ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ผู้วิจัย : ว่าที่ ร.ต.ยงยุทธ ยอดมงคล

ปีการศึกษา : 2568

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครั้งนี้ มีความมุ่งหมายของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการรูปแบบ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของครูผู้สอน และสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนรู้ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสามารถทางดนตรี สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม สังกัดเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 2) เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) เพื่อศึกษาผลการใช้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3.1) ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3.2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายหลังสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 24 คน ได้มาโดย การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ในภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2568 ที่กำลังเรียนรายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบมี 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3) แบบวัดความพึงพอใจสำหรับนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวดฯ 5) แบบประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ เกี่ยวกับความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาตามขั้นตอน 6) แบบรับรองรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด ฯ ของผู้ทรงคุณวุฒิ การวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น (Needs Assessment) โดยผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้ มาหาค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (Priority Needs Index) เพื่อจัดลำดับความต้องการจำเป็นค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยใช้วิธีของโรวิเนลลี (Rovinelli) และแฮมเบิลตัน (R.H.Hambleton) หาค่าความยาก (P) และค่าอำนาจจำแนก (B) โดยหาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีของโลเวทท์ (Lovett) หาคุณภาพของแบบสอบถาม หาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (-Coefficient) โดยหาค่าความเชื่อมั่นตามวิธีของครอนบาค Cronbach) วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ (E1/E2) ตามเกณฑ์ 80/80 สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้บนเว็บ โดยใช้วิธีของกูดแมน,เพลคเทอร์ และ ชไนเดอร์

ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของครูผู้สอน และสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความสามารถทางดนตรี

1.1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของครูผู้สอน โดยทำการสอบถามจากครูผู้สอนดนตรี ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ที่จัดการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา จำนวน 5 คน พบว่า

ผู้สอนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันของรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 2.53 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.22

ผู้สอนมีความต้องการรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.63 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.31

มีค่า PNI modified อยู่ระหว่าง 0.333-0.542 ซึ่งครูมีความต้องการจำเป็น ในเรื่อง มีความต้องการจำเป็นมากที่สุดในข้อ 17 คือ มีการวัดและการประเมินผลที่ดี (PNI modified = 0.542) รองลงมา อันดับที่ 2 คือ ข้อ 6. เนื้อหามีความทันสมัยเหมาะกับการนำไปใช้ และ ข้อ 27 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลมีความเหมาะสม (PNI modified= 0.522) และ รองลงมา อันดับที่ 3 คือ ข้อ 11. มีกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ ครบถ้วน ในรายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ข้อ 18 ผู้สอนมีการสร้างแรงจูงใจต่อผู้เรียนในการเรียน ในรายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ข้อ 20. ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางด้านดนตรี ข้อ 21. กิจกรรมการเรียนการสอนจัดให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และข้อ 23. บทบาทของผู้สอนในการส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ (PNI modified= 0.500)

1.2 ผลการสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีดังนี้

1.2.1 องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดจาก หน่วยงาน องค์การ นักวิชาการ ดังนี้ สมนึก กำลังเดช (2566 : 36-38), ธัญญาพร ก่องขันธ์ และสมทรง สิทธิ (2561 : 93), ทิศนา แขมมณี (2560 : 222), Vishwanath (2006 : 115 - 116), Joyce, B. and M. Weil (2011 : 159-388), Kemp (1985 : 18), Arends 1(997 : 213), Anderson (1997 : 18), Joyce and Calhoun (2004 : 42) ซึ่งสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีองค์ประกอบสำคัญ 5 องค์ประกอบ ซึ่งประกอบด้วย 1) หลักการแนวคิด ทฤษฎี 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 4) หลักการตอบสนอง และ 5) ระบบสนับสนุน

1.2.2 องค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ฯ มี 5 ขั้นตอน ดังนี้

1. ขั้นเตรียมการ ครูชี้แจงกระบวนการเรียนรู้และแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อยๆ กลุ่มละ 4 คน โดยคละความสามารถและเพศ

2. ขั้นเสนอบทเรียน ครูสอนความรู้ใหม่ด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย พร้อมทั้ง แนะนำแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาค้นคว้า และมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม

3. ขั้นศึกษากลุ่มย่อย นักเรียนแต่ละกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันตามบทบาทและหน้าที่ที่ตนเองได้รับมอบหมาย มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเสริมแรงและสนับสุนนกันในการเรียนรู้

4. ขั้นพัฒนาทักษะ เป็นการตรวจสอบนักเรียนว่าในการทำกิจกรรมกลุ่มนั้น มีผลการปฏิบัติเป็นอย่างไร อาจตรวจสอบในลักษณะการทดสอบ การแข่งขันทางวิชาการ การนำเสนอผลงานของกลุ่ม เป็นต้น

5. ขั้นสรุปบทเรียนและตัดสินผลงานกลุ่ม ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน และอภิปรายในประเด็นที่เป็นปัญหา และแจ้งผลการทำงานของกลุ่ม

1.2.3 องค์ประกอบของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดจาก หน่วยงาน องค์การ นักวิชาการ ดังนี้ เพรสคอตต์ (Prescott. 1961 : 14-16), แครอล (Carroll. 1963 : 723-733), แมดดอกซ์(Maddox. 1963 : 9), ณัฎฐาภรณ์ ศรีชนะ (2566 : 15) ซึ่งสังเคราะห์องค์ประกอบของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย ได้แก่ 1) ความรู้ ความสามารถ ทักษะ 2) ความสนใจ และ 3) พื้นฐานของผู้เรียนที่มีมาก่อนการเรียนการสอน 4) ประสิทธิผลที่ผู้เรียนจะได้รับ 5) ผลสำเร็จในการเรียน ในการจัดการเรียนรู้จึงควรคำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยเพื่อให้ผู้เรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงสุด

2. ผลการออกแบบและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้ทรงคุณวุฒิได้ประเมินความเหมาะสมของร่างรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.52

3. ผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

3.1. ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่พัฒนาขึ้น มีค่าเท่ากับ 82.17/81.257 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

3.2 ผลการหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.6950 ซึ่งแสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.50

4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ฯ ที่พัฒนาขึ้นตามการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึกทักษะเสริมสร้างความสามารถทางด้านดนตรี รายวิชาเพิ่มเติม การเป่าโหวด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายหลังสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า มีความพึงพอใจโดยรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.17 อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย โย่ง : [16 เม.ย. 2569 (16:07 น.)]
อ่าน [191] ไอพี : 1.46.14.155
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 22,631 ครั้ง
มหัศจรรย์ความลับของร่างกาย ได้รู้แล้วทึ่งสุด ๆ
มหัศจรรย์ความลับของร่างกาย ได้รู้แล้วทึ่งสุด ๆ

เปิดอ่าน 3,094 ครั้ง
ภาษา และ อักษรไทย
ภาษา และ อักษรไทย

เปิดอ่าน 1,802 ครั้ง
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม
Backlink คืออะไร ? ปัจจัยสำคัญที่คนทำ SEO ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 12,832 ครั้ง
ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
ครม.มีมติตั้งอำเภอใหม่ กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

เปิดอ่าน 13,326 ครั้ง
"ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน" ใช้ ICT เพื่อปฏิรูปการเรียนรู้
"ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน" ใช้ ICT เพื่อปฏิรูปการเรียนรู้

เปิดอ่าน 10,758 ครั้ง
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"

เปิดอ่าน 46,528 ครั้ง
สร้างหุ่นจำลอง DNA ด้วยกระดาษ
สร้างหุ่นจำลอง DNA ด้วยกระดาษ

เปิดอ่าน 54,414 ครั้ง
โดราเอมอน : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน
โดราเอมอน : ตัวละครจากการ์ตูนโดราเอมอน

เปิดอ่าน 52,259 ครั้ง
ยาสตรี คืออะไร?
ยาสตรี คืออะไร?

เปิดอ่าน 4,737 ครั้ง
สูตร "วิธีทำข้าวซอย"
สูตร "วิธีทำข้าวซอย"

เปิดอ่าน 22,201 ครั้ง
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์

เปิดอ่าน 10,545 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?
ปฏิรูปการศึกษา...สังคมได้อะไร ?

เปิดอ่าน 12,510 ครั้ง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง

เปิดอ่าน 11,300 ครั้ง
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้
สีแดงกับสมอง ความเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์ที่คุณไม่เคยรู้

เปิดอ่าน 28,676 ครั้ง
"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก
"ผักกูด" ผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนและธาตุเหล็ก

เปิดอ่าน 71,208 ครั้ง
หลักภาษาไทย ฉันทลักษณ์
หลักภาษาไทย ฉันทลักษณ์
เปิดอ่าน 23,170 ครั้ง
จะยุบโรงเรียนขนาดเล็กอีกกี่แห่ง? : รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
จะยุบโรงเรียนขนาดเล็กอีกกี่แห่ง? : รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
เปิดอ่าน 10,975 ครั้ง
[คลิป] เล็กๆ เปลี่ยนโลก "การบริหารสมองด้วยพลังแห่งเสียงเพลง"
[คลิป] เล็กๆ เปลี่ยนโลก "การบริหารสมองด้วยพลังแห่งเสียงเพลง"
เปิดอ่าน 6,396 ครั้ง
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณให้โทษ และสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการ
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณให้โทษ และสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการ
เปิดอ่าน 18,511 ครั้ง
คนทึ่ง ชมคลิปวาดภาพเหมือน "มอร์แกน ฟรีแมน" บนไอแพด 9 ล้านวิว
คนทึ่ง ชมคลิปวาดภาพเหมือน "มอร์แกน ฟรีแมน" บนไอแพด 9 ล้านวิว

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ