ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน กับวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค19 ทำให้การศึกษาเกิดความสะดุด ซึ่งการเรียนรู้ของนักเรียนต้องดำเนินต่อไป ครูผู้สอนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนเพื่อให้การศึกษาและเรียนรู้มีความต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง การพัฒนาผู้เรียนต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครบตามหลักสูตร ซึ่งการศึกษาถือเป็นกระบวนการพัฒนาบุคคลให้มีความเจริญงอกงามทุกด้าน คือ สติปัญญา อารมณ์และสังคม ถ้าประเทศใดพลเมืองมีการศึกษาสูงประเทศนั้นก็จะมีกำลังคนที่มีประสิทธิภาพ หากสังคมใดพลเมืองขาดการศึกษาเรียนรู้ สังคมนั้นย่อมประสบปัญหาต่างๆ อันเกิดจากความไม่รู้ การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพมีความสามารถเต็มตามศักยภาพมีการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านปัญญา จิตใจ ร่างกายและสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนา ทั้งปวง การจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียน มีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ การสร้างสังคมไทยที่พึงประสงค์ให้สำเร็จได้ เครื่องมือที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ “คน”และ “การศึกษา” โดยมุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม การศึกษาเป็นการขัดเกลาบุคคลให้ มีความรู้ ความคิดและการกระทำในทางสร้างสรรค์ มีวัฒนธรรมที่ดี ดังนั้น การศึกษาจึงมีความสำคัญมากในการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ดีของบุคคล สังคม รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองมีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรครูผู้สอน จึงต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการด้านความเป็นพลเมือง ตามความเหมาะสมอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยเลือกจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายๆ อย่าง ตามความพร้อมของแต่ละสถานที่และให้เกิดความสำเร็จสูงสุดทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการปลูกฝังความเป็นพลเมืองดี นั้น เราจำเป็นต้องปลูกฝังตั้งแต่ในวัยเด็กซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถนำเอาความรู้และความเข้าใจและประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางใน การประพฤติปฏิบัติในสังคมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นครูผู้สอนจึงต้องนำวิธีการสอน และเทคนิค การสอนต่างๆ มาจัดกระบวนการเรียนการสอนที่หลากหลายมีการเตรียมการสอน เตรียมสื่อการสอน และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามสภาพบริบทของโรงเรียน และเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากประสบการณ์ของผู้วิจัย ซึ่งเป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีประสบการณ์ในการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพมาเป็นเวลา 10 ปี พบว่านักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ประสบปัญหาที่ได้พบด้วยการ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตและสอบถามนักเรียนส่วนมากในโรงเรียน ถึงเหตุผลที่ไม่ชอบเรียน วิชาการงานอาชีพในสาระใดมากที่สุด พบว่าในสาระการเรียนรู้งานอาชีพ เป็นสาระการเรียนรู้ที่ไม่ชอบเรียน เนื่องจากคิดว่าเป็นวิชาที่น่าเบื่อ ต้องฟังครูบรรยายและฝึกปฏิบัติซึ่งเป็นขั้นตอนที่เข้าใจได้ยาก และอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญคือ ครูขาดสิ่งจูงใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนเกิดความเบื่อหน่ายต่อการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นที่พึงพอใจและต่ำกว่าเป้าหมายของโรงเรียน สอดคล้องกับรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียน ในปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมายของสถานศึกษาที่ตั้งไว้ คือร้อยละ80 ทั้งนี้เนื่องมาจากครูในยุคปฏิรูปยังไม่เข้าใจวิธีจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างแท้จริงทำให้เลือกวิธีสอนที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการและความแตกต่างระหว่างบุคคลครูสั่งงานเกินกำลังความสามารถของนักเรียน นักเรียนเบื่อไม่ชอบทำงาน ขาดแรงจูงใจ และเนื้อหาวิชามากเกินไป ซึ่ง”ครูยุคใหม่” คือครูที่ควรพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง และปรับตัวเข้าหาเด็ก โดยการวางตัวเป็น ”โค้ช” กำกับแนะแนวและปล่อยให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง ผ่านความคิดสร้างสรรค์ อันนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

จากสภาพปัญหาดังกล่าวมานั้น ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และพบว่า เอกสารประกอบการเรียนจัดเป็นสื่อการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่นักเรียนให้ความสนใจและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้ศึกษาเป็นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จึงได้จัดสร้างและพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ และเพื่อให้นักเรียนได้ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความรัก ความผูกพันความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ท้องถิ่นและตระหนักในคุณค่าด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของตน จะได้ช่วยกันอนุรักษ์จรรโลงไว้ในสิ่งที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ จะทำให้นักเรียนเห็นคุณประโยชน์ของการอ่าน และรักที่จะแสวงหาความรู้อยู่เสมอจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เป็นการเพิ่มพูนความรู้และส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ในระดับคุณภาพดีขึ้นไป และสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิค 19 ที่ผ่านมาจึงทำให้การจัดการเรียนการสอนในสาระการเรียนรู้การงานอาชีพได้จัดในรูปแบบออนไลน์ ผู้ศึกษาจึงปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน และกระตุ้นการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความสนใจมากยิ่งขึ้นปัจจุบันในการจัดการศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง โดยค้นคว้าเพิ่มเติมจากสื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนต่างๆ โดยเฉพาะเอกสารประกอบการเรียนเป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

จากประเด็นข้างต้น ครูผู้สอนเล็งเห็นถึงปัญญาที่เกิดขึ้นในการเรียนการสอน ผู้สอนได้มีการปรึกษาท่านผู้บริหาร และประชุม PLC ครูในสายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในปัญหาดังกล่าวที่พบ และได้รวบรวมหลักการและวิธีการต่าง ๆ ตามข้อเสนอแนะ มาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน จึงจัดทำในรูปแบบเอกสารประกอบการเรียนและรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผและได้รับผลสำเร็จตามหลักสูตร ทั้งนี้ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษาและทบทวนบทเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาได้ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

วัตถุประสงค์ของการศึกษา

1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพทางการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร)

2. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระที่ 2 งานอาชีพ

3. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เมื่อใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย สาระที่ 2 งานอาชีพ

สมมติฐานของการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ตั้งสมมติฐานการวิจัยไว้ ดังนี้

1. เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ได้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) ที่มีประสิทธิภาพ

2. ช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ

ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

3. ครูสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

ขอบเขตของการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔

(วัดมหาธาตุวรวิหาร) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ปีการศึกษา 2568จำนวน 49 คน

2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม

2. ตัวแปรที่วิจัย

1. ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

2. ตัวแปรตาม ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร)

2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อใช้เอกสารประกอบการเรียนชุด อาชีพตัดผมชาย

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

3. ขอบเขตด้านเนื้อหา

เนื้อหาในการศึกษาครั้งนี้ ได้คัดสรรและเรียบเรียงมาจากตำราเรียน ข้อมูลในชุมชน หน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในชุมชน จากสถานศึกษาและศึกษาสาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตรฐานการเรียนรู้ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้ สาระที่ 2 งานอาชีพ นำเนื้อหาที่เรียบเรียงแล้วมาจัดสร้างเอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย จำนวน 5 เล่ม ดังนี้

เล่มที่ 1 เรื่อง อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมชาย

เล่มที่ 2 เรื่อง ขั้นตอนการตัดผมทรงนักเรียนชาย

เล่มที่ 3 เรื่อง ทรงผมแบบต่าง ๆ

เล่มที่ 4 เรื่อง คุณสมบัติของช่างตัดผมที่ดี

เล่มที่ 5 เรื่อง ขั้นตอนการตัดผมทรงรองทรง

4. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย

เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเนื้อหารายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ระยะเวลาในการศึกษา 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน (วันอังคาร และวันพฤหัสบดี) รวมทั้งหมด 12 ชั่วโมง

กรอบแนวคิดของการศึกษา

ผู้ศึกษาได้วางกรอบแนวคิดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย ดังนี้

นิยามคำศัพท์เฉพาะ

1. รูปแบบการเรียนรู้แบบสอบสวนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม หมายถึง แนวทางการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นกระบวนการกลุ่มที่คละความสามารถผู้เรียน ในการแสวงหาความรู้ รวบรวมข้อมูล นำมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสรุปเป็นคำตอบและสรุปผล รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสอบสวนโดยใช้กระบวนการกลุ่มมี 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 เผชิญปัญหาหรือสถานการณ์ที่ชวนให้งุนงงสงสัย ขั้นที่ 2 แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาหรือสถานการณ์นั้น ขั้นที่ 3 กลุ่มร่วมกันวางแผนในการแสวงหาความรู้ ขั้นที่ 4 กลุ่มดำเนินการแสวงหาความรู้ ขั้นที่ 5กลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลข้อมูล นำเสนอและอภิปรายผล และขั้นที่ 6 การกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการหาคำตอบต่อไป

2. เอกสารประกอบการเรียน หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้น โดยนำเนื้อหามา

จากหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ มาตรฐาน ง 2.1 และ ง 2.2 ซึ่งเอกสารประกอบการเรียนประกอบด้วยองค์ประกอบ ดังนี้ คำนำ คำชี้แจง สารบัญ คำแนะนำในการใช้มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหามีภาพประกอบ คำอธิบายศัพท์ แบบฝึกหัด เฉลยคำตอบ แบบทดสอบเฉลยคำตอบ บรรณานุกรม โดยได้จัดลำดับเนื้อหาให้สัมพันธ์ต่อเนื่องกันไปเป็นเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ เรื่องอาชีพ เอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้นมีจำนวนทั้งสิ้น 5 เล่ม

เล่มที่ 1 เรื่อง อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมชาย

เล่มที่ 2 เรื่อง ขั้นตอนการตัดผมทรงนักเรียนชาย

เล่มที่ 3 เรื่อง ทรงผมแบบต่าง ๆ

เล่มที่ 4 เรื่อง คุณสมบัติของช่างตัดผมที่ดี

เล่มที่ 5 เรื่อง ขั้นตอนการตัดผมรองทรง

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนหลังเรียนที่นักเรียนทำได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ ชั้นมัธยมมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก

4. แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ประกอบกับเอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดคุณลักษณะไว้ในหน่วยการเรียนรู้ สาระที่ 2 งานอาชีพ ซึ่งประกอบด้วย มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ประโยชน์ของการศึกษา

1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สูงขึ้น

2. นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

3. ครูและนักเรียนได้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) ที่มีประสิทธิภาพ

4. ช่วยให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาขีพ สาระที่ 2 งานอาชีพ ได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

5. ครูสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาต่างๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1. ประชากร

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔

(วัดมหาธาตุวรวิหาร) ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2568 ทั้งหมด 2 ห้องเรียน จำนวน 50 คน

ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้ง 2 ห้อง มีคุณลักษณะไม่แตกต่างกัน

2. กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่

1. เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

จำนวน 5 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 เรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมชาย เล่มที่ 2 เรื่องขั้นตอนการตัดผมทรงนักเรียนชาย เล่มที่ 3 เรื่องทรงผมแบบต่าง ๆ เล่มที่ 4 เรื่องคุณสมบัติของช่างตัดผมที่ดี เล่มที่ 5 เรื่องการตัดผมทรงรองทรง

2. แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หน่วยอาชีพในฝัน

จำนวน 7 แผน เวลาเรียน 12 ชั่วโมง จำนวน 5 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 เรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดผมชาย เล่มที่ 2 เรื่องขั้นตอนการตัดผมทรงนักเรียนชาย เล่มที่ 3 เรื่องทรงผมแบบต่าง ๆ เล่มที่ 4 เรื่องคุณสมบัติของช่างตัดผมที่ดี เล่มที่ 5 เรื่องการตัดผมทรงรองทรง

3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ

4. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน หน่วยอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 14 ข้อ

รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนชุด อาชีพตัดผมชาย สาระที่ 2 งานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพทางการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย สาระที่ 2 งานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียน โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) ปีการศึกษา 2568 จํานวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุดอาชีพตัดผมชาย และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และค่า t-test

สรุปผล

1. ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 83.29 และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2)

เท่ากับ 86.35 ดังนั้นเอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 83.29/86.35 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบ

การเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน ชุดอาชีพตัดผมชาย

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก

อภิปรายผล

ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผล

ของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว

2. เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย ชุดนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอน

การสร้างและพัฒนาอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนำ ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเนื้อหา

3. การสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย ส่งผลให้ผู้เรียนเกิด

การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อหา

4. การจัดการเรียนรู้เรื่องอาชีพตัดผมชาย โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าเอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะ

จากผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาดังนี้

1. ก่อนนำเอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย ไปใช้ประกอบการสอน ผู้สอน

ควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมก่อนนำไปใช้

2. เอกสารประกอบการเรียน ชุด อาชีพตัดผมชาย นี้ จะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้ควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น จัดกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน ต้องตรวจแบบฝึกอย่างเป็นปัจจุบันให้ผู้เรียนรู้ผลทันที พร้อมกับเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้รู้ทุกครั้ง

ข้อเสนอแนะทั่วไป

ควรเพิ่มรูปภาพผลงานตัวอย่าง ประกอบคําบรรยาย ให้มีความชัดเจนตรงกับเนื้อหาที่ต้องการ

นําเสนอและมีความหลากหลายมากขึ้น

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป

จากผลการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับการศึกษาและวิจัยในครั้งต่อไปดังนี้

ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ช่วยสอน หรือบทเรียนช่วยสอน ในเนื้อหาสาระอื่น ๆ ที่

เกี่ยวข้องกับสาระอื่น ๆ ในวิชาการงานอาชีพ

โพสต์โดย นกยูง : [31 มี.ค. 2569 (07:56 น.)]
อ่าน [51] ไอพี : 159.192.40.69
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 35,330 ครั้ง
ศธ.สั่งลดเวลาเรียนในห้องเรียน เหลือเพียง 14.00 น. เด็กจะได้..
ศธ.สั่งลดเวลาเรียนในห้องเรียน เหลือเพียง 14.00 น. เด็กจะได้..

เปิดอ่าน 1,381 ครั้ง
4 เทคนิคขับรถลุยฝนให้ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทางไกล
4 เทคนิคขับรถลุยฝนให้ปลอดภัย มั่นใจทุกการเดินทางไกล

เปิดอ่าน 21,318 ครั้ง
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ
แชร์ทั่วเน็ต!!! วิธีสยบมดง่ายๆ แค่เปลือกไข่ย่างไฟ

เปิดอ่าน 56,321 ครั้ง
การทักทาย (Response) การตอบ
การทักทาย (Response) การตอบ

เปิดอ่าน 13,175 ครั้ง
Google จัดอันดับคำค้นฮิตปี 52
Google จัดอันดับคำค้นฮิตปี 52

เปิดอ่าน 41,903 ครั้ง
Adjectives (Articles - the )
Adjectives (Articles - the )

เปิดอ่าน 11,626 ครั้ง
การันตีได้เงินคืนภาษีรถคันแรก "กิตตรัตน์"ลงนามใช้เงินคงคลัง 3.1หมื่นล้าน เมษาฯจ่ายก่อน3.4พันล้าน
การันตีได้เงินคืนภาษีรถคันแรก "กิตตรัตน์"ลงนามใช้เงินคงคลัง 3.1หมื่นล้าน เมษาฯจ่ายก่อน3.4พันล้าน

เปิดอ่าน 9,673 ครั้ง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (จบ)

เปิดอ่าน 15,815 ครั้ง
ทำอย่างไรเมื่อคุณก้าวเข้าสู่วิกฤตวัยกลางคน (midlife crisis)
ทำอย่างไรเมื่อคุณก้าวเข้าสู่วิกฤตวัยกลางคน (midlife crisis)

เปิดอ่าน 19,469 ครั้ง
อาหารบำรุงผม
อาหารบำรุงผม

เปิดอ่าน 21,550 ครั้ง
แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562
แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562

เปิดอ่าน 23,219 ครั้ง
รวม ส.ค.ส.พระราชทานจากในหลวง อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสิริมงคลคนไทยทุกคน
รวม ส.ค.ส.พระราชทานจากในหลวง อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสิริมงคลคนไทยทุกคน

เปิดอ่าน 44,239 ครั้ง
30 สุดยอดอาหาร ที่เป็นยาดีต่อสุขภาพ
30 สุดยอดอาหาร ที่เป็นยาดีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 13,072 ครั้ง
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน
ผู้บริหารการศึกษาควรได้รับการปฏิรูปก่อน

เปิดอ่าน 21,762 ครั้ง
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต
เคล็ดเด็กเก่งวิชา เรขาคณิต-พีชคณิต

เปิดอ่าน 19,300 ครั้ง
ดาวหาง "โฮล์มส" ระเหิดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แล้ว
ดาวหาง "โฮล์มส" ระเหิดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แล้ว
เปิดอ่าน 13,576 ครั้ง
กลิ่นหอมหวาน ช่วยให้ทนความเจ็บปวด
กลิ่นหอมหวาน ช่วยให้ทนความเจ็บปวด
เปิดอ่าน 17,438 ครั้ง
สาวเกาหลีเต้น กังนัมสไตล์
สาวเกาหลีเต้น กังนัมสไตล์
เปิดอ่าน 43,596 ครั้ง
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปฏิบัติของผู้เข้าสอบ (ฉบับที่ 2) ปี 2555
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการปฏิบัติของผู้เข้าสอบ (ฉบับที่ 2) ปี 2555
เปิดอ่าน 29,252 ครั้ง
พายุสุริยะ คืออะไร
พายุสุริยะ คืออะไร

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ