ชื่อเรื่อง : รูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพ
ทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้
ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3
ผู้วิจัย : นางสาวศิราณี คงน้อย ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 1 สังกัดเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา
จังหวัดชลบุรี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ปีที่วิจัย : 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลทดลองรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่สร้างขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนาซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การสังเคราะห์เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้วกำหนดกรอบแนวคิดรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ รูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 กำหนดกรอบโครงร่างการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ทั้ง 6 องค์ประกอบ ได้แก่ กรอบแนวคิดทฤษฎีพื้นฐาน หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหา ขั้นตอนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จำนวน 20 แผน ใช้เวลา 4 สัปดาห์ ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพด้านความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน จากการปรับปรุง/แก้ไข/พัฒนาแล้ว และขั้นตอนที่ 3 นำไปทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพกับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนเทศบาลแหลมฉบัง 1 สังกัดเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ การทดลองใช้ครั้งที่ 1 แบบรายบุคคล (Individual Tryout) ครั้งที่ 2 แบบกลุ่มเล็ก (Small Group Tryout) และครั้งที่ 3 แบบภาคสนาม (Field Tryout) และขั้นตอนที่ 4 การหาประสิทธิภาพของรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 นำไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่างคือ เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3/6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ได้มาโดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 20 คน โดยแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มคละความสามารถ สังเกตพฤติกรรมและความเข้าใจของเด็กในห้องเรียน กลุ่มละ 4 คน สมาชิกในกลุ่มประกอบด้วย เด็กเรียนรู้เร็ว/พร้อมมาก เด็กเรียนรู้ระดับกลาง และเด็กเรียนรู้ค่อนข้างน้อย/พร้อมน้อย ดำเนินการตามแบบการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) เป็นแบบหนึ่งกลุ่มทดสอบก่อนและหลัง (One Group Pre test Post test Designs) เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายซึ่งมีแบบแผน เครื่องมือที่ใช้การวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ชุดประกอบการเรียนรู้ การละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย การประเมินผลโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็ก แบบสังเกตพฤติกรรมพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และแบบประเมินความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ประสิทธิภาพ (E1/E2) และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือทดสอบค่าที (t test Dependent Samples)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นทั้ง 6 องค์ประกอบ ได้แก่ กรอบแนวคิดทฤษฎีพื้นฐาน หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งดำเนินการกำหนดขั้นตอนการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ ผู้วิจัยกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีขั้นตอนดังนี้คือ (1) ขั้นนำ ครูจัดเตรียมห้องเรียนโดย จัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติด้วยความสนใจและสนุกสนาน การจัดสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้ดีต้องเน้นด้านกายภาพ เช่น จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด และปลอดภัย รวมถึงจัดพื้นที่ให้หลากหลายสำหรับกิจกรรมต่างๆ และตกแต่งให้น่าสนใจ สร้างบรรยากาศเชิงบวกและทางสังคมที่อบอุ่น ให้กำลังใจ และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและครูด้วย (2) ขั้นทักษะการคิดแสวงหาความรู้ ประกอบกิจกรรมการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย ได้แก่ การตั้งคำถาม การเรียนรู้และสำรวจ (แนะนำการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย) การวิเคราะห์และการปฏิบัติจริง การประเมิน กิจกรรมเสริมทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ และ (3) ขั้นสรุป
2. รูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.58/ 85.70 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
3. หลังการทดลองรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และเมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบก่อนและหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ พบว่า คะแนนหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการพัฒนาทักษะทางสมอง EF (Executive Functions) และสมรรถภาพทางกาย โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้ทักษะการคิดแสวงหาความรู้ประกอบการละเล่นพื้นเมืองของเด็กไทย สำหรับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด