ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา
ผู้วิจัย นางกานต์ญาดา ขุนเดช
โรงเรียน โรงเรียนสีชมพูศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น
ปี พ.ศ. 2567
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรทางการศึกษา ด้านการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 2) เพื่อพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 4) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยระยะที่ 1 คือ ผู้บริหารและครูผู้สอน รวมทั้งสิ้นจำนวน 99 คน ระยะที่ 2 ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ระยะที่ 3 ประกอบด้วย ครูผู้สอน จำนวน 95 คน ระยะที่ 4 บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนสีชมพูศึกษา จำนวน 154 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การสอบถาม การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์เอกสาร การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติการบรรยาย ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ สถิติอนุมาน ได้แก่ การทดสอบด้วยค่าที ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัย พบว่า
ตอนที่ 1 การศึกษาสภาพการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรทางการศึกษา ด้านการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา
1. ผลการศึกษาสภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า สภาพชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ดำเนินการต่อเนื่องของโรงเรียนสีชมพูศึกษา มีการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างต่อเนื่องในเรื่องมีการสนทนาเพื่อสะท้อนผล ที่ดำเนินการไม่ต่อเนื่อง พบว่า มีการดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning มีการจัดเก็บผลการประเมินชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
2. ผลการศึกษาความต้องการในการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย พบว่า บุคลากรโรงเรียนสีชมพูศึกษา มีความต้องการดังนี้ 1) เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 2) เทคนิคการวัดผลประเมินผลจากสภาพจริง 3) เทคนิคการสอนการจัดการเรียนรู้แบบทบทวนโดยผู้เรียน (Student-led review sessions) 4) การใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้ 5) เทคนิคการสอนแบบโครงงาน (Project Based Learning) 6) การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์การให้คะแนน 7) เทคนิคการเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด (Think-Pair-Share) 8) เทคนิคการสอนการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) 9) เทคนิคการสอนที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 10) การพัฒนาสมรรถนะการออกแบบการเรียนรู Active Learning 11) กระบวนการ Lesson Study 3 ขั้นตอน คือ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ และการตรวจสอบ 12) เทคนิคการสอนการจัดการเรียนรู้ผ่านโครงงาน (Project-based Learning) ตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา
รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา มีชื่อว่าTSDL Model ประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้ และขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การทบทวนสภาพปัจจุบัน (Taking Stock) 2) การกำหนดเป้าหมายร่วม (Setting Goals) 3) การพัฒนากลยุทธ์ผ่านกระบวนการ PLCConsulting จำนวน 2 วงรอบ ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากรในหลายลักษณะ (facets of empowerment evaluation) คือ การฝึกอบรม (training) การอำนวยความสะดวก (facilitation) การได้รับการสนับสนุน (advocacy) การสร้างความกระจ่าง (illumination)
การมีเสรีภาพในการกำหนดอนาคตของตนเอง (liberation) และ 4) การบันทึกและสะท้อนความก้าวหน้า Learning Progress (Documenting)
ตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา
3.1 การรับรู้ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า การรับรู้ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.2 เจตคติต่อชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ก่อนและหลังการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า มีค่าเฉลี่ยเจตคติต่อชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.3 พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาทุกข้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ตอนที่ 4 การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โรงเรียนสีชมพูศึกษา
1. การประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ มีความเหมาะสม มีความถูกต้อง และมีความพึงพอใจต่อกระบวนการพัฒนาเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และบทบาทของผู้วิจัยในระดับมาก
2. ประสิทธิผลที่เกิดจากการพัฒนารูปแบบการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
2.1 สมรรถนะด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning พบว่า ครั้งที่ 1 - 5 ครูผู้สอนมีพัฒนาการในด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแบบ Active Learning หลังการใช้รูปแบบโรงเรียนชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สูงขึ้น โดยเมื่อพิจารณาสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ขั้นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแบบ Active Learning ที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ขั้นเตรียมการ รองลงมาคือ ขั้นสอน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากัน รองลงมาขั้นทำกิจกรรมกลุ่มมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากัน ขั้นสรุปบทเรียนและประเมินผลการทำงานกลุ่ม และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ขั้นวิเคราะห์ตรวจสอบผลงานและทดสอบ
2.2 คุณลักษณะบุคคลแห่งการเรียนรู้ผลการประเมินคุณลักษณะบุคคลแห่งการเรียนรู้ จากการสังเกต 5 ครั้ง พบว่า มีผลการประเมินพฤติกรรมของครูแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นตามลำดับ
2.3 ประสิทธิผลที่เกิดจากการพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การประเมินความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของผู้เรียน พบว่า พัฒนาการความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของผู้เรียนโดยภาพรวมมีพัฒนาการในการจัดการเรียนรู้ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยของความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของผู้เรียนสูงที่สุด คือ ความสามารถด้านการคิดวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบ รองลงมาคือด้านความเชื่อมั่นกล้าตัดสินใจ ด้านความสามารถสร้างชิ้นงานโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้อื่นและสังคมรอบข้าง มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ปัญหาถึงสาเหตุและวิธีแก้ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยของพัฒนาการสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ต่ำที่สุดคือความสามารถด้านการออกแบบสร้างสรรค์ชิ้นงาน ตามลำดับ