ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการศาสตร์พระราชา (WATRIT 6D-NEXUS Model) เพื่อยกระดับสมรรถนะการอ่านเขียนคำยากและเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดฤทธิ์ (คำหมื่นปทุมานุสสรณ์)
ผู้วิจัย นางสาวณัฐชา โคยามา และคณะครูโรงเรียนวัดฤทธิ์ (คำหมื่นปทุมานุสสรณ์)
ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ - ๒๕๖๙
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการศาสตร์พระราชา (WATRIT 6D-NEXUS Model) โดยใช้ชุดหนังสืออัจฉริยะนักอ่านผจญภัยเป็นฐาน ๒) เปรียบเทียบสมรรถนะการอ่านและการเขียนสะกดคำยากของนักเรียนก่อนและหลังเรียน และ ๓) ศึกษาพฤติกรรมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ โรงเรียนวัดฤทธิ์ (คำหมื่นปทุมานุสสรณ์) สังกัด สพป.สุโขทัย เขต ๑ จำนวน ๗๕ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ WATRIT 6D-NEXUS, แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ป.๑-๖ จำนวน ๑๔ แผน, แบบทดสอบวัดสมรรถนะการอ่านและการเขียนสะกดคำยาก และแบบประเมินพฤติกรรมนิสัยรักการอ่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test) แบบ Dependent Samples
ผลการวิจัยพบว่า
๑. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ WATRIT 6D-NEXUS Model ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกระบวนการ ๖ ขั้นตอน คือ Discovery, Delivery, Development, Dedication, Duration และ Diffusion ซึ่งบูรณาการศาสตร์พระราชา "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" และ "สืบสาน รักษา ต่อยอด" มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
๒. สมรรถนะการอ่านและการเขียนสะกดคำยากของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ WATRIT 6D-NEXUS Model สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ โดยคำยากที่นักเรียนพัฒนาได้ชัดเจนที่สุดคือคำศัพท์ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ๔ จังหวัด
๓. พฤติกรรมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนหลังเข้าร่วมกิจกรรม อยู่ในระดับ มากที่สุด นักเรียถแสดง ออกถึงความกระตือรือร้นในการอ่านด้วยตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนอย่างมีนัยสำคัญ
คำสำคัญ : WATRIT 6D-NEXUS Model, ศาสตร์พระราชา, การอ่านเขียนคำยาก, นิสัยรักการอ่าน, อัจฉริยะนักอ่านผจญภัย