ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การประเมินโครงการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา

ชื่อผลงานทางวิชาการ รายงานการประเมินโครงการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา

ชื่อผู้เสนอผลงาน นางกานต์ญาดา ขุนเดช

สถานศึกษา โรงเรียนสีชมพูศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

ปีที่รายงาน 2567

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อประเมินบริบท (Context) ของโครงการ 2) เพื่อประเมินปัจจัยนำเข้า (Input) ของโครงการ 3) เพื่อประเมินกระบวนการดำเนินงาน (Process) 4) เพื่อประเมินผลผลิต (Product) (1) ผลผลิตด้านครู ได้แก่ ความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project - Based Learning: PBL) ความสามารถในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานที่บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความสามารถในการบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน (2) ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน ได้แก่ ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน (ประเมินโดยครู) ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน (ประเมินโดยผู้เรียน) (3) ระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อโครงการ 5) เพื่อพัฒนาแนวทางการพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการประเมิน ครั้งนี้ จำนวน 756 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) ผู้บริหารและครู โรงเรียนสีชมพูศึกษา จำนวน 99 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้บริหาร 4 คน ครูผู้สอน 95 คน นักเรียนโรงเรียนสีชมพูศึกษา ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น โดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgan (1970) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 322คน ผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 320 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสีชมพูศึกษา จำนวน 15 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจง 3) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ ได้แก่ (1) ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 4 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (2) ครูผู้สอน จำนวน 10 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (3) ผู้ปกครอง จำนวน 10 คน เป็นผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง (4) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 10 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการประเมินโครงการ พบว่า

1. ด้านบริบทหรือสภาพแวดล้อม พบว่า ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูด้านบริบทของโครงการ โดยภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณา รายข้อ พบว่า ทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับเหมาะสมมากถึงมากที่สุด โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โครงการตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน รองลงมา คือ โครงการมีความสอดคล้องกับปัญหาและสภาพจริงของโรงเรียน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ โครงการมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาศักยภาพครู ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

2.ด้านปัจจัยนำเข้า เกี่ยวกับด้านบุคลากร ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านงบประมาณและด้านการบริหารจัดการตามโครงการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา โดยภาพรวมมีความเหมาะสมเพียงพออยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับ คือ ด้านวัสดุ อุปกรณ์ โรงเรียนมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเชื่อมโยง ครอบคลุมพื้นที่โรงเรียน ด้านงบประมาณ พบว่า มีการจัดงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน ด้านการบริหารจัดการ พบว่า โรงเรียนจัดระบบบริหารที่ภายในที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน และด้านบุคลากร พบว่า ครูได้เข้าร่วมประชุม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงานที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมาประยุกต์ใช้ ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

3.ด้านกระบวนการ เกี่ยวกับการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนสีชมพูศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับกิจกรรมปฏิบัติงานด้านกระบวนการ โดยภาพรวม พบว่า มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับข้อที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออก ร่วมคิดร่วมปฏิบัติตามความสนใจของผู้เรียน รองลงมาคือ ประเมินความก้าวหน้าของโครงการจากแบบประเมินต่าง ๆ ของกิจกรรมที่จัดและเตรียมเนื้อหาการสอนที่บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมกระบวนการคิด ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้สากลผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4. ด้านผลผลิต

4.1 ผลผลิตด้านครู พบว่า

4.1.1 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning: PBL) โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนมากทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ขั้นที่ 2 การวางแผนและออกแบบการศึกษาค้นคว้า กำหนดระยะเวลาเหมาะสมกับกิจกรรม รองลงมา คือ ขั้นที่ 5 การประเมินผล เปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเองและเพื่อน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ขั้นที่ 1 การสำรวจและกำหนดปัญหาตั้งคำถามหลัก (Driving Question) ชัดเจนและท้าทาย ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4.1.2 ความสามารถในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานที่บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนมากทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ แผนการสอนมีความครบถ้วน ชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้จริงได้รองลงมา คือ วิเคราะห์มาตรฐาน/ตัวชี้วัด และกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้สอดคล้องกับโครงงาน บูรณาการเงื่อนไขความรู้และคุณธรรมไว้ในกิจกรรมโครงงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4.1.3 ความสามารถในการบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนมากทุกข้อ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุดโดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านหลัก “พอประมาณ” ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รองลงมา คือ ด้านหลัก “มีภูมิคุ้มกัน” ส่งเสริมการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านหลัก “มีเหตุผล” สนับสนุนการคิดวิเคราะห์ก่อนสรุปผล ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4.2 ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนจากการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

4.2.1 ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน (ประเมินโดยครู) พบว่า โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนมากทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผลลัพธ์ด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL) ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม รองลงมา คือ ผลลัพธ์ด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความพอประมาณ ผู้เรียนวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างพอเหมาะ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ เงื่อนไขความรู้ ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติได้ ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4.2.2 ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน (ประเมินโดยผู้เรียน) โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ผลลัพธ์ด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL) ข้าพเจ้าปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง รองลงมา คือ ผลลัพธ์ด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านความพอประมาณ ข้าพเจ้าวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ผลลัพธ์ด้านการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (PBL) ข้าพเจ้าวิเคราะห์และสรุปข้อมูลได้อย่างมีเหตุผล ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

4.3 ระดับความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อโครงการ โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความพึงพอใจต่อผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ รองลงมา คือ ความพึงพอใจต่อผลกระทบของโครงการโครงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับโรงเรียน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ผู้เรียนมีความรับผิดชอบและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกรายการ

5. แนวทางพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสีชมพูศึกษา

5.1 พัฒนาระบบการประเมินแบบมีส่วนร่วม (Participatory Evaluation) เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการสะท้อนผลและกำหนดทิศทางพัฒนา เพื่อให้การประเมินเป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันทั้งองค์กร

5.2 บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในตัวชี้วัดการประเมิน

กำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อน “ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน” ควบคู่กับเงื่อนไขความรู้และคุณธรรม ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช เพื่อให้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานมีรากฐานทางคุณค่าอย่างชัดเจน

5.3 พัฒนาศักยภาพครูด้านการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Development)

ส่งเสริมให้ครูใช้การประเมินเพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ระหว่างดำเนินโครงการ ไม่ใช่เพียงประเมินผลลัพธ์ปลายทาง

5.4 ใช้ข้อมูลหลายแหล่ง (Multiple Data Sources) การประเมินควรอาศัยข้อมูลจากแบบสอบถาม การสังเกต การสัมภาษณ์ และผลงานผู้เรียน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการประเมินเชิงระบบของ Daniel L. Stufflebeam

5.5 พัฒนาระบบติดตามผลระยะยาว (Follow-up Evaluation) ควรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบความยั่งยืนของการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับครูและผู้เรียน

โพสต์โดย กานต์ญาดา : [27 ก.พ. 2569 (00:14 น.)]
อ่าน [36] ไอพี : 184.82.171.211
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 42,716 ครั้ง
คำแนะนำสำหรับนักเรียน และ ครูผู้สอน ในการสอบ O-NET วิชาภาษาไทย รูปแบบข้อสอบอัตนัย
คำแนะนำสำหรับนักเรียน และ ครูผู้สอน ในการสอบ O-NET วิชาภาษาไทย รูปแบบข้อสอบอัตนัย

เปิดอ่าน 15,332 ครั้ง
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s
เทคนิคการจัดการชั้นเรียนด้วยโมเดล 3 C"s

เปิดอ่าน 27,337 ครั้ง
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?
ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้ธูปกี่ดอกกันบ้าง?

เปิดอ่าน 13,124 ครั้ง
โลหิต ที่ควรทราบ
โลหิต ที่ควรทราบ

เปิดอ่าน 17,795 ครั้ง
ปรับสมดุลโต๊ะทำงาน ตามราศี
ปรับสมดุลโต๊ะทำงาน ตามราศี

เปิดอ่าน 22,766 ครั้ง
"ข่าลิง" คืออะไร?
"ข่าลิง" คืออะไร?

เปิดอ่าน 8,555 ครั้ง
เปิด 10 ธุรกิจเด่นปี59 สุขภาพและความงามยังครองแชมป์
เปิด 10 ธุรกิจเด่นปี59 สุขภาพและความงามยังครองแชมป์

เปิดอ่าน 15,942 ครั้ง
มะขาม มีประโยชน์ต่อผิวและร่างกายของเราอย่างไร?
มะขาม มีประโยชน์ต่อผิวและร่างกายของเราอย่างไร?

เปิดอ่าน 74,589 ครั้ง
วิธีสะเดาะเคราะห์ (ด้วยตัวเอง)
วิธีสะเดาะเคราะห์ (ด้วยตัวเอง)

เปิดอ่าน 16,051 ครั้ง
ออกรถใหม่...วันไหนดี?
ออกรถใหม่...วันไหนดี?

เปิดอ่าน 16,506 ครั้ง
ประโยชน์ของ "กล้วยหอมทอง" ที่มีต่อสุขภาพ
ประโยชน์ของ "กล้วยหอมทอง" ที่มีต่อสุขภาพ

เปิดอ่าน 52,384 ครั้ง
การศึกษาไทย...ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
การศึกษาไทย...ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง

เปิดอ่าน 19,429 ครั้ง
จริงหรือ? "น้ำ" แก้ปวดหัวได้
จริงหรือ? "น้ำ" แก้ปวดหัวได้

เปิดอ่าน 20,496 ครั้ง
สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ
สูตรการจัดทำเกณฑ์ความสำเร็จ

เปิดอ่าน 9,898 ครั้ง
มารู้จักวิธีป้องสิวกันดีกว่า
มารู้จักวิธีป้องสิวกันดีกว่า

เปิดอ่าน 21,970 ครั้ง
ฟินแลนด์ vs ไทย อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จทางการศึกษา
ฟินแลนด์ vs ไทย อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จทางการศึกษา
เปิดอ่าน 26,630 ครั้ง
รวมประกาศเกี่ยวกับการศึกษา
รวมประกาศเกี่ยวกับการศึกษา
เปิดอ่าน 16,337 ครั้ง
ที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เอง
ที่แท้ ซีอิ๊ว ก็มีต้นกำเนิดจากน้ำปลาบ้านเรานี่เอง
เปิดอ่าน 11,142 ครั้ง
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
รู้เรา รู้ใคร... จากนิสัยท่องเที่ยว
เปิดอ่าน 29,462 ครั้ง
ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)
ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา (2553)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ