๑. ความเป็นมาและความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นวัย ที่อยู่ในช่วงของการพัฒนาทาง ร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พบว่า เยาวชนวัยเรียนมีแนวโน้มเข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่ การติดเกม และอบายมุขอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดได้ในอนาคต หากขาดการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม
โรงเรียนบ้านแก่งสะเดาเป็นโรงเรียนขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระแก้ว เขต ๑ ตั้งอยู่ในชุมชนชนบทที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา และรับจ้างทั่วไป จากการสำรวจข้อมูลพื้นฐาน จากการเยี่ยมบ้านและการคัดกรองของนักเรียนพบว่า ผู้ปกครองประมาณ ร้อยละ ๕๖.๐๙ ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งขาดการดูแล อย่างใกล้ชิดส่งผลให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบ และขาดการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการประเมินพฤติกรรมนักเรียนและการคัดกรองเบื้องต้นของโรงเรียนพบว่านักเรียนบางส่วนจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้านพฤติกรรม ไม่พึงประสงค์ อาทิ การใช้เวลาว่างไม่เหมาะสมการติดเกมและการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่ออบายมุข ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ สังคม และพฤติกรรมให้กับนักเรียนอย่างเป็นระบบ ทางโรงเรียนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเข้าร่วมโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตามแนวทางยุทธศาสตร์ ๕ ด้านของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ โรงเรียนได้นำแนวคิดการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม (Social Immunity) และแนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development : PYD) มาเป็นกรอบในการออกแบบกิจกรรม โดยเชื่อว่า การส่งเสริมศักยภาพ จุดแข็ง และความสามารถของนักเรียน จะช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้อย่างยั่งยืน
จากบริบทของโรงเรียนบ้านแก่งสะเดาที่นักเรียนให้ความสนใจด้านกีฬา โรงเรียนจึงใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเยาวชน เนื่องจากกีฬาเป็นกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ที่ช่วยปลูกฝังระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม
การมีน้ำใจนักกีฬา และการรู้จักแพ้ รู้จักชนะอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านระบบพี่ดูแลน้อง เกิดความสัมพันธ์อันดีในหมู่เพื่อนและรุ่นพี่ รุ่นน้อง และโรงเรียนจึงได้พัฒนารูปแบบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ กีฬาเสริมทักษะชีวิต ต้านภัยยาเสพติด สร้างมิตรสัมพันธ์ โดยใช้กระบวนการ PDCA ภายใต้ KSDP Model ซึ่งเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับนักเรียนอย่าง
เป็นระบ มีการวางแผนดำเนินการ ตรวจสอบ และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสอดคล้องกับบริบท ของนักเรียน โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
๒.๑ วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
๑. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออกด้านทักษะกีฬา มีระเบียบวินัย ความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
๒. เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานศึกษา
๓. เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี
๔. เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนรุ่นพี่และรุ่นน้องให้เป็นแบบอย่างที่เหมาะสมในการป้องกันและต่อต้านยาเสพติด
๒.๒ เป้าหมายของการดำเนินงาน
เป้าหมายเชิงปริมาณ
นักเรียนโรงเรียนบ้านแก่งสะเดาไม่มีมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการคัดกรอง การใช้สารเสพติด ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ ร้อยละ ๑๐๐
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
นักเรียนโรงเรียนบ้านแก่งสะเดามีการพัฒนาทักษะทางกีฬา มีความอดทน มีความรับผิดชอบและมีความตระหนักและรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุข มีทักษะชีวิต ในการป้องกัน ยาเสพติดและอบายมุขมีคุณธรรม จริยธรรมมีจิตอาสาในการร่วมรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหา ยาเสพติดและอบายมุขในโรงเรียนและชุมชน
๓. ขั้นตอนการดำเนินงาน
โรงเรียนบ้านแก่งสะเดา ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๑ ได้ดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ผลงานดีเด่นระดับเพชร ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ โดยใช้ผลงาน นวัตกรรมหรือผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง กีฬาเสริมทักษะชีวิต ต้านภัยยาเสพติด สร้างมิตรสัมพันธ์ โดยใช้กระบวนการ PDCA ภายใต้ KSDP Model เพื่อพัฒนาเยาวชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งใช้แนวคิดหลักทางวิชาการที่ใช้ในการออกแบบ การดำเนินงานใช้แนวคิดทางวิชาการสำคัญ ได้แก่ แนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development) แนวคิดทักษะชีวิต (Life Skills Education) แนวคิดการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning Theory) แนวคิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Active Learning) โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ลดพฤติกรรมเสี่ยง และส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของผู้เรียน มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
KSDP Model
K = Knowledge → ความรู้โทษยาเสพติด สุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
S = Sport → ใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนา
D = Development → พัฒนาทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์
P = Prevention → ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงยาเสพติดอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานตามวงจร PDCA
P : Plan (วางแผน) → K (Knowledge)
การดำเนินงาน
โรงเรียนบ้านแก่งสะเดาจัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของปัญหายาเสพติดและอบายมุขในและนอกสถานศึกษา โดยใช้ข้อมูลจากการประชุม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นฐานในการวางแผนดำเนินงาน ให้ความรู้โทษยาเสพติด สุขภาพ และทักษะชีวิต สร้างความร่วมมือ โรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงโทษของยาเสพติด
D : Do (ดำเนินการ) → S (Sport)
การดำเนินงาน
จัดกิจกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพและกีฬาแข่งขัน ระบบพี่ดูแลน้องผ่านกิจกรรมกีฬา สร้างแกนนำนักเรียนด้านกีฬา บูรณาการสาระต้านยาเสพติดในกิจกรรมกีฬา
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ มีความสัมพันธ์ที่ดี และมีทักษะการทำงานเป็นทีม
C : Check (ตรวจสอบ) → D (Development)
การดำเนินงาน
มีการประเมินผลการดำเนินงานโดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ และการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และแบบคัดกรองการใช้ยาเสพติด เพื่อตรวจสอบว่าการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
ผลที่คาดหวัง
นักเรียนมีพฤติกรรมเชิงบวกและพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม
A : Act (ปรับปรุงพัฒนา) → P (Prevention)
การดำเนินงาน
ปรับปรุงกิจกรรมตามผลประเมิน ขยายผลกิจกรรมสู่ชุมชน พัฒนาแกนนำนักเรียนรุ่นต่อไป สร้างระบบป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ผลที่คาดหวัง
เกิดระบบป้องกันยาเสพติดที่ยั่งยืนในโรงเรียน
๔. ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์ของงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๑ ผลที่เกิดตามจุดประสงค์
จากการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)กีฬาเสริมทักษะชีวิต ต้านภัยยา
เสพติด สร้างมิตรสัมพันธ์ โดยใช้กระบวนการ PDCA ภายใต้ KSDP Model พบว่า โรงเรียนบ้านแก่งสะเดาสามารถดำเนินกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมอบรมป้องกันยาเสพติดได้อย่างเป็นระบบและได้รับความร่วมมือจากนักเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ที่ดำเนินการ มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เข้าร่วมกิจกรรมกีฬา จำนวน ๙๒ คน คิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนทั้งหมด โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอล เปตอง และกีฬาสันทนาการเพื่อสุขภาพ
การดำเนินกิจกรรม สร้างมิตรสัมพันธ์ ส่งผลให้เกิดระบบพี่เลี้ยง (Mentor System) ในการ
ดูแล ป้องกัน และให้คำปรึกษาเรื่องการหลีกเลี่ยงยาเสพติด โดยมีนักเรียนแกนนำรุ่นพี่ จำนวน ๑๕ คน ทำหน้าที่เป็นแบบอย่างและผู้นำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดเครือข่ายเยาวชนต้านยาเสพติดในโรงเรียนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กระบวนการ PDCA
Plan = วิเคราะห์ปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง วางแผนกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกัน
Do = ดำเนินกิจกรรมกีฬา กิจกรรมพี่ดูแลน้อง อบรมความรู้ยาเสพติด
Check = ประเมินผลด้านพฤติกรรม ด้วยแบบคัดกรองยาเสพติด และแบบประเมินความพึ่งพอใจ
Act = ปรับปรุงรูปแบบกิจกรรม และขยายผลสู่เครือข่ายควบคู่กับการดำเนินงานตาม KSDP Model
K = Knowledge สร้างองค์ความรู้ด้านยาเสพติด
S = Sport ใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนา
D = Development พัฒนาศักยภาพผู้เรียนรอบด้าน
P = Prevention ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงยาเสพติดอย่างยั่งยืน
๔.๒ ผลสัมฤทธิ์ของงาน
๔.๒.๑ ผลสัมฤทธิ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย
- นักเรียนมีพฤติกรรมการออกกำลังกายสม่ำเสมอคิดเป็น ร้อยละ ๑๐๐
- นักเรียนมีทักษะด้านการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ และวินัยเพิ่มขึ้น จากผลการประเมินทักษะทางการกีฬาและทักษะชีวิตของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑๖ ทักษะทางด้านกีฬา พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมากถึงมากที่สุดทุกด้าน
๔.๒.๒ ผลสัมฤทธิ์ด้านการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ได้แก่
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งมหาเจริญ
- องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมหาเจริญ
- สถานีตำรวจ
- ผู้นำชุมชน
- เครือข่ายผู้ปกครอง
มีการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
๔.๒.๓ ผลสัมฤทธิ์ด้านความรู้และทักษะการป้องกันยาเสพติด
ผลการประเมินความรู้เรื่องยาเสพติดและอบายมุข ก่อนหลัง พบว่า ก่อนดำเนินโครงการ ค่าเฉลี่ย ๕๒.๙๑ คะแนน หลังดำเนินโครงการ ค่าเฉลี่ย ๘๑.๒๐ คะแนน
๔.๒.๔ ผลสัมฤทธิ์ด้านการขยายผลและความยั่งยืน
โรงเรียนได้ดำเนินการ
- รายงาน CATAS System ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๘
- รายงาน NISPA (ระบบสารสนเทศยาเสพติดจังหวัด)
๔.๒.๕ ผลสัมฤทธิ์ด้านความร่วมมือภาคีเครือข่าย
ความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมหาเจริญ และผู้ปกครองนักเรียน สนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและการอำนวยความสะดวก ส่งผลให้สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมนักเรียนทุกระดับชั้น
๔.๓ ประโยชน์ที่ได้รับ
๑. นักเรียนมีความกล้าแสดงออกด้านทักษะกีฬา มีระเบียบวินัย ความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา อันเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
๒.นักเรียนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานศึกษา
๓.นักเรียนให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี
๔.นักเรียนมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนรุ่นพี่และรุ่นน้องให้เป็นแบบอย่างที่เหมาะสมในการป้องกันและต่อต้านยาเสพติด
๔.๔ หลักฐานและร่องรอยประกอบผลสัมฤทธิ์
๑. แผนปฏิบัติการประจำปี
๒. รายงานผลโครงการด้านกีฬา
๓. ภาพกิจกรรม
๔. คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน
๕. หนังสือความร่วมมือภาคีเครือข่าย
๕. ปัจจัยความสำเร็จ
การดำเนินกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดของสถานศึกษาประสบความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ส่งผลให้การพัฒนานักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์
๕.๑ นักเรียน
นักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดประสบความสำเร็จ โดย
นักเรียนมีความตั้งใจ มุ่งมั่น และให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาและการอบรมความรู้เกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดเพิ่มขึ้น จากการประเมินก่อนและหลังการดำเนินกิจกรรมพบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีความตระหนักรู้และมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการป้องกันยาเสพติด สามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และนำความรู้ไปถ่ายทอดให้เพื่อนนักเรียนได้ นอกจากนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมกีฬายังช่วยพัฒนาทักษะชีวิต (Life Skills) ที่สำคัญ ได้แก่ การทำงานเป็นทีม ความมีวินัย การเคารพกฎกติกา ความรับผิดชอบ การบริหารเวลา และการคิดวิเคราะห์ตัดสินใจอย่างเหมาะสม ส่งผลให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันทางสังคม สามารถดำรงตนอย่างมีคุณค่า และอยู่ห่างไกลจากยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
๕.๒ ครู
ครูเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติด โดยทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความ
สะดวก (Facilitator) ในการส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งด้านกีฬาและการอบรมความรู้เกี่ยวกับการป้องกันยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ครูได้บูรณาการเนื้อหาการป้องกันยาเสพติดในกระบวนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องแก่นักเรียน นอกจากนี้ ครูยังทำหน้าที่เป็นครูที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง คอยติดตามพฤติกรรม ให้คำแนะนำ และดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Student Support System) เป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง ส่งผลให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีทักษะชีวิตที่เหมาะสม และสามารถป้องกันตนเองจากยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๓ ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นำสำคัญในการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินกิจกรรมกีฬา
ต้านยาเสพติด โดยให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ และการจัดสรรเวลาในการดำเนินกิจกรรมอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งบรรจุกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดไว้ในแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา รวมถึงแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานอย่างชัดเจน ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นระบบและต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้บริหารยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในการร่วมกันสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ด้วยภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (Visionary Leadership) และการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ทำให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน
๕.๔ ผู้ปกครองและชุมชน
ผู้ปกครองและชุมชนถือเป็นเครือข่ายที่มีความสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมกีฬา
ต้านยาเสพติด โดยให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในการส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ติดตามพฤติกรรม และเสริมสร้างวินัยในครอบครัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ วิทยากร และการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันยาเสพติดร่วมกับโรงเรียน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ส่งผลให้การดำเนินงานด้านการป้องกัน ยาเสพติดมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งในโรงเรียนและชุมชน
๕.๕ โรงเรียน
โรงเรียนเป็นศูนย์กลางสำคัญในการบริหารจัดการและบูรณาการทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อน
กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยโรงเรียนได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนผ่านการ บูรณาการกิจกรรมกีฬาเข้ากับการพัฒนาทักษะชีวิตและการป้องกันยาเสพติดในกระบวนการจัดการเรียนรู้ รวมทั้ง จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โรงเรียนยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม และประเมินผลกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการบริหารจัดการคุณภาพ (PDCA) ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ นักเรียนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม มีทักษะชีวิต และมีภูมิคุ้มกันต่อปัญหายาเสพติด. จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนดังกล่าว ทำให้กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดของโรงเรียนสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสามารถใช้เป็นต้นแบบหรือแนวทางในการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตและการป้องกันยาเสพติดให้กับสถานศึกษาอื่นได้ต่อไป
๖. บทเรียนที่ได้รับ
๖.๑ ข้อสรุปบทเรียนและข้อค้นพบตามรูปแบบ KSDP Model
จากการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตและการป้องกันยาเสพติดของนักเรียนผ่านกิจกรรม
กีฬา โดยใช้รูปแบบ KSDP Model เป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน พบว่าการพัฒนาผู้เรียนให้มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหายาเสพติดสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อมีการบูรณาการองค์ประกอบทั้ง ๔ ด้านเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดข้อค้นพบและบทเรียนสำคัญ ดังนี้
K (Knowledge & Key Influencers) : การสร้างความรู้และการใช้บุคคลต้นแบบ บทเรียน
สำคัญที่ค้นพบคือ การให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดในรูปแบบการบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างยั่งยืน แต่เมื่อมีการใช้ บุคคลต้นแบบ (Key Influencers) เช่น นักเรียนแกนนำ นักกีฬาของโรงเรียน หรือรุ่นพี่ที่มีพฤติกรรมที่ดี มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาที่ถ่ายทอด การใช้บุคคลต้นแบบดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนเกิดการยอมรับ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง และสามารถเชื่อมโยงแนวคิดไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้นักเรียนมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการป้องกันยาเสพติด และสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ต่อให้กับเพื่อนนักเรียนได้
S (Sport-Based Life Skills) : กีฬาเป็นฐานในการพัฒนาทักษะชีวิต กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือ
สำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิต (Life Skills) ของนักเรียน โดยจากการดำเนินงานพบว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสนามกีฬา เช่น การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การทำงานเป็นทีม การเคารพกฎกติกา และความมีวินัย สามารถนำมาใช้เป็นบทเรียนเชิงประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจอย่างเหมาะสม การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมกีฬา ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (Experiential Learning) ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
D (Development) : การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างรอบด้าน การดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบ
KSDP Model ช่วยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม โดยกิจกรรมกีฬาช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถของตนเอง ได้ฝึกความรับผิดชอบ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการพัฒนาวินัยในตนเอง บทเรียนที่ได้รับคือ การพัฒนาผู้เรียนอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องจัดกิจกรรมที่หลากหลายและต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีระบบติดตามและดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
P (Prevention) : การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงยาเสพติดอย่างยั่งยืน การป้องกันปัญหายาเสพติด
ในสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้เพียงกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยการใช้กิจกรรมกีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในการใช้เวลาว่างของนักเรียน ช่วยลดโอกาสในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง บทเรียนที่สำคัญคือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการดำเนินงาน เนื่องจากการดูแลและเฝ้าระวังพฤติกรรมของนักเรียนสามารถทำได้อย่างครอบคลุมทั้งในโรงเรียนและในชุมชน
๖.๒ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และข้อควรระวัง
ข้อสังเกต: เยาวชนจะสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการออกแบบ
(Involvement) เช่น การเลือกประเภทกีฬาหรือรูปแบบการแข่งขัน
ข้อเสนอแนะ: ควรเพิ่มกิจกรรม "กีฬาทางเลือก" หรือกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับกลุ่มเยาวชน
ที่ไม่ถนัดกีฬาทางกายภาพ เพื่อให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (Inclusivity)
ข้อควรระวัง: ต้องระมัดระวังไม่ให้การแข่งขันกีฬาเน้นผลแพ้ชนะจนเกิดความขัดแย้ง (Conflict)
แต่ควรเน้นที่ "มิตรสัมพันธ์" และการเสริมสร้างวินัยเป็นหลัก
๗. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ
โรงเรียนบ้านแก่งสะเดาในเผยแพร่วิธีปฏิบัติเป็นเลิศ (Best practices) กีฬาเสริมทักษะชีวิต ต้านภัยยาเสพติด สร้างมิตรสัมพันธ์ โดยใช้กระบวนการ PDCA ภายใต้รูปแบบ KSDP Model ในเว็บไซต์ของโรงเรียนบ้านแก่งสะเดา Page Facebook โรงเรียนบ้านแก่งสะเดา และกลุ่มเผยแพร่ผลงาน สถานศึกษาสีขาว ห้องเรียนสีขาว