ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการสื่อและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา (LD) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโซงเลง

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการสื่อและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความ

บกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา (LD) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน

บ้านโซงเลง

ผู้วิจัย : วิไลพันธ์ ทุมพัฒน์

ปีที่วิจัย : 2568

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการสื่อและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา (Learning Disabilities: LD) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโซงเลง โดยดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์เอกสาร สังเกตพฤติกรรม สัมภาษณ์ และสำรวจความต้องการของผู้เรียน ครู และผู้ปกครอง พบว่า นักเรียนร้อยละ 37.5 มีความบกพร่องทางการอ่านและการเขียนในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการจำคำศัพท์และการสะกดคำ ครูและผู้ปกครองมีความต้องการแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีและสื่อหลายประสาทสัมผัสเพื่อช่วยเหลือเด็ก LD 2) การพัฒนารูปแบบ “WILAI Model” ซึ่งประกอบด้วยหลักการ 5 ประการ ได้แก่ การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การบูรณาการสื่อและเทคโนโลยี การเชื่อมโยงเนื้อหา การเรียนรู้เชิงรุก และระบบดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมีขั้นตอน 5 ขั้น ได้แก่ W (Warm-up and Understanding), I (Integration of Media and Technology), L (Learning by Doing), A (Assessment and Guidance) และ I (Improvement and Reflection) พร้อมปัจจัยสนับสนุน “PHB-Factors” ได้แก่ PTIC (คลินิกครู–พ่อแม่–นักสหวิชาชีพ), HSRS (ระบบช่วยเหลือ หนุนเสริม และส่งต่อผู้เรียน) และ BL (การเรียนรู้แบบผสมผสาน) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 20 คนอยู่ในระดับมาก (เฉลี่ย 3.97–4.18)

ระยะที่ 3 การทดลองใช้กับนักเรียน LD จำนวน 6 คน พบว่านักเรียนมีพัฒนาการทางการอ่านและการเขียนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคะแนนเฉลี่ยการอ่านเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ภายในระยะเวลา 6 เดือน และทักษะการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับพอใช้ถึงดี ( = 2.40–3.00) และมีแรงจูงใจในการเรียนสูงขึ้น ( = 2.67) การสังเกตพบว่าสื่อเทคโนโลยีช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการเรียนรู้ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมและเข้าใจลักษณะของเด็ก LD มากขึ้น ระยะที่ 4 ผลการประเมินคุณภาพและความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมาก ( = 4.16–4.18) สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบ WILAI Model มีความเหมาะสม เป็นไปได้ และมีประสิทธิภาพในการพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา ทั้งยังสามารถขยายผลเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำสำคัญ: การเรียนรู้บูรณาการสื่อและเทคโนโลยี, ความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านภาษา (LD), รูปแบบ “วิไล โมเดล”

Title : Development of an Integrated Media and Technology Learning

Management Model to Address Language Learning Disabilities (LD) among

Grade 3 Students at Ban Song Leng School

Researcher: Wilaiphan Thumphat

Year of Study: 2025

Abstract

This research and development (R&D) study aimed to develop an integrated media and technology learning management model to address language learning disabilities (LD) among Grade 3 students at Ban Song Leng School. The research was conducted in four phases: (1) studying basic information, reviewing documents, observing learning behaviors, interviewing teachers and parents, and surveying learning needs. The findings revealed that 37.5% of the students had moderate to severe difficulties in reading and writing, particularly in word recognition and spelling. Both teachers and parents expressed a strong need for instructional approaches integrating technology and multisensory media to support LD learners. (2) Developing the “WILAI Model,” which consists of five key principles—learner-centered approach, media and technology integration, content connection, active learning, and continuous support system. The model includes five steps: W (Warm-up and Understanding), I (Integration of Media and Technology), L (Learning by Doing), A (Assessment and Guidance), and I (Improvement and Reflection), supported by three “PHB-Factors”: PTIC (Teacher–Parent–Interdisciplinary Clinic), HSRS (Helping, Supporting, and Referring System), and BL (Blended Learning). The evaluation by 20 experts indicated that the model’s overall appropriateness was high ( = 3.97–4.18).

In Phase 3, the model was implemented with six LD students. The results showed continuous improvement in reading and writing performance, with reading scores increasing by 23% and writing skills by 18% within six months. Students’ overall learning behaviors ranged from fair to good ( = 2.40–3.00), and their motivation improved ( = 2.67). Observations indicated that technology-enhanced media reduced anxiety and increased confidence. Parents demonstrated greater participation and understanding of LD characteristics. In Phase 4, the evaluation of model quality and satisfaction revealed high levels ( = 4.16–4.18), confirming that the WILAI Model is appropriate, feasible, and effective for developing language skills among LD students. The model also shows potential as a sustainable innovation for improving learning management in small rural schools.

Keywords: Integrated Media and Technology Learning, Language Learning Disabilities (LD), WILAI Model

โพสต์โดย วิไลพันธ์ ทุมพัฒน์ : [17 มี.ค. 2569 (12:25 น.)]
อ่าน [302] ไอพี : 49.49.220.96
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 27,685 ครั้ง
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์
ทำไมคำว่า"ไทย" ต้องมี "ย" ยักษ์

เปิดอ่าน 26,637 ครั้ง
อวกาศมีกลิ่นเหมือนอะไร?
อวกาศมีกลิ่นเหมือนอะไร?

เปิดอ่าน 192,411 ครั้ง
ระบบข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับข้าราชการ สำหรับตรวจสอบวันเดือนปีที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ระบบข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับข้าราชการ สำหรับตรวจสอบวันเดือนปีที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เปิดอ่าน 13,715 ครั้ง
"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ
"โดนัท เซลฟี่" เทรนด์ใหม่มาแรง คืออะไร ไปดูกันครับ

เปิดอ่าน 62,639 ครั้ง
ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก"
ที่มาของ "กรุงเทพมหานคร" และ "บางกอก"

เปิดอ่าน 22,662 ครั้ง
ทฤษฎีสำหรับ E-Learning
ทฤษฎีสำหรับ E-Learning

เปิดอ่าน 8,837 ครั้ง
อย่ากวดวิชาอย่างเดียว
อย่ากวดวิชาอย่างเดียว

เปิดอ่าน 1,613 ครั้ง
ศาลพระภูมิ ราคา ดี ควรเลือกร้านจำหน่ายศาลพระภูมิแบบไหนดีที่สุด
ศาลพระภูมิ ราคา ดี ควรเลือกร้านจำหน่ายศาลพระภูมิแบบไหนดีที่สุด

เปิดอ่าน 15,899 ครั้ง
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย

เปิดอ่าน 54,272 ครั้ง
การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection of Data)
การเก็บรวบรวมข้อมูล (Collection of Data)

เปิดอ่าน 8,673 ครั้ง
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย
เคล็ดลับเรียนแล้วรวย

เปิดอ่าน 9,529 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย

เปิดอ่าน 14,462 ครั้ง
เทคนิคการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ
เทคนิคการประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 11,581 ครั้ง
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ

เปิดอ่าน 1,584 ครั้ง
บ้านที่มีเอกสารน.ส. 3 ก. เอาไปขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ไหม ?
บ้านที่มีเอกสารน.ส. 3 ก. เอาไปขอสินเชื่อบ้านแลกเงินได้ไหม ?

เปิดอ่าน 16,382 ครั้ง
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ใช้พระนาม "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ"
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ใช้พระนาม "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ"
เปิดอ่าน 39,606 ครั้ง
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
เปิดอ่าน 28,063 ครั้ง
6 วิธีรับปีใหม่แบบเฮงๆ จัดกระเป๋าสตางค์รับเงินไหล ใส่เสื้อ 5 สีมงคล
6 วิธีรับปีใหม่แบบเฮงๆ จัดกระเป๋าสตางค์รับเงินไหล ใส่เสื้อ 5 สีมงคล
เปิดอ่าน 14,190 ครั้ง
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
เปิดอ่าน 22,293 ครั้ง
เทคนิคการปลูกกล้วย ให้มีกลิ่นต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างดี
เทคนิคการปลูกกล้วย ให้มีกลิ่นต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างดี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ