ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียน ในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง)

ชื่อเรื่อง รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง)

ผู้วิจัย นางกฤตพร จันทร์อยู่จริง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ

รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน

เทศบาล 5 (วัดดาวเรือง) สังกัดเทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี

ปีวิจัย ปีการศึกษา 2568

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้และความต้องการในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูผู้สอนในโรงเรียน 2) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียน 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัด การเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียน และ 4) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง) เทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ ประชากรที่ใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน ครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 14 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 9 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน (ระดับเชี่ยวชาญ) จำนวน 9 คน นักเรียนของโรงเรียน จำนวน 136 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 136 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็น รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.97 แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีค่าความเชื่อมั่น .931 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ มีค่าความเชื่อมั่น .926 แบบประเมินคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียง มีค่าความเชื่อมั่น .941 แบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่น .935 และแบบสอบถามเพื่อการประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ มีค่าความเชื่อมั่น .970 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าเฉลี่ยร้อยละ (Percentage) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการบรรยาย

สรุปผลการวิจัย

1. ผลการศึกษาความต้องการของครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้ที่ต้องการใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning) บูรณาการร่วมกับวิธีการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และความต้องการในการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนคือ คุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง)

2. รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง) ที่สร้างขึ้นมีชื่อว่า MKTCPS Model มีองค์ประกอบ 6 ด้าน คือ ด้านหลักการบริหาร ด้านการให้ความรู้ ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะ ด้านการประเมินผล และด้านความพอใจ โดยผลการประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมและความสอดคล้องเชิงเนื้อหา หลักการและทฤษฎี มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.97 ผลการประเมินของผู้บริหารโรงเรียน พบว่า โดยรวมรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมนำไปปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยทั้งรูปแบบและองค์ประกอบของรูปแบบ การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ มีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ รองลงมาคือ ด้านหลักการบริหาร ต่อมาคือด้านการให้ความรู้กับด้านการจัดการเรียนรู้ ต่อมาคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะนักเรียน ด้านการประเมินผล ด้านความพอใจ ตามลำดับ และทุกข้อของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและนำไปปฏิบัติได้อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.44 – 5.00

3. การทดลองใช้รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง) เทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี มีดังนี้

3.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า โดยรวมนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนในปีการศึกษา 2568 คิดเป็นร้อยละ 81.33 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 (คิดเป็นร้อยละ 69.94) เท่ากับร้อยละ 11.39 และทุกชั้นเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2568 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 คิดเป็นร้อยละอยู่ระหว่าง 11.09 – 12.43 (คิดเป็นร้อยละ 80.99 – 81.68)

3.2 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในโรงเรียน พบว่า โดยรวมครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกด้านครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการจัดการเรียนรู้ รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียน ลำดับต่อมาคือ ด้านการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้กับด้านการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ตามลำดับ และทุกข้อครูมีความสามารถใน การจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.64 – 4.93

3.3 คุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียน พบว่า โดยรวมนักเรียนมีคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียง อยู่ในระดับดีมาก และทุกด้านนักเรียนมีคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียง อยู่ในระดับดีมาก โดยสูงสุดคือ ด้านความมีเหตุผลกับด้านการมีความรู้ รองลงมาคือ ด้านการมีคุณธรรม ลำดับต่อมาคือ ด้านความพอประมาณ และด้านการมีภูมิคุ้นกันในตัวที่ดี ตามลำดับ และทุกข้อนักเรียนมีคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียง อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.70 – 4.87

4. การประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียงของนักเรียนในโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดดาวเรือง) เทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ มีดังนี้

4.1 ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียนด้วยรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ พบว่า โดยรวมผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกด้านผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน กับด้านการพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียน รองลงมาคือ ด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์อย่างมีส่วนร่วม ลำดับต่อมาคือ ด้านการให้ความรู้ ตามลำดับ และทุกข้อผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่อการบริหารโรงเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.75 – 4.90

4.2 การประเมินรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการ พบว่า โดยรวมรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด และทุกองค์ประกอบของรูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านการพัฒนาคุณลักษณะของ รองลงมาคือ ด้านหลักการบริหารกับด้านการประเมินผล ลำดับต่อมาคือ ด้านการจัดการเรียนรู้ ต่อมาคือ ด้านความพอใจ และด้านการให้ความรู้ ตามลำดับ และทุกข้อของรูปแบบการส่งเสริม การจัดการเรียนรู้ฯ มีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 4.64 – 4.93

คำสำคัญ รูปแบบการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ , การจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (Constructivist Learning) , การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคุณลักษณะคนดีมีความพอเพียง

โพสต์โดย Krittiporn : [1 มี.ค. 2569 (16:23 น.)]
อ่าน [827] ไอพี : 125.26.158.76
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 20,639 ครั้ง
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน
รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กับฉบับ 2549 เหมือน-ต่างกันตรงไหน

เปิดอ่าน 37,695 ครั้ง
ขั้นตอนการใช้งานระบบลงทะเบียนและติดตามประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา
ขั้นตอนการใช้งานระบบลงทะเบียนและติดตามประเมินผลครูผู้เข้ารับการพัฒนา

เปิดอ่าน 33,774 ครั้ง
มหาลัยล้น ห้องเรียนร้าง วิกฤตอุดมศึกษาไทย
มหาลัยล้น ห้องเรียนร้าง วิกฤตอุดมศึกษาไทย

เปิดอ่าน 14,663 ครั้ง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง
ย่านางแดง พืชน่าสนใจ มีสรรพคุณอย่างไรบ้าง

เปิดอ่าน 22,955 ครั้ง
"ข่าลิง" คืออะไร?
"ข่าลิง" คืออะไร?

เปิดอ่าน 52,311 ครั้ง
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ
ประโยชน์ "คาเฟอีน" ในกาแฟ

เปิดอ่าน 22,853 ครั้ง
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของตัวแปรปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของครูในจังหวัดนค
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของตัวแปรปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของครูในจังหวัดนค

เปิดอ่าน 912 ครั้ง
รู้จักกับ Toyota Yaris Ativ ใหม่ กับ 5 ข้อดีที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อ
รู้จักกับ Toyota Yaris Ativ ใหม่ กับ 5 ข้อดีที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อ

เปิดอ่าน 14,934 ครั้ง
อาหารกับการออกกำลัง
อาหารกับการออกกำลัง

เปิดอ่าน 28,396 ครั้ง
โปรแกรม SnagIt
โปรแกรม SnagIt

เปิดอ่าน 10,026 ครั้ง
ระวัง! ใช้ Wi-Fi ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ เสี่ยงโดนแฮ็ค
ระวัง! ใช้ Wi-Fi ทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ เสี่ยงโดนแฮ็ค

เปิดอ่าน 9,733 ครั้ง
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน
อังกฤษเตรียมเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กเบน" ตามพระนามควีน

เปิดอ่าน 15,726 ครั้ง
กินถั่ววอลนัท ตัดหนทางมะเร็ง
กินถั่ววอลนัท ตัดหนทางมะเร็ง

เปิดอ่าน 12,458 ครั้ง
ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เปิดอ่าน 18,203 ครั้ง
สายตาสั้น
สายตาสั้น

เปิดอ่าน 52,456 ครั้ง
ยาจำพวกซัลฟา
ยาจำพวกซัลฟา
เปิดอ่าน 15,626 ครั้ง
ลายมือมีพลัง
ลายมือมีพลัง
เปิดอ่าน 147,641 ครั้ง
จำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชา
จำนวนครูเกษียณอายุราชการ และความต้องการครู แยกตามสาขาวิชา
เปิดอ่าน 11,472 ครั้ง
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
คู่มือหลักสูตรการพัฒนาฯ ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เปิดอ่าน 16,827 ครั้ง
คำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิต
คำเตือน เมนทอส กับเบียร์ อันตรายถึงชีวิต

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ