1. ชื่อผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี Best Practice
KULNO Dek-D (เด็กดี) สืบสานประวัติศาสตร์ สร้างพลเมืองดี สู่วิถีชุมชน
2. วัตถุประสงค์
เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัดความสำเร็จ (เชิงปริมาณและคุณภาพ)
2.1 เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาที่น้อมนำพระบรมราโชบาย 4 ด้าน (ทัศนคติที่ถูกต้อง, พื้นฐานชีวิตที่มั่นคง, มีงานทำ-มีอาชีพ, เป็นพลเมืองดี) มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม
2.2 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4 ด้านในระดับดีขึ้นไป และตระหนักในบทบาทหน้าที่ของพลเมืองที่ดี
2.3 เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ให้ผู้เรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้
2.4 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (9 เครือข่าย) ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและปลูกฝังคุณธรรม
3. กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน (PDCA)
โรงเรียนใช้ "KULNO Model" เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนผ่านวงจรคุณภาพ PDCA ดังนี้:
3.1 P (Plan) วิเคราะห์บริบทปัญหา "ครอบครัวแหว่งกลาง" วางแผนกำหนดเป้าหมายมุ่งสร้าง "คนดี" ก่อน "คนเก่ง" และออกแบบนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับพระบรมราโชบาย
3.2 D (Do): ดำเนินการผ่าน 5 องค์ประกอบหลักของ KULNO Model
1) K (Kings Wisdom): บูรณาการหลักสูตร "รอบรู้ เมืองพิมาย" และกิจกรรม "สถิตในดวงใจ เทิดไท้องค์ราชัน"
2) U (Unity & Equity) ใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
3) L (Life Virtue) ปลูกฝังวินัยผ่านโครงการโรงเรียนสุจริต และกิจกรรม "วันศุกร์สุขใจ"
4) N (Next-Gen Skills) ฝึกทักษะอาชีพผ่าน Active Learning เช่น มัคคุเทศก์น้อย และการทำพวงกุญแจแมวสีสวาท
5) O (Our Spirit) สร้างจิตอาสาผ่านลูกเสือจิตอาสาพระราชทานและกิจกรรมขยะแลกบุญ
3.3 C (Check) มีระบบควบคุม กำกับ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอโดยผู้บริหารและภาคีเครือข่าย
3.4 A (Action) นำผลประเมินมาปรับปรุง พัฒนา ถอดบทเรียน และประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความยั่งยืน
4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์
4.1 นักเรียน ร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในกิจกรรมน้อมนำพระบรมราโชบาย และส่วนใหญ่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่โดดเด่น มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง และภูมิใจในท้องถิ่น
4.2 สถานศึกษา เกิดนวัตกรรมการบริหารจัดการ "KULNO Model" ที่ชัดเจน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
4.3 ชุมชน เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งจาก 9 เครือข่าย (บ้าน วัด โรงเรียน ฯลฯ) ในการร่วมบ่มเพาะนักเรียนให้เป็นคนดีของสังคม
5. ประโยชน์ที่ได้รับ
5.1 ต่อนักเรียน ได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ (มีรายได้ระหว่างเรียน) และมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจในการเผชิญกับโลกสมัยใหม่
5.2 ต่อครู ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเป็น "ครูฝึกอาชีพ" ที่ทันสมัย
5.3 ต่อสถานศึกษา เป็นสถานศึกษาต้นแบบในการน้อมนำพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน
6. ปัจจัยความสำเร็จ
6.1 พลังเครือข่าย (9 เครือข่าย): การได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยงานภายนอก (เช่น ธ.ก.ส. และปราชญ์ชาวบ้าน)
6.2 ภาวะผู้นำทางวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษาทำหน้าที่เป็นหลักในการขับเคลื่อน ประสานงาน และระดมทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
6.3 การใช้บริบทท้องถิ่น การนำประวัติศาสตร์เมืองพิมายมาเป็นฐานในการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและเกิดความผูกพันกับกิจกรรม
7. บทเรียนที่ได้รับ
7.1 การพัฒนาการศึกษาต้องมุ่งเน้นการสร้าง "ทัศนคติและคุณธรรม" ควบคู่กับทักษะวิชาการ จึงจะทำให้ผู้เรียนเติบโตเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์
7.2 การแก้ปัญหา "ครอบครัวแหว่งกลาง" จำเป็นต้องมี "ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน" ที่ลงลึกถึงข้อมูลรายบุคคลเพื่อการส่งเสริมที่ตรงจุด
7.3 ความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการประเมินผล (PDCA) คือหัวใจของการพัฒนานวัตกรรมให้ยั่งยืน
8. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ
8.1 การเผยแพร่ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของโรงเรียน website ครูบ้านนอก.com และมหกรรมเปิดบ้านวิชาการ show & Shear ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
8.2 การได้รับการยอมรับ มีรางวัลและเกียรติบัตรรับรองผลการปฏิบัติงาน (ตามภาคผนวก) และเป็นสถานศึกษาที่ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการส่งเสริมคุณลักษณะพลเมืองดี
8.3 การนำไปใช้จริง มีการจัดตั้ง "ธนาคารโรงเรียนกุลโน" และ "ธนาคารขยะ" ที่ใช้งานได้จริงและสร้างประโยชน์ให้กับนักเรียนและชุมชน