ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง

ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง

ผู้วิจัย อดุลย์เดช พาบุ

ปีที่ทำการวิจัย 2567

สถานศึกษา โรงเรียนเลิกแฝกประชาชำรุง สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง 2) ออกแบบและสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง โดยแบ่งการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร และครู โรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ได้มาโดยการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางเครซี่และมอร์แกน จำนวน 201 คน ดำเนินการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ได้โรงเรียน จำนวน 20 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 ออกแบบและสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินรูปแบบ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินรูปแบบ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง กลุ่มเป้าหมาย คือ 1) ครูโรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง จำนวน 14 คน 2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน 3) นักเรียน จำนวน 200 คน 4) ผู้ปกครองนักเรียนเรียนร่วม จำนวน 200 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 4 เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง พบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย อยู่ในระดับมากที่สุด และผลการศึกษาความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย พบว่า การพัฒนานักเรียนที่ส่งเสริมการมีงานทำในอนาคต รองลงมา คือ การปฏิบัติในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงาม และการเป็นพลเมืองที่ดี

2. ผลการออกแบบและสร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการของรูปแบบ 3.1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 3.2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3.3) มีงานทำ มีอาชีพ 3.4) เป็นพลเมืองที่ดี 4) การประเมินผล 5) ปัจจัยความสำเร็จ โดยผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง อยู่ในระดับมากที่สุด

3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง

3.1 ผลการศึกษาความรู้ ความเข้าใจของครูในการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย พบว่า ครูมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง อยู่ในระดับมากที่สุด สามารถจัดระบบการเรียนรู้มุ่งสู่ความเป็นเลิศตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุงได้เป็นอย่างดี

3.2 ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย พบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตนตามพระบรมราโชบาย

3.3 ผลการสังเกตการปฏิบัติตนตามพระบรมราโชบายของนักเรียนโรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง พบว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายสามารถปฏิบัติตนพระบรมราโชบาย อยู่ในระดับมากที่สุด

3.4 ศึกษาความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง พบว่า ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียน และผู้ปกครอง มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน โดยพิจารณาความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ พบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามพระบรมราโชบาย โรงเรียนเลิงแฝกประชาบำรุง มีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และมีความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้มีข้อเสนอแนะได้มีข้อเสนอแนะ ให้พิจารณากำหนดให้มีการบริหารจัดการเชิงรุก กำหนดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ชัดเจน การนำพระบรมราโชบายไปสู่การปฏิบัติทั้งโรงเรียน และระดับชั้นเรียน ขับเคลื่อนโดยการใช้โรงเรียนชุมชนนวัตกรรม ผ่านศูนย์การเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ สร้างผู้นำนักเรียนให้เป็นแกนนำ มีผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการพัฒนานักเรียน โดยได้รับประโยชน์ร่วมกันผ่านกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ มีการตรวจสอบและกำกับติดตามการปฏิบัติ ให้ความรู้และปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารสถานศึกษา, ความเป็นเลิศ, พระบรมราโชบาย

โพสต์โดย อดุลย์เดช พาบุ : [28 ก.พ. 2569 (20:40 น.)]
อ่าน [826] ไอพี : 223.24.171.111
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,773 ครั้ง
"ไดเอ็ตแบบไม่โยโย่" แนะกฎเหล็กลดน้ำหนัก
"ไดเอ็ตแบบไม่โยโย่" แนะกฎเหล็กลดน้ำหนัก

เปิดอ่าน 26,093 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนใหม่ ต.ค.50
บัญชีเงินเดือนใหม่ ต.ค.50

เปิดอ่าน 16,860 ครั้ง
สถิติน่ารู้....นอนกรน
สถิติน่ารู้....นอนกรน

เปิดอ่าน 18,190 ครั้ง
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์
การลำดับรุ่นเครื่องคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 14,427 ครั้ง
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ

เปิดอ่าน 15,565 ครั้ง
"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)
"พ่อแม่รังแกฉัน"(ใครกันจะรังแกลูกได้เท่าพ่อแม่)

เปิดอ่าน 78,913 ครั้ง
กลอนปีใหม่ SMSปีใหม่ กลอนน่ารักๆ
กลอนปีใหม่ SMSปีใหม่ กลอนน่ารักๆ

เปิดอ่าน 14,542 ครั้ง
10 เหตุผลที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา
10 เหตุผลที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา

เปิดอ่าน 17,568 ครั้ง
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน
ชำยอดอ่อนควบแน่น เคล็ดวิชาปราชญ์ชาวบ้าน

เปิดอ่าน 17,644 ครั้ง
หมามุ่ย สมุนไพรสรรพคุณบรรเจิด เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทีเด็ดอยู่ที่เมล็ด
หมามุ่ย สมุนไพรสรรพคุณบรรเจิด เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทีเด็ดอยู่ที่เมล็ด

เปิดอ่าน 17,681 ครั้ง
นวดหน้าลดริ้วรอย
นวดหน้าลดริ้วรอย

เปิดอ่าน 18,018 ครั้ง
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด
กรมแพทย์แผนไทยเผย 6โรคห้ามนวด

เปิดอ่าน 12,225 ครั้ง
"ครูยงยุทธ"พูดชัดๆ การศึกษาไทย แพ้เขมร แพ้ลาว ผมไม่เชื่อ (ไปฟังและดูคลิป)
"ครูยงยุทธ"พูดชัดๆ การศึกษาไทย แพ้เขมร แพ้ลาว ผมไม่เชื่อ (ไปฟังและดูคลิป)

เปิดอ่าน 33,004 ครั้ง
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558

เปิดอ่าน 1,944 ครั้ง
ซื้อขาย มอเตอร์ไซค์กับ ENNXO แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับคนรักมอเตอร์ไซค์
ซื้อขาย มอเตอร์ไซค์กับ ENNXO แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับคนรักมอเตอร์ไซค์

เปิดอ่าน 22,014 ครั้ง
คลิปรวมท่าเต้นสนุกสนานของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ท่านทันเพลงไหนบ้าง
คลิปรวมท่าเต้นสนุกสนานของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ท่านทันเพลงไหนบ้าง
เปิดอ่าน 31,817 ครั้ง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
เปิดอ่าน 12,420 ครั้ง
การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)
การจัดการความรู้ในโรงเรียน (ศน.ชัด บุญญา)
เปิดอ่าน 25,565 ครั้ง
นโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
นโยบายและมาตรฐานการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
เปิดอ่าน 10,977 ครั้ง
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน
ผลิต ใช้ และพัฒนาครูอย่างไร จึงจะนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพผู้เรียน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ