ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ : การเรียนรู้แบบองค์รวม โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ :

การเรียนรู้แบบองค์รวม โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี

ชื่อผู้วิจัย นายวัฉระย์ เชื้อพันธ์

ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

สถานศึกษา โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่ศึกษา 2567

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง “การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ : การเรียนรู้แบบองค์รวม โรงเรียนตระกาศประชาสามัคคี” เป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้เชิงระบบตามมาตรฐานตำแหน่งวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญของ ก.ค.ศ. โดยผู้วิจัยทำหน้าที่เป็นผู้นำทางวิชาการ (Academic Leader) ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปหลักสูตรทั้งระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์นโยบายระดับชาติ การกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ การออกแบบนวัตกรรมหลักสูตร การพัฒนาครูผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ตลอดจนการกำกับ ติดตาม และประเมินผลด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตร (2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร (3) ทดลองใช้หลักสูตร และ (4) ประเมินประสิทธิผลและผลกระทบของหลักสูตร ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ระยะพัฒนาหลักสูตร ระยะทดลองใช้ และระยะประเมินและปรับปรุงหลักสูตร โดยบูรณาการผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (DOE) และกรอบยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่ SISAKET ASTECS สู่การกำหนดสมรรถนะหลักและสมรรถนะย่อยของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิด Holistic Education และ Active Learning

ผู้วิจัยได้แสดงภาวะผู้นำทางวิชาการผ่านการออกแบบโครงสร้างหลักสูตรที่มีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Alignment) ระหว่างมาตรฐานชาติ–บริบทพื้นที่–การจัดการเรียนรู้–ผลลัพธ์ผู้เรียน พร้อมทั้งพัฒนาระบบประเมินฐานสมรรถนะที่มีความเที่ยงตรง ตรวจสอบได้ และใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data-Driven Decision Making) อันก่อให้เกิดวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) ภายในสถานศึกษา

ผลการวิจัยพบว่า ด้านการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด (PNIModified = 0.46) รองลงมาคือระบบการวัดและประเมินผล (0.41) ซึ่งสะท้อนช่องว่างเชิงโครงสร้างระหว่างกรอบสมรรถนะที่กำหนดไว้กับการปฏิบัติจริงในห้องเรียนอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ แม้สถานศึกษาจะมีทิศทางเชิงนโยบายที่ชัดเจน แต่กระบวนการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างภาระงานเชิงประจักษ์ และการใช้เครื่องมือประเมินเชิงสมรรถนะยังต้องการการยกระดับให้มีความสอดคล้องเชิงระบบมากยิ่งขึ้น ภายหลังการพัฒนาและทดลองใช้หลักสูตร พบว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมาก และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและระดับสมรรถนะสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเมื่อคำนวณขนาดอิทธิพล (Effect Size: Cohen’s d) พบว่ามีค่าอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงความแตกต่างเชิงสถิติ (Statistical Significance) หากแต่มีนัยสำคัญเชิงปฏิบัติ (Practical Significance) ต่อพัฒนาการของผู้เรียนอย่างแท้จริง กล่าวคือ ผู้เรียนมีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมีความหมายในบริบทการเรียนรู้จริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนเฉลี่ยเท่านั้น

ในเชิงคุณภาพ ผู้เรียนแสดงพัฒนาการชัดเจนในมิติการคิดวิเคราะห์เชิงลึก (Higher-Order Thinking) การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาจริงของชุมชน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับกรอบ DOE ในมิติ “ผู้เรียนรู้ (Learner Person)” และ “ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-Creator)” ขณะเดียวกัน การออกแบบโครงงานเชิงพื้นที่ด้านเกษตรอินทรีย์ ผู้ประกอบการนวัตกรรม และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น สอดคล้องกับกรอบ SISAKET ASTECS โดยเฉพาะด้าน Organic Agriculture, Innovative Entrepreneur และ Culture Diversity สะท้อนการแปลงยุทธศาสตร์จังหวัดสู่ผลลัพธ์ผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม

การประเมินจากแฟ้มสะสมงานและรูบริกเชิงพฤติกรรมยังยืนยันความก้าวหน้าของผู้เรียนในระดับกระบวนการคิด เจตคติ และความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะพลเมืองเชิงรุก (Active Citizen) ซึ่งตรงกับกรอบ DOE มิติ “พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen)” นอกจากนี้ ผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับมาก โดยให้เหตุผลว่าหลักสูตรดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนของเป้าหมายการเรียนรู้ เพิ่มความเป็นเอกภาพในการทำงานของครู และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมองค์กรไปสู่การมุ่งเน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง

ในมิติผลกระทบเชิงนโยบาย (Policy Impact) ผลงานนี้ทำหน้าที่เป็นต้นแบบการแปลงนโยบายสาธารณะสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงมาตรฐานการศึกษาของชาติ พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และยุทธศาสตร์จังหวัด สู่การบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่ตรวจสอบผลลัพธ์ได้ เกิดรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะเชิงพื้นที่ (Area-Based Competency Curriculum Model) ที่สามารถถอดบทเรียน ขยายผล และประยุกต์ใช้ในโรงเรียนขนาดเล็กของจังหวัดศรีสะเกษ และมีศักยภาพต่อการเผยแพร่ในระดับเขตพื้นที่และระดับประเทศ

ในมิติความยั่งยืน ผลงานได้วางระบบกลไกการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ระบบ PLC ระบบนิเทศภายในเชิงโค้ช (Coaching-Based Supervision) และวงจรการปรับปรุงคุณภาพ (Continuous Improvement Cycle) ทำให้การพัฒนาหลักสูตรมิใช่โครงการระยะสั้น หากแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ขององค์กร (Learning Organization) ที่สามารถดำรงอยู่และพัฒนาได้ด้วยตนเองในระยะยาว

ในมิติคุณค่าทางวิชาการและการยอมรับระดับวิชาชีพ ผลงานนี้มีลักษณะเป็นนวัตกรรมเชิงระบบที่มีฐานทฤษฎีรองรับชัดเจน มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันประสิทธิผล และสะท้อนความสามารถของผู้วิจัยในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ทางการศึกษา สามารถใช้เป็นองค์ความรู้ต้นแบบ (Best Practice) สำหรับการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ การออกแบบระบบประเมินเชิงสมรรถนะ และการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาในบริบทพื้นที่นวัตกรรม อันสอดคล้องกับคุณลักษณะและมาตรฐานตำแหน่งวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญตามเกณฑ์ ก.ค.ศ.

สรุปได้ว่า ผลงานวิจัยนี้สะท้อนทั้งความเชี่ยวชาญเชิงวิชาการ ภาวะผู้นำทางวิชาการ และศักยภาพในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงระบบ สามารถสร้างผลกระทบต่อผู้เรียน สถานศึกษา จังหวัด และมีศักยภาพต่อการขยายผลในระดับประเทศอย่างยั่งยืน

คำสำคัญ: หลักสูตรฐานสมรรถนะ, Academic Leadership, Policy Impact, ความยั่งยืนทางการศึกษา, วิทยฐานะเชี่ยวชาญ

โพสต์โดย วัฉระย์ : [25 ก.พ. 2569 (08:26 น.)]
อ่าน [44] ไอพี : 118.172.151.192
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,687 ครั้ง
การออกกำลังกายเพิ่มภูมิต้านทานความเครียดให้กับสมอง
การออกกำลังกายเพิ่มภูมิต้านทานความเครียดให้กับสมอง

เปิดอ่าน 16,233 ครั้ง
ความลับของการเลี้ยงลูก พ่อแม่ยุคนี้ ช่วยสละเวลาสัก 2 นาที อ่านหน่อยเถอะ
ความลับของการเลี้ยงลูก พ่อแม่ยุคนี้ ช่วยสละเวลาสัก 2 นาที อ่านหน่อยเถอะ

เปิดอ่าน 11,389 ครั้ง
สงสัยกินเต้าหู้ทำสมองคนแก่เสื่อม พบมากในผู้สูง อายุวัยเหยียบ 70
สงสัยกินเต้าหู้ทำสมองคนแก่เสื่อม พบมากในผู้สูง อายุวัยเหยียบ 70

เปิดอ่าน 778 ครั้ง
ประโยชน์ของถั่วลันเตา
ประโยชน์ของถั่วลันเตา

เปิดอ่าน 16,676 ครั้ง
ผู้อยู่ลำดับสี่ในตารางสัมภาษณ์งาน มีโอกาสได้งานทำมากที่สุด ผลการวิจัยบอก
ผู้อยู่ลำดับสี่ในตารางสัมภาษณ์งาน มีโอกาสได้งานทำมากที่สุด ผลการวิจัยบอก

เปิดอ่าน 90,805 ครั้ง
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ
ที่มาของชื่อเดือนทั้ง 12 เดือนในภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 105,787 ครั้ง
ทำไมหิงห้อยจึงมีแสง
ทำไมหิงห้อยจึงมีแสง

เปิดอ่าน 10,225 ครั้ง
อีกแง่มุมที่แฝงอยู่ในสถานะราชาเพลงป็อประดับโลกของ "ไมเคิล แจ๊กสัน"
อีกแง่มุมที่แฝงอยู่ในสถานะราชาเพลงป็อประดับโลกของ "ไมเคิล แจ๊กสัน"

เปิดอ่าน 21,475 ครั้ง
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ
เริ่มแล้ว! กล้องไฮเทค จับผิด 30 แยกทั่วกรุงเทพฯ

เปิดอ่าน 16,751 ครั้ง
ภาพหาชมยาก! "ลูกเพียงพอน" ขี่หลัง "นกหัวขวาน"
ภาพหาชมยาก! "ลูกเพียงพอน" ขี่หลัง "นกหัวขวาน"

เปิดอ่าน 23,476 ครั้ง
 ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์
ปิดเทอมนี้ให้ลูกวัยรุ่นทำอะไรดีนะ/ดร.แพง ชินพงศ์

เปิดอ่าน 18,155 ครั้ง
ตายเยอะแม้ป้องกันได้ มะเร็งปากมดลูก
ตายเยอะแม้ป้องกันได้ มะเร็งปากมดลูก

เปิดอ่าน 18,192 ครั้ง
มนุษย์เป็นพวกกับลิงอุรังอุตัง ยิ่งกว่าเป็นกับลิงชิมแปนซีและกอริลลา
มนุษย์เป็นพวกกับลิงอุรังอุตัง ยิ่งกว่าเป็นกับลิงชิมแปนซีและกอริลลา

เปิดอ่าน 73,297 ครั้ง
จรรยาบรรณครู
จรรยาบรรณครู

เปิดอ่าน 37,105 ครั้ง
ขนาดของหน่วยความจำและขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด
ขนาดของหน่วยความจำและขนาดของภาพเมื่อนำไปอัด

เปิดอ่าน 43,430 ครั้ง
ทำไม สัญลักษณ์โอลิมปิก ต้องเป็นรูปวงกลม 5 ห่วง
ทำไม สัญลักษณ์โอลิมปิก ต้องเป็นรูปวงกลม 5 ห่วง
เปิดอ่าน 13,982 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
เปิดอ่าน 16,393 ครั้ง
เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?
เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?
เปิดอ่าน 26,118 ครั้ง
4 ข้อควรทำคลายบาดเจ็บจากกีฬา
4 ข้อควรทำคลายบาดเจ็บจากกีฬา
เปิดอ่าน 31,083 ครั้ง
หลัก 10 ประการ ช่วยให้นอนหลับ
หลัก 10 ประการ ช่วยให้นอนหลับ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ