ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน
ผู้วิจัย นายสมจิตร ดำริห์
สังกัด โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ กองการศึกษา เทศบาลเมืองวารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี
ปีที่วิจัย 2568
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญสู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม 2) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการ 4 ระยะ ระยะที่ 1 เก็บข้อมูลจากผู้บริหาร 4 คน หัวหน้าสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 16 จำนวน 6 คน และครู/บุคลากร 40 คน รวม 50 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแบบสอบถามมาตราส่วน 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง ระยะที่ 2 สังเคราะห์และพัฒนารูปแบบภายใต้กรอบ INNOVATESchool Model และรับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คนด้วยการสนทนากลุ่ม ระยะที่ 3 ทดลองใช้กับผู้บริหาร 4 คน ครูระดับประถมศึกษาปีที่ 46 จำนวน 16 คน และนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 46 จำนวน 150 คน ระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ผู้บริหาร 4 คน และบุคลากร 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม รูปแบบการบริหารสถานศึกษา และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญสู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม พบว่า โรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญมีความจำเป็นต้องพัฒนาการบริหารสถานศึกษาให้มีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านภาวะผู้นำของผู้บริหาร การพัฒนาครู การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีอย่างมีความหมาย และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ครูและผู้บริหารมีความต้องการรูปแบบการบริหารที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนเทศบาล
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญ สู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน พบว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้นมีโครงสร้างและองค์ประกอบที่ชัดเจน ครอบคลุมการบริหารและการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ INNOVATESchool Model เป็นกรอบแนวคิดหลัก ซึ่งประกอบด้วย 8 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การจัดการเรียนรู้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เครือข่ายความร่วมมือ ภาวะผู้นำเชิงการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมและระบบที่ยืดหยุ่น การประเมินเพื่อพัฒนา การใช้เทคโนโลยีอย่างมีความหมาย และการมีส่วนร่วม รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนเทศบาล และสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนโรงเรียนสู่ความเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรมได้อย่างเป็นระบบ
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านสุขสำราญสู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน พบว่า รูปแบบสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง ผู้บริหารมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ครูและบุคลากรมีการปรับแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการมีส่วนร่วมภายในองค์กร ส่งผลให้การบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนมีทิศทางที่ชัดเจน เป็นระบบ และเอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
4. ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา โรงเทศบาลบ้านสุขสำราญสู่โรงเรียนแห่งนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูและผู้เรียน โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (X-bar = 4.65, S.D. = 0.48) ส่วนความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก ( X-bar = 4.40, S.D. = 0.51)