ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

“YOTHIN STOP DROP OUT”

ผลงานหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม ประจำปี ๒๕๖๙ ชื่อผลงาน“YOTHIN STOP DROP OUT” เป็นผลงานจากแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของโรงเรียนโยธินบำรุง (Best Practice) ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ด้านวิชาการ ในประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ ที่โดดเด่นเรื่องการแก้ปัญหานักเรียนออกนอกระบบ และลดความเสี่ยงต่อการออกกลางคัน มีวัตถุประสงค์ ๑.) เพื่อศึกษาปัญหาและสาเหตุการออกกลางคันของนักเรียน ๒.) เพื่อศึกษาแนวทางการนำนักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.๒๕๔๕ ๓.) เพื่อศึกษาการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วให้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษา กลุ่มประชากรได้แก่ครูที่ปรึกษาจำนวน ๑๓๘ คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบบันทึกการศึกษารายกรณี แบบสำรวจข้อมูลโครงการพาน้องกลับมาเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการรายงานพบว่า

๑) มีนักเรียนออกกลางคันปีการศึกษา ๒๕๖๗ จำนวนทั้งสิ้น ๕๑ คน สาเหตุออกกลางคันของนักเรียนที่สำคัญ คือ สาเหตุนักเรียนเกิดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว สังคม พฤติกรรมส่วนบุคคล สุขภาพ รวมถึงความบกพร่องในกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา สภาพครอบครัว ย้ายถิ่นที่อยู่ ปัญหาการปรับตัว และปัญหาทางสุขภาพจิตของนักเรียน

๒) วิธีการติดตามและการนำนักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.๒๕๔๕ ของสถานศึกษา พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่ปรึกษา ร่วมกันติดตามนักเรียนออกกลางคัน สรุปผลการติดตามพบนักเรียนที่ออกกลางคัน ๕๐ คน จาก ๕๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๐๓ ในจำนวนนี้สามารถติดตามนักเรียนกลับเข้าระบบได้ จำนวน ๓๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๖๖ ไม่กลับเข้าระบบ จำนวน ๑๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๓๓ สาเหตุที่ไม่กลับเข้าระบบเพราะ ๑. อายุพ้นจากระดับการศึกษาภาคบังคับแล้วและต้องการทำงานหารายได้ ๒. กำลังพักการเรียน รอเข้าระบบการศึกษาในปีการศึกษาหน้าอีกครั้ง ๓. ปัญหาทางสุขภาพจิตของนักเรียน เป็นโรคซึมเศร้า อยู่ในช่วงรักษาตัวจากอาการป่วย และนักเรียนไม่สามารถติดตามได้ จำนวน ๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๙๖ พบว่านักเรียนได้ย้ายกลับภูมิลำเนาตามผู้ปกครองที่จังหวัดนราธิวาส จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเช่าที่พักอาศัยของนักเรียน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่พบนักเรียนตามที่อยู่และโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้

๓) การดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สถานศึกษาได้จัดทำแผนการขับเคลื่อนเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนออกกลางคันและนักเรียนที่มีแนวโน้มออกกลางคัน ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดูแลนักเรียนหรือตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖ สร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และสร้างนวัตกรรม“YOTHIN STOP DROP OUT” เพื่อรองรับนักเรียนที่ออกกลางคัน ไม่ประสงค์เรียนต่อ แต่ต้องการทำงานให้สามารถรับไปฝึกอาชีพระยะสั้นและประกอบอาชีพได้

สรุปสิ่งที่เรียนรู้และการปรับปรุงให้ดีขึ้น

สิ่งที่เรียนรู้ได้รับจากกระบวนการพัฒนาผลงานหนึ่งโรงเรียน หนึ่งนวัตกรรม“YOTHIN STOP DROP OUT” ได้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนากลไกและรูปแบบการป้องกันแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ผู้บริหารมีกลยุทธในการขับเคลื่อนนโยบายโครงการ Zero Dropout ผลการดำเนินงาน เชิงปริมาณไม่มีนักเรียนตกหล่นและนักเรียนออกกลางคัน ได้รับการติดตามช่วยเหลือและกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ เชิงคุณภาพไม่มีนักเรียนตกหล่นและนักเรียนออกกลางคันในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยบูรณาการความร่วมมือที่เกี่ยวข้องในการดูแล ช่วยเหลือและส่งต่ออย่างเป็นระบบ

๑. โรงเรียนมีนวัตกรรม“YOTHIN STOP DROP OUT” เป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่สามารถนําไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง ส่วนปัญหาที่พบเรื่องการกำหนดนโยบายสร้างระบบติดตามช่วยเหลือนักเรียนที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบอย่างเป็นระบบ

๒. ผู้บริหารสถานศึกษา เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ครูผู้สอน ชุมชน และศึกษานิเทศก์ ในการพัฒนาโรงเรียน โดยใช้นวัตกรรม“YOTHIN STOP DROP OUT” ได้รับการยอมรับ จากรางวัลที่เกิดจากโรงเรียน ผู้บริหาร ครู และนักเรียนจากหน่วยงาน ระดับเขตพื้นที่ และระดับชาติ ส่วนปัญหาที่พบ การติดตามการประสานความร่วมมือระหว่างครูที่ปรึกษาและผู้ปกครอง

๓. ครูผู้สอน เกิดกระบวนการพัฒนาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ PLC และในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จนได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนปัญหาที่พบและการแก้ปัญหาสร้างแรงจูงใจเชิงบวก ครูแนะแนวควรจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพและสร้างแรงบันดาลใจ, ครูที่ปรึกษาใช้กระบวนการโค้ชแบบรายบุคคล/รายกลุ่ม เพื่อค้นหาความสนใจและเป้าหมายชีวิต พัฒนาทักษะการเรียนรู้ จัดสอนเสริม, ปรับเปลี่ยนรูปแบบเรียนรู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มนักเรียน, ดูแลด้านพฤติกรรม การปรับพฤติกรรม เช่น ข้อตกลงร่วมกันในชั้นเรียน ให้คำปรึกษา และใช้กระบวนการบำบัดเชิงบวก, ช่วยเหลือด้านเวลาเรียน จัดตารางเรียนยืดหยุ่น หรือใช้ระบบเรียนออนไลน์ควบคู่ สำหรับนักเรียนที่มีภาระงานในครอบครัว

๔. นักเรียน ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง มีทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตและอาชีพ สามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมและประเทศชาติในอนาคต และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น และได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ ฝึกทักษะกระบวนการคิด คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ไขปัญหา พัฒนาสุนทรียภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา เพื่อส่งเสริม สุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน จนได้รับรางวัลต่าง ๆ ส่วนปัญหาที่พบ การสร้างแรงจูงใจในการเรียน สร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการศึกษา, การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ต่ำของนักเรียนทำให้รู้สึกท้อแท้และขาดความมั่นใจ, การกำหนดนโยบายปัญหาด้านพฤติกรรม, วิธีดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีภาระหน้าที่ต่อครอบครัว ที่ช่วยทำงานหารายได้ ส่งผลให้ขาดเรียน, ปัญหาครอบครัว (หย่าร้าง ทะเลาะกัน)

โพสต์โดย รองเกิง : [20 เม.ย. 2569 (13:06 น.)]
อ่าน [5707] ไอพี : 182.232.225.122
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,986 ครั้ง
โรคทางใจที่ควรรู้ไว้พิจารณา >> ว.วชิรเมธี
โรคทางใจที่ควรรู้ไว้พิจารณา >> ว.วชิรเมธี

เปิดอ่าน 3,232 ครั้ง
ความหวาน มีประโยชน์หรือโทษขึ้นอยู่กับปริมาณ
ความหวาน มีประโยชน์หรือโทษขึ้นอยู่กับปริมาณ

เปิดอ่าน 14,686 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : ประกาศใช้ผล O-NET 50% ตัดสินเลื่อนชั้น เวรกรรมประเทศไทย
ตูนส์ศึกษา : ประกาศใช้ผล O-NET 50% ตัดสินเลื่อนชั้น เวรกรรมประเทศไทย

เปิดอ่าน 22,225 ครั้ง
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ

เปิดอ่าน 38,829 ครั้ง
การจัดคนเข้าพักบ้านราชการ
การจัดคนเข้าพักบ้านราชการ

เปิดอ่าน 10,101 ครั้ง
โลกกำลังก้าวสู่อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยกว่าเดิม
โลกกำลังก้าวสู่อินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยกว่าเดิม

เปิดอ่าน 12,995 ครั้ง
เก็บโลกไว้ให้ลูกหลานด้วย "10 วิถีใช้ชีวิตพอเพียง"
เก็บโลกไว้ให้ลูกหลานด้วย "10 วิถีใช้ชีวิตพอเพียง"

เปิดอ่าน 14,552 ครั้ง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง
40 ปี โครงการหลวง สนุก ดี ใต้พระบารมีพ่อหลวง

เปิดอ่าน 12,563 ครั้ง
เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลผิวหน้าให้สวยสุขภาพดี
เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลผิวหน้าให้สวยสุขภาพดี

เปิดอ่าน 26,492 ครั้ง
"รกฟ้า" คืออะไร?
"รกฟ้า" คืออะไร?

เปิดอ่าน 16,354 ครั้ง
ทำอย่างไรเมื่อคุณก้าวเข้าสู่วิกฤตวัยกลางคน (midlife crisis)
ทำอย่างไรเมื่อคุณก้าวเข้าสู่วิกฤตวัยกลางคน (midlife crisis)

เปิดอ่าน 16,557 ครั้ง
อย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้าย
อย่าลืมเป้าหมายการศึกษา : โดย ดร.กมล รอดคล้าย

เปิดอ่าน 18,057 ครั้ง
ประวัติความเป็นมาของยางพารา
ประวัติความเป็นมาของยางพารา

เปิดอ่าน 27,776 ครั้ง
3กลุ่มผลไม้ไทย อุดมสารต้านมะเร็ง
3กลุ่มผลไม้ไทย อุดมสารต้านมะเร็ง

เปิดอ่าน 17,144 ครั้ง
เสียว! ผลักเพื่อนลงทะเล เกือบถูกฉลามคาบไปกิน
เสียว! ผลักเพื่อนลงทะเล เกือบถูกฉลามคาบไปกิน

เปิดอ่าน 17,930 ครั้ง
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’
สำเร็จครั้งแรก! นำเชื้อธรรมชาติเพาะ ‘เห็ดโคนคอนโด’
เปิดอ่าน 82,910 ครั้ง
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ
เปิดอ่าน 1,126 ครั้ง
เรียนปริญญาโทต่อดีไหม แนะนำคณะและมหาลัยสำหรับคนวัยทำงาน
เรียนปริญญาโทต่อดีไหม แนะนำคณะและมหาลัยสำหรับคนวัยทำงาน
เปิดอ่าน 158,787 ครั้ง
ขอให้หายไวๆ ภาษาอังกฤษคืออะไร
ขอให้หายไวๆ ภาษาอังกฤษคืออะไร
เปิดอ่าน 3,221 ครั้ง
สอบถามรายละเอียดประกันรถให้ชัวร์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ
สอบถามรายละเอียดประกันรถให้ชัวร์ ประกันแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ