ชื่อผู้วิจัย นางวธัญญา เตชะศรี
ปีที่วิจัย 2566-2568
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยดังนี้ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก มีวิธีดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก ผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 1 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 5 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 5 คน ครู จำนวน 14 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) รวมทั้งสิ้น 33 คน ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลกลุ่มประชากร ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 1 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 5 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 5 คน ตัวแทนครู จำนวน 3 คน และตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 5 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) รวมทั้งสิ้น 14 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาล กลุ่มประชากร ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 1 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 5 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 5 คน ครู จำนวน 14 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 226 คน รวมทั้งสิ้น 259 คน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 1 คน หัวหน้าฝ่ายทั้ง 5 ฝ่าย ๆ ละ 1 คน จำนวน 5 คน ครู จำนวน 14 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน (ไม่นับรวมตัวแทนผู้บริหารและตัวแทนครู) ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 (เลือกแบบเจาะจงซึ่งเป็นนักเรียนที่สามารถสื่อสารทำความเข้าใจได้ดี) รวมทั้งสิ้น 99 คน ผู้ปกครอง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 99 คน รวมทั้งสิ้น 231 คน ผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายทั้ง 5 ฝ่าย ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จะใช้ประชากรในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมิน แบบสอบถาม แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNIModified) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาองค์ประกอบและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า รูปแบบ ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ตามตัวอักษร 3P-ATH-SIM ดังนี้ 1) การวางแผน (Plan) 2) การเป็นผู้บริหารมืออาชีพ (Professional Administrator) 3) การมีส่วนร่วม (Participation) 4) การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) 5) การพัฒนาครู (Teacher Development) 6) ความสุขในการทำงาน (Happiness) 7) การจัดบรรยากาศของสถานศึกษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (School Environment) 8) การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Improvement) 9) การติดตามความก้าวหน้าของการจัดการสถานศึกษา (Monitoring) ส่วนองค์ประกอบคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและองค์ประกอบด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ส่วนผลการจัดลำดับของความต้องการจำเป็นของการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า สภาพที่พึงประสงค์และสภาพปัจจุบันของการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตกโดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการจัดลำดับของความต้องการจำเป็นของการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก โดยภาพรวม พบว่า ด้านการพัฒนาครู มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด (PNImodified = 0.05) รองลงมา คือ ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified = 0.04) และต่ำที่สุด คือ ด้านการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified = 0.01) เมื่อพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า ด้านที่เป็นจุดแข็งมากที่สุด คือ ด้านการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รองลงมา คือ ด้านการวางแผน และด้านที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดคือ ด้านการพัฒนาครูมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด
2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า
2.1 ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้วงจร PDCA ร่วมกับ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก ได้รูปแบบการบริหารเชิงระบบ INPUT PROCESS OUTPUT และใช้วงจร PDCA ร่วมกับ 9 องค์ประกอบ ตั้งชื่อตามอักษรตัวหน้าของแต่ละองค์ประกอบเป็น 3P-ATH-SIM เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก โดยมีส่วนที่ 1 คือ วงจร PDCA 1) Plan (การวางแผน) 2) Do (การดำเนินการ) 3) Check (การตรวจสอบ) 4) Act (การปรับปรุง) ส่วนที่ 2 : 3P-ATH-SIM ประกอบด้วยองค์ประกอบ 9 ด้าน คือ 1) ด้านการวางแผน (Plan) 2) ด้านการเป็นผู้บริหารมืออาชีพ (Professional Administrator) 3) ด้านการมีส่วนร่วม (Participation) 4) ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) 5) ด้านการพัฒนาครู (Teacher Development) 6) ด้านความสุขในการทำงาน (Happiness) 7) ด้านการจัดบรรยากาศของสถานศึกษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (School Environment) 8) ด้านการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Improvement) 9) ด้านการติดตามความก้าวหน้าของการจัดการสถานศึกษา (Monitoring)
2.2 ผลการประเมินความถูกต้องตามหลักวิชาการ ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตกอยู่ในระดับมากที่สุด
2.3 ผลการประเมินคุณภาพคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก อยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1) ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1 2) ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในภาพรวมคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศและยังเพิ่มขึ้นจากคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในปีการศึกษา 2667 และปีการศึกษา 2566 และผลความสำเร็จการใช้รูปแบบ พบว่า จำนวนร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปมีแนวโน้มพัฒนาการดีขึ้น
4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก ในด้านคุณภาพผู้เรียน พบว่า 1) ผลการประเมินประโยชน์ครูมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 2) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อการดำเนินการตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก พบว่า ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้เรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผู้ปกครองมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก 3) ผลการศึกษาผลความสำเร็จของการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก ปีการศึกษา 2566-2568 พบว่า ร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 2.5 ขึ้นไป และจำนวนร้อยละของผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปมีแนวโน้มพัฒนาการดีขึ้น 4) การใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตก ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องทั้งในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนและการจัดชั้นเรียน การวัดและประเมินผลและการนำผลการประเมินไปใช้ 5) โรงเรียนมีความดีเด่นในด้านการจัดการศึกษาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากชุมชนและสถานศึกษา และต้นสังกัด รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้ แหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานทางการศึกษา ผู้ปกครองและชุมชนอย่างต่อเนี่องในทุกปีการศึกษา 6) ผลการประเมินการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลตำบลหินตกและผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช มีการยอมรับนวัตกรรมจากการเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องชื่อนวัตกรรม รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเชิงระบบแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ 3P-ATH-SIM MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนสาธิตเทศบาลตำบลหินตกอยู่ในระดับมากที่สุด