้าแสนสวย" (ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า) เพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์

2. ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ 5Es: จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน โดยในขั้นตอน Exploration และ Explanation ให้ระบุการใช้แผนผังกราฟิกที่ใช้ภาพและสัญลักษณ์แทนข้อความ

3. สร้างแผนผังกราฟิก (Graphic Organizers): ออกแบบใบงานที่ลดการเขียนให้น้อยที่สุด เช่น แผนผังการเปรียบเทียบกลางวัน-กลางคืนแบบวงกลม (Venn Diagram) ที่เน้นการวาดภาพหรือระบายสี

4. ตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity): นำแผนการจัดการเรียนรู้และแผนผังกราฟิกให้ผู้เชี่ยวชาญ (อย่างน้อย 3 ท่าน) ตรวจสอบความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างจุดประสงค์ กิจกรรม และการวัดผล

5. ปรับปรุงตามคำแนะนำ: นำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุง เช่น ปรับขนาดภาพให้ใหญ่ขึ้น หรือลดความซับซ้อนของเส้นแผนผังให้เหมาะกับสายตาเด็ก ป.1

การพัฒนาและหาคุณภาพนวัตกรรมที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล

1. สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์: ออกแบบข้อสอบที่ใช้รูปภาพเป็นตัวเลือก หรือการจับคู่ภาพ เพื่อวัดความเข้าใจเรื่องท้องฟ้า โดยไม่ให้ทักษะการอ่านเป็นอุปสรรคต่อการวัดความรู้

2. สร้างแบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์: จัดทำ แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubric Score) ที่วัดจากการสังเกตพฤติกรรมการจำแนก การเปรียบเทียบ และการให้เหตุผลผ่านการนำเสนอด้วยวาจา

3. สร้างแบบบันทึกผลการสังเกต: สำหรับบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้และสมาธิจดจ่อ (Attention Span) ของนักเรียนระหว่างทำกิจกรรม 5Es

4. หาคุณภาพเครื่องมือ: นำแบบทดสอบและแบบประเมินให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความเหมาะสมของภาษาและรูปภาพที่ใช้ ให้ตรงตามวัยของนักเรียน ป.1

การรวบรวมข้อมูล

1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test): วัดความรู้พื้นฐานเรื่องท้องฟ้าแสนสวยของนักเรียน โดยใช้แบบทดสอบฉบับที่พัฒนาขึ้น (อาจใช้วิธีอ่านโจทย์ให้นักเรียนฟังทีละข้อ)

2. ดำเนินการสอน (Implementation): จัดการเรียนรู้ตามแผน 5Es ที่เตรียมไว้ จำนวน 3 ชั่วโมง โดยเน้นให้นักเรียนฝึกคิดผ่านการวาดภาพลงในแผนผังกราฟิกและการสะท้อนความคิดด้วยวาจา

3. การสังเกตและบันทึก: คุณครูบันทึกพฤติกรรมระหว่างเรียน โดยเน้นดูว่านักเรียนสามารถเชื่อมโยงเหตุและผล (Algorithm การเกิดปรากฏการณ์) ได้หรือไม่ผ่านการสื่อสารด้วยท่าทางและคำพูด

4. ทดสอบหลังเรียน (Post-test): เมื่อสิ้นสุดการสอน นำแบบทดสอบชุดเดิม (หรือคู่ขนาน) มาทดสอบนักเรียนอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการ

5. สรุปและวิเคราะห์ผล: นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าสถิติ (เช่น ค่าเฉลี่ยร้อยละ) และเปรียบเทียบว่านวัตกรรมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

ผลการดำเนินงาน

ด้านปริมาณ

ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ประกอบแผนผังกราฟิก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เฉลี่ย ร้อยละ 80.01 และ ผู้เรียนร้อยละ 100 ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผลการประเมินอยู่ในระดับดีขึ้นไป

ด้านคุณภาพ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการคิดหาเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องท้องฟ้าแสนสวยในระดับที่ดีขึ้นไปและมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และสามารถอธิบายความสัมพันธ์ของท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืนได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้

1. หัวใจสำคัญที่ทำให้งานนี้สำเร็จคือการใช้ "ภาพ" สื่อความหมายแทน "ตัวอักษร" ซึ่งตรงกับพัฒนาการของเด็ก ป.1 ข้อแนะนำเพิ่มเติมเพื่อสรุปงานมีดังนี้:

2. เน้นย้ำเรื่อง Visual Literacy: ในรายงานสรุปผล ควรระบุว่า "แผนผังกราฟิก" ไม่ได้เป็นเพียงใบงาน แต่เป็นเครื่องมือช่วย "จัดระเบียบความคิด" (Thinking Tool) สำหรับเด็กที่ยังมีทักษะการเขียนจำกัด

3. การประเมินเชิงประจักษ์: นอกจากคะแนนร้อยละ ควรมีการยกตัวอย่าง "คำพูด" หรือ "การอธิบาย" ของนักเรียนที่แสดงถึงการคิดเชิงเหตุผล (เช่น "หนูรู้ว่าเป็นกลางวันเพราะมีแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้มองเห็นมดบนพื้นได้") มาใส่ในรายงานคุณภาพด้วย

4. บทบาทของครู: ครูต้องทำหน้าที่เป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" (Facilitator) ในขั้น Engagement และ Explanation โดยใช้คำถามปลายเปิดเพื่อลดความกลัวในการตอบผิดของเด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทักษะการวิเคราะห์

ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป

งานวิจัยในรอบปีถัดไป หรือขยายผลไปยังเรื่องอื่นๆ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

1. การขยายผลสู่เนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้น: ลองนำรูปแบบ 5Es + Graphic Organizers ไปใช้กับเนื้อหาที่เป็นนามธรรมมากขึ้น เช่น เรื่อง "หน้าที่ของส่วนต่างๆ ของพืช" หรือ "การจำแนกวัสดุ" เพื่อดูว่านวัตกรรมนี้ยังคงประสิทธิภาพเดิมหรือไม่

2. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Scaffolding): พัฒนาแผนผังกราฟิกจากกระดาษ เป็นสื่อ Interactive บนแท็บเล็ตที่เด็กสามารถ "ลากและวาง" (Drag and Drop) รูปภาพได้ เพื่อดึงดูดความสนใจและแก้ปัญหาเรื่องสมาธิสั้น (Short Attention Span) ได้ดียิ่งขึ้น

3. การวัดผลระยะยาว (Retention): ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ โดยการทดสอบซ้ำหลังจากผ่านไป 1-2 เดือน เพื่อดูว่าการเรียนรู้ผ่านภาพช่วยให้เด็กจดจำและเข้าใจได้นานกว่าการเรียนแบบบรรยายปกติหรือไม่

4. การบูรณาการกับทักษะภาษา: เมื่อนักเรียนเริ่มมีทักษะการอ่านเขียนที่ดีขึ้นในช่วงภาคเรียนที่ 2 อาจเริ่มให้เด็กเขียน "คำสำคัญ" (Keywords) สั้นๆ ลงในแผนผังกราฟิกควบคู่ไปกับการวาดภาพ เพื่อเป็นการฝึกทักษะการเขียนอย่างเป็นระบบ

โพสต์โดย Eak : [29 เม.ย. 2569 (08:20 น.)]
อ่าน [44] ไอพี : 49.237.88.109
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 32,890 ครั้ง
พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 26)พ.ศ. 2553
พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ 26)พ.ศ. 2553

เปิดอ่าน 14,026 ครั้ง
22 จานเด็ด ลดเสี่ยงมะเร็ง
22 จานเด็ด ลดเสี่ยงมะเร็ง

เปิดอ่าน 12,748 ครั้ง
10 ประการที่ญี่ปุ่นก้าวหน้าระดับโลก
10 ประการที่ญี่ปุ่นก้าวหน้าระดับโลก

เปิดอ่าน 2,337 ครั้ง
ที่พักภูเก็ต รวมตัวเลือกหลากหลายพร้อมทริกจองที่พักสุดคุ้ม
ที่พักภูเก็ต รวมตัวเลือกหลากหลายพร้อมทริกจองที่พักสุดคุ้ม

เปิดอ่าน 14,623 ครั้ง
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก
กระโดดเชือกแบบทีมเจ๋งๆ ลีลาเทพโคตร! ขอบอก

เปิดอ่าน 34,133 ครั้ง
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด
ปวดหัว แก้ด้วยวารีบำบัด

เปิดอ่าน 10,558 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?

เปิดอ่าน 30,061 ครั้ง
เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง
เด็กไทยเขียนเรซูเม่ไม่เป็นหรือตลาดแรงงานไม่มีตำแหน่งว่าง

เปิดอ่าน 32,263 ครั้ง
4 ทักษะสมองแห่งอนาคตที่ลูกต้องมี
4 ทักษะสมองแห่งอนาคตที่ลูกต้องมี

เปิดอ่าน 17,403 ครั้ง
วันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน
วันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน

เปิดอ่าน 13,912 ครั้ง
อัลมอนด์และน้ำผึ้ง แก้เจ็บคอ
อัลมอนด์และน้ำผึ้ง แก้เจ็บคอ

เปิดอ่าน 13,781 ครั้ง
มะนาวฆ่ามะเร็ง เรื่องนี้เชื่อได้จริงหรือยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ?
มะนาวฆ่ามะเร็ง เรื่องนี้เชื่อได้จริงหรือยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ?

เปิดอ่าน 28,361 ครั้ง
ความศักดิ์สิทธิ์ของ "หลวงพ่อทันใจ" วัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่
ความศักดิ์สิทธิ์ของ "หลวงพ่อทันใจ" วัดพระธาตุดอยคำ จ.เชียงใหม่

เปิดอ่าน 28,150 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย

เปิดอ่าน 12,744 ครั้ง
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา
วิธีแก้เมื่อลืมกินยาตามเวลา

เปิดอ่าน 3,398 ครั้ง
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเรารั่วไหล เราจะรับมือแล้วป้องกันอย่างไร?
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเรารั่วไหล เราจะรับมือแล้วป้องกันอย่างไร?
เปิดอ่าน 22,747 ครั้ง
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????
มีครบหมดทุกป้าย..ยกเว้น......????
เปิดอ่าน 18,156 ครั้ง
8 นิสัยที่ฉุดให้การทำงานของคุณย่ำอยู่กับที่
8 นิสัยที่ฉุดให้การทำงานของคุณย่ำอยู่กับที่
เปิดอ่าน 54,531 ครั้ง
140 ที่สุดในโลก
140 ที่สุดในโลก
เปิดอ่าน 13,108 ครั้ง
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ