|
Advertisement
|
ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) เป็นยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาประเทศไทย โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง มีกลไกขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติตามลำดับ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย โดยการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นประเด็นปัญหาภายใต้แผนแม่บทด้านความมั่นคง ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหายาเสพติด และลดระดับความรุนแรงของปัญหาตามยุทธศาสตร์ชาติและนําไปสู่ผลสัมฤทธิ์ สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด ซึ่งสถานการณ์สภาพแวดล้อมของสังคมปัจจุบันเห็นได้ว่า พฤติกรรมของเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งปัญหายาเสพติด การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สื่อลามกอนาจาร การพนัน และการทะเลาะวิวาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาครอบครัว ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เป็นอบายมุข สิ่งยั่วยุ และการใช้ความรุนแรงในสังคม ซึ่งมีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชนและผู้เกี่ยวข้องอีกมากมาย นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่ขาดความตระหนักรู้ การปลูกฝังความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม ทักษะการคิดวิเคราะห์ ขาดเหตุผลในการแก้ไขปัญหา และไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม จะเป็นปัญหาคุณภาพชีวิตของคนไทยในอนาคต ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายการจัดการศึกษาสู่การปฏิบัติให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการจัดการศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข สอดคล้องตามแนวคิดการจัดการศึกษา แผนการศึกษาแห่งชาติ ที่กำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ว่า คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ ๒๑
การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ มิได้มุ่งเพียงพัฒนาความรู้เชิงวิชาการ แต่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ที่มุ่งหวัง การสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง ได้สะท้อนหลักการสำคัญแนวคิด การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวม (Holistic Development) ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีระบบนิเวศทางการศึกษา (Ecological Systems Theory) ของ Bronfenbrenner (๑๙๗๙) ที่ชี้ว่าการพัฒนาผู้เรียนต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณธรรม ความปลอดภัย และความสัมพันธ์ทางสังคมที่เกื้อหนุนกันทุกระดับ เพื่อวางรากฐานของความยั่งยืน ในระดับบุคคลสังคม และประเทศชาติโดยเฉพาะในบริบทการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นการพัฒนาผู้เรียน ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) ทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ๒) พื้นฐานชีวิตมั่นคงและมีคุณธรรม ๓) มีอาชีพและงานทำ และ ๔) การเป็นพลเมืองดีซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้น การพัฒนาคนให้มีความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัว
แนวคิดดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ ในพระบรมราชานุเคราะห์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน ๑,๓๐๘ คน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการวางรากฐานชีวิตที่มั่นคงให้แก่นักเรียน ผ่านการส่งเสริมคุณธรรม ทักษะชีวิตและพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ แก้ไขปัญหาสำคัญที่พบเป็นประจำ ได้แก่ พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของผู้เรียน ปัญหาวินัยในสถานศึกษาและภาพลักษณ์เชิงลบ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาองค์รวมของผู้เรียน ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายเชิงโครงสร้างการบริหารสถานศึกษาสีขาว จึงถูกพัฒนาเป็น นวัตกรรมเชิงระบบ ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย โปร่งใส ปราศจากพฤติกรรมเสี่ยง และยึดหลักคุณธรรมเป็นฐาน โดยบูรณาการพระบรมราโชบายเข้ากับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะกรอบแนวคิด ไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา ร่วมกับการมีส่วนร่วมของเครือข่ายซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารสถานศึกษายุคใหม่ เพราะโรงเรียนไม่สามารถบ่มเพาะนักเรียนให้สมบูรณ์แบบได้เพียงลำพัง ดังที่ เสนาะ ติเยาว์ (๒๕๔๔) กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายช่วยให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรที่ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ "เงินทุน" แต่รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้เฉพาะทาง และบุคลากรจิตอาสา ซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนที่โรงเรียนขาดแคลน เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน
แนวคิดไตรสิกขาถือเป็นกระบวนการพัฒนามนุษย์อย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มจากการกำกับพฤติกรรม (ศีล) การพัฒนาจิตใจให้มั่นคง (สมาธิ) และการใช้เหตุผลอย่างถูกต้อง (ปัญญา) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาคุณธรรมเชิงพฤติกรรมและการเรียนรู้ทางสังคม (Bandura, ๑๙๗๗) และทฤษฎีแรงจูงใจในโรงเรียน (Wentzel & Wigfield, ๒๐๐๙)ดังนั้น นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาสีขาวจึงมิใช่เพียงโครงการกิจกรรม แต่เป็น โมเดลการบริหารจัดการเชิงระบบ ที่ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบหลัก ได้แก่
๑. การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ มาเป็นกรอบดำเนินงาน
๒. การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามพระบรมราโชบายและจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมตามหลักไตรสิกขา
๓. การสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วน
|
โพสต์โดย ตูน : [9 เม.ย. 2569 (08:49 น.)] อ่าน [126] ไอพี : 49.237.97.251
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 14,124 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,414 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 26,407 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,157 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,965 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 23,591 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,874 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,618 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,942 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 5,017 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 50,944 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,006 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,603 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,572 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,206 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 34,637 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,170 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,605 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,431 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 448,692 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|