ชื่อผลงาน รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
ชื่อผู้เสนอผลงาน โรงเรียนปากจาบวิทยา
ผู้บริหาร นางปราณีต ลีหัวสระ
ผู้รับผิดชอบ นางสาวเอื้อมพร พรมสุคนธ์ ตำแหน่ง ครู โรงเรียนปากจาบวิทยา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๓
สำนักคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
๑. ความเป็นมาและความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ
อันตรายที่มากับยาเสพติดนั้นได้ก่อปัญหาลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะการขยายตัวเข้าไปก่อปัญหาให้แก่นักเรียน นักศึกษาในรั้วสถานศึกษามีแนวโน้มเพิ่มมาขึ้นเป็นลำดับ ทำให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่พบเจอภายในสถานศึกษา มีปัญหาของพฤติกรรมที่จัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ได้แก่ ปัญหาชู้สาว ปัญหาการสูบบุหรี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัญหาการหนีเรียนการทะเลาะวิวาท ปัญหาการติดเกม ปัญหาสื่อโซเชียล ลามกอนาจาร ปัญหาติดการพนัน ปัญหาฟุ่มเฟือย จากปัญหาที่เกิดในสถานศึกษานำไปสู่ปัญหาระดับชาติที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา คือ ปัญหายาเสพติด ปัญหาชู้สาวการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และอีกมากมายหลากหลายปัญหาที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เราจะต้องเฝ้าระวังทั้งภายในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน การสื่อสารเทคโนโลยีต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งปรากฏปัญหาให้เห็นมากมาย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจด้านสังคมและด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด อันนำมาซึ่งปัญหาครอบครัวที่เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด มีการปรับตัวที่ไม่เหมาะสมหรืออื่น ๆ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีสุขภาพที่ดีตามความคาดหวังนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุคลากรทางการศึกษาทุกคนในสถานศึกษา ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้เติบโตงดงามและเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม
ความสำคัญในสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ได้จัดทำขึ้นภายใต้กรอบและแนวทางที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้วางไว้โดยกำหนดการเรียนรู้เรื่องยาเสพติดตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การดำเนินงานกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาผู้สอนมีกิจกรรมหลากหลายกิจกรรมในการดำเนินงาน เพื่อให้สอดคล้องกับระดับชั้นของผู้เรียน และรวมไปถึงให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเลือกการจัดกิจกรรมบางกิจกรรมตามความสนใจของตนเอง เช่น การจัดกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน การจัดตั้งกิจกรรมชมรมเสมารักษ์ กิจกรรมกีฬาภายในสถานศึกษาและกีฬาเครือข่าย กิจกรรมแข่งขันทางวิชาการ กิจกรรมลูกเสือต้านภัยยาเสพติด เป็นต้น
ในการจะพัฒนาคุณภาพของนักเรียน ให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ ในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และสติปัญญา ความสามารถที่มีคุณภาพตามสังคมต้องการ มีคุณธรรม จริยธรรม มีวิถีชีวิตที่เป็นสุขร่วมกับสังคมได้อย่างสันติ โรงเรียนปากจาบวิทยา จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากร ครูทุกคนในสถานศึกษา เป็นศูนย์กลางที่สำคัญ และกลุ่มเพื่อนนักเรียนก็เป็นพลังสำคัญส่วนหนึ่งที่จะร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และอุบัติภัยต่าง ๆ โดยจัดให้มีโครงการห้องเรียนสีขาว โดยนักเรียนแกนนำเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ สอดส่องดูแลพฤติกรรมเพื่อนร่วมชั้น คอยตักเตือน กระตุ้นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เพื่อร่วมกันเป็นเกราะป้องกันยาเสพติด โดยถือเป็นภารกิจหนึ่งของกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือในการดำเนินการของสถานศึกษา
โรงเรียนปากจาบวิทยา ในฐานะเป็นหน่วยงานทางการศึกษา ที่ดำเนินการพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมคาดหวัง ได้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยความเสี่ยงรอบสถานศึกษา ที่นำไปสู่พฤติกรรมอันไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ร้านเกม โดยโรงเรียนได้จัดให้มีความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งผู้บริหาร ครูและบุคลากร นักเรียน ชุมชนและหน่วยงานอื่นโดยผ่านกระบวนการจัดโครงการและกิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และได้เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวิถีชีวิตที่เป็นสุขโดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน ภายใต้โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยคิดรูปแบบวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และมีคุณธรรมผ่านกระบวนการ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL เพื่อปลูกฝัง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือกระทำจากการปฏิบัติจริงของนักเรียน โดยมีครูเป็นผู้ให้การแนะนำ ฝึกฝน อบรม เป็นการสร้างนิสัยให้นักเรียนมีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่ทำดี และใฝ่รักษาสุขภาพ เมื่อนักเรียนมีคุณธรรมหรือคุณลักษณะที่ดีย่อมไม่นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อน เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม
๒. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
กระบวนการรู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาวโดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายเพื่อ
๒.๑ วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนรู้เท่าทันภัยจากยาเสพติด มีทักษะชีวิตในการป้องกันยาเสพติด
๒. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษา
๓. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการป้องกันและ แก้ปัญหายาเสพติด
๔. เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุขของโรงเรียนปากจาบวิทยาให้มีกระบวนการที่เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน
๕. เพื่อพัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาวของโรงเรียนบ้านเกาะมะนาวให้เป็นแหล่งเรียนรู้ใน การนำไปพัฒนาและสร้างระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อบายมุข ปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา
๒.๒ เป้าหมาย
เป้าหมายเชิงปริมาณ
จำนวนนักเรียนโรงเรียนปากจาบวิทยา ปลอดยาเสพติดและอบายมุข 100 %
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
นักเรียนโรงเรียนปากจาบวิทยา มีความตระหนักและรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุขมีทักษะชีวิตในการป้องกันยาเสพติดและอบายมุข มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตอาสาในการร่วมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขในโรงเรียนและชุมชน
๓. ขั้นตอนการดำเนินงาน
๓.๑ การออกแบบผลงาน
จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เป็นอีกกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติดมากที่สุดทั้งในและนอกสถานศึกษา โรงเรียนปากจาบวิทยา จึงนำแนวทางแก้ปัญหา หรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักการในการเลือกแบบที่สัมพันธ์กับปัญหา หรือสิ่งที่จะพัฒนาภายใต้กลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL โดยมีแนวทางในการดำเนินงานและสอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของสถานศึกษาและชุมชน ดังนี้
๑. โรงเรียนและชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของยาเสพติดเพื่อสร้างความตระหนักในการร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหา
๒. ศึกษาแนวคิด นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล กระทรวง ที่มีความตระหนักในปัญหาภัยยาเสพติด
ที่จะเข้ามาสู่สถานศึกษา และเยาวชนในโรงเรียนจึงมีนโยบายการสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ภายใต้กลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
๓. ศึกษาขั้นตอนและแนวทางการวางแผนกลยุทธ์
๔. ผู้บริหารสถานศึกษา และครู นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยประชุมแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ
คณะทำงานมอบนโยบาย ประกาศ จัดทำแผนปฏิบัติงาน จัดกิจกรรม ติดตามและประเมินผล สรุปรายงานให้แก่ต้นสังกัดทราบ ตามลำดับ สนับสนุนทุกด้าน พร้อมทั้งเสนอแนะปัญหาและอุปสรรค เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแก้ไขการดำเนินงานกิจกรรมของกลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL ให้มีความต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้มแข็ง
๕. การกำหนดผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามโครงการที่วางไว้ ภายใต้กลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
๖. การจัดสถานที่ ศูนย์เรียนรู้สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข คลินิกเสมารักษ์ ซึ่งจัดตามบริบทให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้
๗. มีการพัฒนาครูและนักเรียนแกนนำ ให้มีความรู้โดยมีการเข้าอบรมความรู้ในการจัดกิจกรรมตามแผนที่
วางไว้ ภายใต้กรอบแนวคิดกลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
๘. จัดกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ สนับสนุนดูแลระหว่างทำกิจกรรมตลอดเวลา ให้ดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นระหว่างการทำกิจกรรมครูก็จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้การปฏิบัติกิจกรรมเป็นไปตามธรรมชาติและบรรลุเป้าหมายอย่างราบรื่น
๙. ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์ และอภิปรายผล การดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรมมาวิเคราะห์ และอภิปรายร่วมกันระหว่างครู นักเรียน ซึ่งต้องร่วมมือกัน นำปัญหาระหว่างการดำเนินกิจกรรมมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในลำดับต่อไป
ขั้นตอน การออกแบบนวัตกรรมและผลงานการปฏิบัติงาน
๓.๒ การดำเนินงานตามกิจกรรม
การพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ห่างไกลจากยาเสพติด การสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สื่อลามกอนาจาร การพนัน การทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนที่สังคมไม่ยอมรับ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของโรงเรียนในการกำหนดนโยบายตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงาน คือ สถานศึกษาปลอดยาเสพติด ปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดสื่อลามกอนาจาร ปลอดการพนัน และปลอดการทะเลาะวิวาท
การดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขของ โรงเรียนปากจาบวิทยา โดยใช้รูปแบบวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้และมีคุณธรรมผ่านกระบวนการ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL ได้นำทฤษฎีการบริหารเป็นฐานความคิดและมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ได้แก่ หลักการของวงจรเดมมิ่ง (PDCA)
โครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
ขั้นตอนที่๑ วางแผนการดำเนินงาน (P : Plan)
การวางแผนการดำเนินงานเป็นส่วนเริ่มต้นที่มีความสำคัญของการดำเนินงาน และเป็นส่วนที่ ทำให้การดำเนินงานของส่วนต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเป็นระบบ ขั้นตอน และมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงเรียนปากจาบวิทยาดังนี้
๑. ผู้บริหารสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง เพื่อรับทราบนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
๒. วิเคราะห์สภาพปัญหา สร้างความตระหนักร่วมกัน รวมทั้งผลการดำเนินโครงการสถานศึกษา ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา ๒๕๖8 ที่ผ่าน มาร่วมกันออกแบบนวัตกรรมหรือวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ได้ข้อสรุปว่า จะดำเนินการพัฒนาผู้เรียนด้วยรูปแบบ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL
๓. ผู้บริหาร คณะครู เตรียมความพร้อมสู่การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยแต่งตั้งผู้รับผิดชอบและคณะทำงานโครงการสถานศึกษาสีขาว จัดทำแผนการปฏิบัติงาน
๔. จัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับผู้บริหารโรงเรียนเครือข่ายซึ่งเปรียบเสมือนการให้คำสัญญาและกำหนดข้อตกลงร่วมกัน เพื่อขยายขอบเขตชุมชนเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
๕. แต่งตั้งคณะกรรมการห้องเรียน ๔ ฝ่าย และกำหนดบทบาทดูแลนักเรียนทุกห้องเรียน เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL พร้อมสร้างความรู้ ความเข้าใจตระหนักให้แก่นักเรียน ภายใต้ความคิดที่จะส่งผลให้ผู้เรียนได้รับสิ่งต่าง ๆ จากกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ประกอบไปด้วย
1. P = (Prevention) หมายถึงการป้องกัน ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด สื่อออนไลน์ และพฤติกรรมเสี่ยงจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและสังคม เช่น ค่ายคุณธรรม โครงการอบรมสนับสนุนกิจกรรมทางเลือกที่สร้างสรรค์ เช่น กีฬา ดนตรี ศิลปะ
2. A = (Awareness) หมายถึงการตระหนักรู้ ส่งเสริมให้ครู นักเรียน และบุคลากรมีความเข้าใจถึงผลกระทบของพฤติกรรมเสี่ยงโดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับ วิดีโอ หรือโซเชียลมีเดียเพื่อให้ได้รับรู้ถึงความรู้ใหม่ที่ได้รับ เป็นการนำไปต่อยอดความรู้เดิม หรือ สามารถ นำไปปรับใช้ในบริบทอื่น ๆ สำหรับตัวเอง และเชื่อว่าในแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ (Learning Styles) ที่ แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายแกนนำนักเรียนในการเฝ้าระวัง
3. K = (Knowledge) หมายถึงความรู้เท่าทัน การจัดกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ที่โรงเรียนกำหนดขึ้นในแผนปฏิบัติการ ประจำปี โดยบูรณาการความรู้เรื่องยาเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยงเข้าไปในหลักสูตรสอนทักษะการคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะบนสื่อออนไลน์ ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีจุดประสงค์ ที่ต้องการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่เข้มแข็ง และมีทักษะในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน ตลอดจนเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรม ปฏิเสธสิ่งเสพติดหรืออบายมุขต่าง ๆ อย่างมีไหวพริบ ปฏิภาณและมีความคิดสร้างสรรค์
ด้านความรู้ทางวิชาการให้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนปากจาบวิทยาได้มีส่วนในการรับรู้ ได้แก่ กิจกรรมห้องเรียนสีขาวโดยคณะกรรมการฝ่ายการเรียนร่วมกับคณะกรรมการฝ่ายกิจกรรม ร่วมกันจัดบอร์ดหรือป้ายนิเทศในห้องตัวเอง ในกิจกรรมหรือวันสำคัญต่างๆ เช่น วันสุนทรภู่ วันงดสูบบุหรี่โลก สัปดาห์วิทยาศาสตร์ วันเข้าพรรษา วันต่อต้านยาเสพติด เป็นต้น ตัวอย่างความรู้ที่กำหนดให้เช่น โทษและภัยของยาเสพติดและอบายมุข หรือกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิชาการได้แก่ พี่สอนน้อง เพื่อนช่วยเพื่อน เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลานอกเหนือจากการเรียนการสอนปกติ มาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยแบ่งเป็น กิจกรรมตามมาตรการ ๔ ด้าน ได้แก่
ด้านที่ ๑ มาตรการป้องกัน
๑. กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข
๒. กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก
3. กิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด
4. กิจกรรมค่ายคุณธรรม
5. กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ (นั่งสมาธิ แผ่เมตตา สวดมนต์นั่งสมาธิ และกิจกรรมทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา)
6. กิจกรรมแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน
7. กีฬาต่อต้านยาเสพติด
8. กิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียน
9. กิจกรรมส่งเสริมการแสดงออกวันสำคัญ
10. กิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต
11. กิจกรรมห้องเรียนสีขาว
ด้านที่ ๒ มาตรการค้นหา
๑. กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/การเยี่ยมบ้าน
๒. กิจกรรมสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
ด้านที่ ๓ มาตรการรักษา
1. กิจกรรมคลินิกเสมารักษ์/กิจกรรมแนะแนว
ด้านที่ ๔ มาตรการเฝ้าระวัง
๑. กิจกรรมครู D.A.R.E
๒. กิจกรรมรณรงค์ต้านภัยยาเสพติด
3. กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีต้านภัยยาเสพติด
4. กิจกรรมตู้แดงเสมารักษ์
4. J = (Join) หมายถึง การมีส่วนร่วม บุคลากรทั้งภายในและภายนอกมีส่วนรวมทุกขั้นตอนคือ
1. รวมวางแผน (Planการรวมวางแผนการดำเนินงาน การประชุม แสดงความคิดเห็นยึดตามมติเปนสำคัญ)
2. รวมทำ (Do การทำงานประจำ หรืองานโครงการของโรงเรียนจะเปดโอกาสใหบุคลากรทุกฝายเขามามีบทบาทตามความเหมาะสม)
3. รวมประเมิน (Check ตองดำเนินการเปนระยะและชัดเจนเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนา)
4. รวมพัฒนา (Act การพัฒนาการดำเนินงานใหดีขึ้น)
5. A = (Action) หมายถึงการลงมือปฏิบัติ โดยจัดกิจกรรมเชิงสรางสรรค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเจตคติที่ดี สอดคลองกับความตองการของผูเรียน สอดคลองกับสภาพแวดลอมและบริบทของโรงเรียน/ชุมชน ไดแก กิจกรรม To be Number One กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมการเยี่ยมบานนักเรียน กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่ม เวลารูกิจกรรมสงเสริมทักษะอาชีพ กิจกรรมสงเสริมทักษะชีวิตและใหผ้เรียนหางไกลจากยาเสพติด
6. B = (Behavior) หมายถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อสร้างบรรยากาศเชิงบวกภายในโรงเรียน เช่น กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีผ่านการให้รางวัลและการเป็นแบบอย่างที่ดีใช้กระบวนการให้คำปรึกษาและฟื้นฟูสำหรับนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง
ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติงานตามแผน (D :Do)
เป็นขั้นตอนที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วนต้องลงมือปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้อย่างมีระบบเป็น ขั้นตอน โดยส่งเสริมกระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้กำหนด ขึ้นตามแนวทางการดำเนินกิจกรรมที่วางไว้ดังนี้
1) ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นำแผนการดำเนินงานที่ วางไว้ตามนโยบายทางการศึกษาของโรงเรียน โดยเริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ/ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติกิจกรรมหรือกำหนดการ การติดตามผลและประเมินผล สรุปและ รายงานการดำเนินกิจกรรมตามลำดับ เพื่อนำเสนอฝ่ายงบประมาณในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและ คุ้มค่าต่อนักเรียน เสนอแนะปัญหาอุปสรรค เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป
2) ฝ่ายบริหารทั่วไป งานอาคารสถานที่ และคณะครูทุกท่านมีส่วนร่วมในการพัฒนาจัดบรรยากาศ และห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น ห้องคลินิกเสมารักษ์ บอร์ดนิเทศให้ความรู้แก่นักเรียน ในโรงเรียน ฯลฯ
3) การพัฒนาองค์ความรู้ของครู บุคลากร และนักเรียนแกนนำทุกคน ในเรื่องการดำเนิน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข การมีความรู้ด้านสิ่งเสพติดหรืออบายมุขต่าง ๆ แนวทางการให้คำปรึกษากับผู้มาใช้บริการ เป็นต้น
4) การจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยบูรณาการสอดแทรกและปลูกฝังการป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติด และอบายมุข ร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างหลากหลายให้เป็นผู้มี ความรู้คู่คุณธรรม ดังนี้
(๑) โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย การเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญ ทางศาสนาของนักเรียนโรงเรียนปากจาบวิทยาเพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียน
(๒) โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ได้แก่ กิจกรรมแข่งขันกีฬาภายใน/กีฬาภายนอก เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
(๓) โครงการสถานศึกษาปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี เป็นโครงการที่ต้องการให้นักเรียนมี สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต และรู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยจัด กิจกรรมที่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น กิจกรรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กิจกรรมหัวแข็ง ปลอดภัย วินัยจราจร และกิจกรรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
(๔) โครงการโรงเรียนคุณธรรม เป็นโครงการ ที่ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน โดยมีกิจกรรมที่ปลูกฝังให้นักเรียนคิดอย่างรอบคอบ มีสติ ละเว้นการ ทำสิ่งไม่ดี และเกรงกลัวต่อบาป ส่งผลให้นักเรียนไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุข
(๕) โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูประจำชั้น ทุกห้องเรียน ดำเนินการคัดกรองนักเรียนและเยี่ยมบ้านนักเรียนในชั้นเรียนทุกคน ร้อยละ 100 ส่งผลให้ครูรับทราบถึง พฤติกรรมของนักเรียน มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและผู้ปกครอง สามารถพูดคุยและแก้ปัญหาของ นักเรียนร่วมกันได้ตรงจุด
(๖) โครงการความสัมพันธ์โรงเรียน องค์กร และชุมชน เป็นโครงการที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ อันดีระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานภายนอกในการร่วมมือกันพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพของนักเรียน ให้เป็นผู้ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข
ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบ (C : Check)
หมายถึง การตรวจสอบดูว่าเมื่อได้ลงมือปฏิบัติงานตามแผนการ ดําเนินงานที่วางไว้ หรือการแก้ปัญหางานตามแผนงานแล้ว มีผลลัพธ์อย่างไรบ้าง สภาพปัญหาได้รับการแก้ไข ตรงตามเปูาหมายที่สถานศึกษาตั้งไว้หรือไม่นั้น ได้ดำเนินการดังนี้ ติดตาม ประเมินผล วิเคราะห์และอภิปรายผล การนําข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ มาวิเคราะห์และอภิปราย โดยครูและนักเรียนร่วมมือกัน อภิปรายในรูปแบบของความมีเหตุและผล ผู้เรียน สะท้อนสิ่งที่ได้รับหลังจากเข้าร่วมกิจกรรม
ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงอย่างเหมาะสม (A : Action)
เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการภายหลัง 3 ขั้นตอนตามวงจรได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วโดยได้ดำเนินการดังนี้ เริ่มจากการนำผลจากการตรวจสอบมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์และอภิปรายผล สรุปประเมินผล ปรับประยุกต์ กิจกรรมให้สอดคล้องภายใต้กลยุทธ์ รู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันดี สู่วิถีสถานศึกษาสีขาว โดยใช้รูปแบบ PAKJAB MODEL ที่ได้วางแผนไว้ เพื่อสามารถแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้า มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติโครงการหรือกิจกรรม ตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนและนําไปปรับการทำงานครั้งต่อไปให้มีประสิทธิภาพ
4. ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์
- วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อให้นักเรียนรู้เท่าทันภัยจากยาเสพติด มีทักษะชีวิตในการป้องกัน ยาเสพติด จากการดำเนินงาน พบว่า นักเรียนร้อยละ 100 รู้เท่าทันภัยจากยาเสพติด มีทักษะชีวิตในการป้องกันยาเสพติด
- วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษาจากการดำเนินงาน พบว่า เมื่อโรงเรียนสานสัมพันธ์กับชุมชน และมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง โรงเรียนจะได้รับเบาะแสหรือการแจ้งข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว และชุมชนรอบโรงเรียนเปรียบเสมือนเกราะกำบังให้แก่โรงเรียนได้เป็นอย่างดี ทำให้ปัญหายาเสพติดและอบายมุขไม่สามารถแพร่ระบาดเข้าสู่โรงเรียนได้โดยง่าย
- วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด จากการดำเนินงาน พบว่า เมื่อโรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานักเรียนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจนั้น ส่งผลให้นักเรียนร้อยละ 100 มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี
- วัตถุประสงค์ข้อที่ 4 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุขของโรงเรียนปากจาบวิทยา ให้มีกระบวนการที่เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน เนื่องจากการดำเนินงานมีการกำกับ นิเทศติดตาม สะท้อนผลจากผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการดำเนินการแบบมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย และที่สำคัญการดำเนินการของโรงเรียนปากจาบวิทยา ที่มุ่งเน้นการป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติดด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางร่างกายและจิตใจให้แก่นักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง ส่งผลให้นักเรียนเกิดความตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด กระบวนการต่อสู้จึงมีความเข้มแข็งและยั่งยืนมากกว่าการมุ่งบำบัดผู้เสพและผู้ติดเพียงอย่างเดียว
- วัตถุประสงค์ข้อที่ 5 เพื่อพัฒนาโครงการสถานศึกษาสีขาวของโรงเรียนปากจาบวิทยาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ใน การนำไปพัฒนาและสร้างระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อบายมุข ปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา เมื่อดำเนินงานตามขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ที่วางไว้ ส่งผลให้โรงเรียนบ้านเกาะมะนาวเป็นแหล่งเรียนรู้ในการป้องกันยาเสพติด และได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ปกครอง ชุมชน เครือข่ายโรงเรียนสถานศึกษาสีขาว ดังนี้
1) แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ปกครองในคราวการประชุมผู้ปกครองภาคเรียนละ 1 ครั้ง
2) แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน
3) แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายโรงเรียนสถานศึกษาสีขาว
๔.๒ ผลสัมฤทธิ์ของงาน
จากการดําเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุภายใต้รูปแบบ PAKJAB MODEL ของโรงเรียนปากจาบวิทยา เป็นรูปธรรมขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ จวบจนถึงปัจจุบัน ผลการป้องกันปัญหายาเสพติดของโรงเรียนปากจาบวิทยา พบว่า การดําเนินงานตามมาตรการทั้ง ๔ มาตรการ ซึ่งทางโรงเรียนปากจาบวิทยาได้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 หมู่ 8 หมู่ 9 หมู่ 11 ตำบลโคกเพชรพัฒนา สถานีตำรวจภูธรอำเภอบำเหน็จณรงค์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปากจาบ ที่ร่วมกันรับผิดชอบปัญหาด้านการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด มาทำการสุ่มตรวจคัดกรองนักเรียนซึ่งมีผลการตรวจนักเรียนโรงเรียนปากจาบวิทยาทุกคน ปลอดยาเสพติดและอบายมุขคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐
เนื่องจากโรงเรียนปากจาบวิทยา เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากการคัดกรองนักเรียนในหลายรูปแบบเช่น การเยี่ยมบ้าน ระเบียนสะสม แบบประเมิน SDQ การสังเกตและการพูดคุยสัมภาษณ์ผู้ปกครองนักเรียน เป็นต้น การรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูประจำชั้นตั้งแต่ระดับระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ไม่พบกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเสพ ชั้นมัธยมศึกษาพบกลุ่มเสี่ยง 2 คน ดังนั้นโรงเรียนปากจาบวิทยาจึงมีการสุ่มตรวจปัสสาวะของนักเรียนภาคเรียนละ 1 ครั้ง จำนวน 2 ภาคเรียน