ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการนิเทศ PAIERR Model เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสภาพปัจจุบัน ปัญหา

ความต้องการและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศ PAIERR Model สำหรับส่งเสริมสมรรถนะครูยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 ด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ PAIERR Model และ 4) ประเมินประสิทธิผลที่เกิดจากการใช้รูปแบบการนิเทศ PAIERR Model สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน (R1) ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ (D1) ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ (R2) และระยะที่ 4 การประเมินประสิทธิผล (D2)

กลุ่มตัวอย่างในระยะที่ 1 ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 97 โรงเรียน รวม 97 คน และครูผู้สอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ จำนวน 97 โรงเรียน รวม 153 คน รวมจำนวน 250 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ระยะที่ 2 ใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 9 คน ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ได้แก่ ครูผู้สอนนักเรียนที่มีความบกพร่อง

ทางการเรียนรู้ จำนวน 21 คน จาก 21 โรงเรียน และนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ระดับ

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 239 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม

แบบประเมิน แบบสังเกตการสอน แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNI Modified) สถิติ t-test แบบ Paired-Samples และค่าขนาดอิทธิพล (Cohen’s d)

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

1. ระยะที่ 1 ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างครูผู้สอนจำนวน 153 คน ส่วนใหญ่

ไม่มีพื้นฐานด้านการศึกษาพิเศษโดยตรง โดยมีเพียงร้อยละ 5.23 ที่จบสาขาการศึกษาพิเศษ ร้อยละ 92.16 ไม่เคยได้รับการอบรมด้านการศึกษาพิเศษมาก่อน และร้อยละ 74.51 มีความมั่นใจในการจัด การเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในระดับน้อยที่สุด สภาพปัจจุบันของการจัด การเรียนรู้โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ( = 2.35) ขณะที่ระดับปัญหาอยู่ในระดับมากที่สุด

( = 4.61) และความต้องการพัฒนาสมรรถนะอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.62) ผลการวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI Modified) พบว่าด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความต้องการจำเป็น

สูงที่สุด (PNI Modified = 1.30) รองลงมาคือด้านการออกแบบและวางแผนการจัดการเรียนรู้

(PNI Modified = 1.11) ผลการสนทนากลุ่มยืนยันว่าการพัฒนาครูต้องเน้นการฝึกปฏิบัติจริง

การเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และการนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง

2. ระยะที่ 2 รูปแบบการนิเทศ PAIERR Model ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ด้าน ได้แก่ หลักการของการนิเทศ วัตถุประสงค์ของการนิเทศ เนื้อหาการนิเทศ กระบวนการนิเทศ 6 ขั้น และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยกระบวนการนิเทศ 6 ขั้น ประกอบด้วย

การวางแผนการนิเทศ (Planning: P) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Action: A) การปฏิบัติการนิเทศ (Implement: I) การประเมินผลการนิเทศ (Evaluation: E) การสะท้อนคิด (Reflection: R) และการเสริมแรงกำลังใจ (Reinforcing: R) มุ่งพัฒนาสมรรถนะครู 4 สมรรถนะ 15 ทักษะ 45 ตัวบ่งชี้

ผลการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.84) และผลการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.51) ครบทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความสอดคล้อง และความเป็นประโยชน์

3. ระยะที่ 3 ผลการประเมินสมรรถนะครูก่อนการใช้รูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ( = 2.28) และหลังการใช้รูปแบบยกระดับขึ้นสู่ระดับมาก ( = 4.33) ในทุกสมรรถนะ ผลการดำเนินการตามกระบวนการนิเทศทั้ง 6 ขั้นโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.36)

โดยขั้นการปฏิบัติการนิเทศมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.63)

4. ระยะที่ 4 ผลการประเมินประสิทธิผลตามกรอบ Kirkpatrick 4 ระดับ พบว่า ด้านปฏิกิริยาตอบสนอง ครูผู้สอนมีเจตคติและความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศในระดับมากที่สุด

( = 4.64) และ ( = 4.63) ตามลำดับ) ด้านการเรียนรู้ ครูผู้สอนมีคะแนนความรู้ความเข้าใจหลังการนิเทศสูงกว่าก่อนการนิเทศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 54.07) ด้านพฤติกรรม ครูผู้สอนมีพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้หลังการนิเทศสูงกว่าก่อนการนิเทศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ที่ระดับ .05 (t = 19.70, Cohen’s d = 4.30) และด้านผลลัพธ์ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทุกระดับชั้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ที่ระดับ .05 และมีพฤติกรรมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอยู่ในระดับมาก ( = 4.37) ผู้บริหารสถานศึกษามีความพึงพอใจต่อคุณภาพการสอนของครูในระดับมากที่สุด( = 4.63)

คำสำคัญ : รูปแบบการนิเทศ, PAIERR Model, สมรรถนะครูยุคใหม่, ศตวรรษที่ 21, นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้

ABSTRACT

The purposes of this research were to: 1) study basic information, current conditions, problems, needs, and guidelines for developing 21st century teacher competencies in learning management for students with learning disabilities; 2) develop the PAIERR Model supervisory model for promoting 21st century teacher competencies in learning management for students with learning disabilities; 3) implement the PAIERR Model supervisory model; and 4) evaluate the effectiveness of the PAIERR Model supervisory model in Nakhon Nayok Primary Educational Service Area Office. The research employed a Research and Development (R&D) design comprising four phases: Phase 1 – baseline study (R1), Phase 2 – model development (D1), Phase 3 – model implementation (R2), and Phase 4 – effectiveness evaluation (D2).

The sample in Phase 1 consisted of 250 school administrators and teachers. Phase 2 involved 5 experts and 9 connoisseurs. Phases 3 and 4 involved 21 teachers from 21 schools and 239 students with learning disabilities in Grades 1–6. Research instruments included questionnaires, assessment forms, teaching observation forms, knowledge tests, interview forms, and focus group records. Statistical analyses included frequency, percentage, mean, standard deviation, Priority Needs Index Modified (PNI Modified), Paired-Samples t-test, and Effect Size (Cohen’s d).

The research findings were as follows:

Phase 1 revealed that the overall current condition of learning management was at a low level (x̄ = 2.35), while the overall problem level was at the highest level (x̄ = 4.61) and the overall need for competency development was at the highest level (x̄ = 4.62). The PNI Modified analysis indicated that learning activity management had the highest priority need (PNI Modified = 1.30), followed by learning management design and planning (PNI Modified = 1.11). Focus group results confirmed that teacher development must emphasize hands-on practice, real-situation learning, and continuous supervision.

Phase 2 produced the PAIERR Model supervisory model with five components: supervisory principles, supervisory objectives, supervisory content, a six-step supervisory process, and success conditions. The six-step process comprises Planning (P), Action (A), Implement (I), Evaluation (E), Reflection (R), and Reinforcing (R), targeting 4 competencies, 15 skills, and 45 indicators. Expert validation indicated overall appropriateness at the highest level (x̄ = 4.84), and connoisseurship seminar results indicated overall agreement at the highest level (x̄ = 4.51) across all four dimensions: propriety, feasibility, congruity, and utility.

Phase 3 showed that teacher competencies before using the model were at a low level (x̄ = 2.28) and improved to a high level (x̄ = 4.33) across all competencies after implementation. The overall implementation of the six-step supervisory process was at a high level (x̄ = 4.36), with the Implementation step achieving the highest mean (x̄ = 4.63).

Phase 4 evaluated effectiveness using the Kirkpatrick four-level framework. For Reaction, teachers demonstrated attitudes and satisfaction toward the supervisory model at the highest level (x̄ = 4.64 and x̄ = 4.63, respectively). For Learning, teachers’ knowledge scores after supervision were significantly higher than before supervision at the .05 level (t = 54.07). For Behavior, teachers’ learning management behaviors after supervision were significantly higher than before at the .05 level (t = 19.70, Cohen’s d = 4.30). For Results, students with learning disabilities at all grade levels showed significantly higher post-test academic achievement than pre-test scores at the .05 level, with learning behaviors and classroom participation at a high level (x̄ = 4.37), and school administrators expressed satisfaction with teacher instructional quality at the highest level (x̄ = 4.63).

Keywords : Supervisory Model, PAIERR Model, 21st Century Teacher Competencies, Students with Learning Disabilities, Learning Management

โพสต์โดย ชวนชื่น ทัศนา : [24 เม.ย. 2569 (10:20 น.)]
อ่าน [628] ไอพี : 182.52.171.185
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 7,317 ครั้ง
ผลการสอบไม่สามารถบอกได้ทุกอย่าง
ผลการสอบไม่สามารถบอกได้ทุกอย่าง

เปิดอ่าน 33,118 ครั้ง
ต้นมันปู
ต้นมันปู

เปิดอ่าน 50,456 ครั้ง
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา
111 ประโยคอังกฤษสั้นๆ เพื่อผู้เริ่มหัดสนทนา

เปิดอ่าน 28,935 ครั้ง
โอนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ อปท.เพื่อแก้ปัญหาความล้าหลังการศึกษาของไทย (บทความ โดย ถวิล ไพรสณฑ์)
โอนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ อปท.เพื่อแก้ปัญหาความล้าหลังการศึกษาของไทย (บทความ โดย ถวิล ไพรสณฑ์)

เปิดอ่าน 51,138 ครั้ง
การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ผ่านอินเทอร์เน็ต
การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ผ่านอินเทอร์เน็ต

เปิดอ่าน 141,854 ครั้ง
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน  หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?
หนู/ผม มาไม่ทันเทียบโอนความรู้ฯ ค่ะ/ครับ ป.บัณฑิตก็ไม่มีให้เรียน หนู/ผม อยากเป็นครู มีวิธีไหนให้ได้ใบอนุญาตบ้างคะ/ครับ?

เปิดอ่าน 46,873 ครั้ง
คำน่ารู้ในการสมัครงาน
คำน่ารู้ในการสมัครงาน

เปิดอ่าน 14,383 ครั้ง
กว่าจะเป็น เวียงจันทน์เกมส์
กว่าจะเป็น เวียงจันทน์เกมส์

เปิดอ่าน 10,961 ครั้ง
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย
ทำงานเกินกำลัง...ทำให้ป่วย

เปิดอ่าน 20,650 ครั้ง
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?
ทําไมลูกไม่หายไอสักที ?

เปิดอ่าน 49,694 ครั้ง
"อู่ซ่อมคน" : รางวัลชนะเลิศ การประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2560
"อู่ซ่อมคน" : รางวัลชนะเลิศ การประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2560

เปิดอ่าน 6,602 ครั้ง
ฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร

เปิดอ่าน 23,138 ครั้ง
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ
ทายนิสัยจากการอาบน้ำ

เปิดอ่าน 15,165 ครั้ง
มาดามคูรี : เคมี
มาดามคูรี : เคมี

เปิดอ่าน 102,485 ครั้ง
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา

เปิดอ่าน 14,436 ครั้ง
ภัยร้ายจากควันบุหรี่
ภัยร้ายจากควันบุหรี่
เปิดอ่าน 30,777 ครั้ง
3 แหล่งเรียนรู้เด็ดให้เก่งภาษาอังกฤษขั้นเทพ
3 แหล่งเรียนรู้เด็ดให้เก่งภาษาอังกฤษขั้นเทพ
เปิดอ่าน 20,496 ครั้ง
วิธีแก้ปวดหลัง
วิธีแก้ปวดหลัง
เปิดอ่าน 1,821 ครั้ง
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
พร้อมตอบคำถาม หม้อแปลงไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ทำงานอย่างไร
เปิดอ่าน 9,067 ครั้ง
อ่านอะไร...คนไทย?
อ่านอะไร...คนไทย?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ