โรงเรียนบ้านซับไทร มีกรอบแนวคิดในการพัฒนา เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี ต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุข มีทักษะและวิธีการป้องกันและห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนบ้านซับไทร ให้เข้มแข็ง ต่อเนื่องและยั่งยืน ตามระบบการช่วยเหลือและดูนักเรียน ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
โรงเรียนบ้านซับไทร ได้นำองค์ความรู้จากนวัตกรรมหรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เรื่อง การมุ่งเน้นนักเรียน มีคุณธรรม จริยธรรม จากยาเสพติดและอบายมุข โดยใช้วิธีการ SUBSAI Model ซึ่งออกแบบให้นักเรียนทุกคนที่เรียนจากโรงเรียนบ้านซับไทร เมื่อยังเรียนอยู่หรือเรียนจบไปแล้วจะต้องมีคุณลักษณะที่ติดตัวไป แบ่งออกเป็น ๖ ด้าน ดังนี้
1. S = School ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ
- Director ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อภัยของยาเสพติและอบายมุข ได้มีการวางแผน มีการบริหารจัดการที่ดี ส่งเสริมการมีสวนร่วม ในการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย
- Teacher ครูเป็นผู้ดูแลนักเรียนต่อในชั้นเรียนต้องใส่ใจช่วยให้นักเรียน ให้คำปรึกษา แนะนำ ชี้แจ้ง เกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขทั้งคุยและโทษในชั้นเรียน
- student ต้องทำโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อที่ผู้ปกครองและชุมชน เห็นถึงความปลอดภัยต่อการส่งบุตรหลานทุกคนมาโรงเรียน
2. U = (Unity) โรงเรียนมีการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สู่ความเป็นตัวตนความเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา โดยยึดหลักที่ว่า สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขอย่างยั่งยืน
3. B = Bright หมายถึง ความรู้ ความฉลาด เมื่อนักเรียนมีความรู้จากการที่ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ นักเรียนก็จะมีทักษะในการเลือกสิ่งที่ดี เหมาะสม และถูกต้องให้กับตนเองได้
4. S = Skill หมายถึง ทักษะที่จะเกิดขึ้นกับตัวนักเรียน เมื่อนักเรียนได้มีประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง นักเรียนก็จะเกิดทักษะโดยนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้
5. A = Achieve การดำเนินงานด้วยผู้บริหาร เพื่อนครู นักเรียน ที่ช่วยสนับสนุนเป็นปัจจัยในความสำเร็จ เพราะร่วมมือกัน ทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทหน้าที่ในภารกิจและดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนของกิจกรรมห้องเรียนสีขาว มีการประชุมวางแผน มอบหมายงาน ดำเนินกิจกรรมตามแผน ตรวจสอบ ประเมินผลการดำเนินงาน และมีการนำข้อผิดพลาดหรือข้อที่ควรปรับปรุง มาปรับแก้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งเป็นไปตาม การตรวจสอบคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. I = Improvement การปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน โดยนำผลการดำเนินงานมาเสนอต่อที่ประชุมและหาแนวทางการปรับปรุงพัฒนาร่วมกัน
PDCA คือวงจรที่ช่วยให้การบริหารงานมีคุณภาพยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผ่านองค์ประกอบ 4 ขั้นตอนได้แก่ Plan Do Check Act ซึ่งเครื่องมือนี้เป็นกระบวนการที่จะทำให้การปรับปรุงการทำงานขององค์กรมีระบบยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องใช้แนวคิดของวงจรคุณภาพ PDCA เป็นแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการจัดกิจกรรม ประกอบด้วยขั้นตอนการพัฒนา 4 ขั้นตอน ดังนี้ (Deming,2004)
1. การวางแผนการปฏิบัติงานสอน (Planning-P) หมายถึง การศึกษาหลักสูตรมาตรฐานการศึกษา การกำหนดวัตถุประสงค์ หรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง กำหนดการสอน แนวทางการดำเนินงาน ออกแบบการสอน ผลิตสื่อ กำหนดวิธีการวัดผลและประเมินผล เพื่อให้การปฏิบัติงานสอนเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
2. การดำเนินการตามแผน (Doing -D) หมายถึง การปฏิบัติการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยส่งเสริม สนับสนุน จัดสิ่งอำนวยความสะดวก สนับสนุนทรัพยากรแก่ผู้เรียน กำกับ ติดตามควบคุมดูแลการเรียนของนักเรียนให้การเรียนการสอนเกิดความร่วมมือ และบรรลุวัตถุประสงค์หรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่กำหนดไว้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
3. การตรวจสอบประเมินผล (Checking-C) หมายถึง การ ติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน จัดหาและจัดทำเครื่องมือ สื่อการวัดผลประเมินผลการเรียน เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลแปลความหมาย นำข้อมูลสารสนเทศไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. นำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน (Action - A) หมายถึง การแก้ไข ปรับปรุงงานประเมินผลงานและการรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บริหารได้รับทราบความเคลื่อนไหวและความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนในปีการศึกษาต่อไป