|
Advertisement
|
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ 3) ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม ที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/8 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 36 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นการสุ่มด้วยการจับฉลาก จำนวน 1 ห้องเรียน ประกอบด้วยนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน คละกันทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ซึ่งถือว่าเป็นว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนส่วนใหญ่ได้ ตัวแปรอิสระ ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก ตัวแปรตาม ได้แก่ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านความสามารถทางการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคมที่ได้รับ การจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อความเข้าใจ 2) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก ใช้ระยะเวลาในการทดลองสอนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษ 5 รหัสวิชา อ23101 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 Enjoy reading สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ PTTCRE MODEL จำนวน12 แผน ใช้เวลา 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความสามารถ ด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x̄) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้อมูลสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และความต้องการในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับการเรียนการสอน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) ด้วยการวิเคราะห์ ประเมินค่าและสร้างสรรค์ไม่เพียงแต่เป็นผู้ฟัง ผู้เรียนต้องอ่าน เขียน ตั้งคำถามและถาม อภิปรายร่วมกัน ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และการทำงานเป็นกลุ่ม ส่งเสริมให้นักเรียนช่วยเหลือกัน และฝึกทักษะการทำงานร่วมกัน
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ ที่ดำเนินการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพ มีชื่อเรียกว่า PTTCRE MODEL มีองค์ประกอบคือ 1) หลักการ แนวคิด ทฤษฎี 2) สาระสำคัญ 3) มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 4) จุดประสงค์ 5) สาระการเรียนรู้/เนื้อหาภาษา 6) กิจกรรมการเรียนรู้ 7) บทบาทครู 8) บทบาทนักเรียน 9) สมรรถนะของผู้เรียน 10) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 11) ชิ้นงานและภาระงาน 12) แหล่งเรียนรู้ 13) การวัดและประเมินผล ในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้มี 6 ขั้นตอนขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการจัดการเรียนรู้ (Preparing: P) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน (Teaching: T) ขั้นที่ 3 ขั้นตรวจสอบและทดสอบ (Testing: T) ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและสร้างองค์ความรู้ (Concluding Ideas: C) ขั้นที่ 5 ขั้นสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflecting: R) ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผลการเรียนรู้ (Evaluating: E) ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.92 ซึ่งมีความเหมาะสมและสอดคล้องกันและผลการหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 82.85/81.96 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
3. ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า การทดสอบค่าสถิติ t = 39.62, df = 35 ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.39 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.59 และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.80 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.92 ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
4.ผลของการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า ความพึงพอใจรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.00, S.D.= 1.11) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านประโยชน์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากสูงสุดเป็น ลำดับที่ 1 (x̄ = 4.22, S.D. = 0.96) รองลงมาคือ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ (x̄ = 4.16, S.D.= 1.00) ลำดับที่ 3 คือ ด้านครูผู้สอน (x̄ = 3.91, S.D.= 1.15) และลำดับที่ 4 ด้านการวัดประเมินผล (x̄ = 3.71, S.D. = 1.33) เป็นลำดับสุดท้าย เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจมากสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ลำดับที่ 1 นักเรียนได้ฝึกทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษหลากหลายลักษณะ (x̄ = 4.33, S.D.= 0.79) ลำดับที่ 2 ได้แก่ กิจกรรมการเรียนทำให้นักเรียนมีทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจดียิ่งขึ้น ( x̄= 4.33, S.D.= 0.86) และลำดับที่ 3 ได้แก่ กิจกรรมฝึกทำให้นักเรียนรู้คำศัพท์มากยิ่งขึ้น ( x̄= 4.25, S.D.= 0.94) ส่วนข้อที่มีคะแนนต่ำสุดอยู่ในด้านการวัดประเมินผล ได้แก่ การวัดและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (x̄= 3.53, S.D.= 1.38)
|
โพสต์โดย KCK : [10 มี.ค. 2569 (07:45 น.)] อ่าน [203] ไอพี : 101.108.85.242
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 9,985 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 86,906 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 37,719 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 6,036 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,053 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,703 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 207,113 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,917 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,046 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,781 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,511 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,275 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 1,096 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,677 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,517 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 1,782 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,883 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,074 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,013 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 1,896 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|