ชื่อวิจัย : การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและ
ชุมชนเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคมของนักเรียนของโรงเรียนคำยางพิทยาคม
ชื่อผู้วิจัย : นายสิริวัฒน์ พงษ์สระพัง
สถานศึกษา : โรงเรียนคำยางพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
ปีที่รายงาน : 2568
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) มีวัตถุประสงค์ (1)ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน (2)พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชนเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคมของนักเรียน (3)ทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น และ (4)ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารสถานศึกษาให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และคณะกรรมการสถานศึกษา รวมจำนวน 106 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย (1)แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ (2)แบบวัดทักษะทางสังคมของนักเรียน (3)แบบประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบ และ(4)แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) และตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยแบบวัดทักษะทางสังคมมีค่าความเชื่อมั่นตามสูตรคูเดอร์ริชาร์ดสัน (KR-20) อยู่ในระดับสูง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) และร้อยละ การทดสอบค่าที (t-test) สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่มีความสัมพันธ์กัน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1)ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน เพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคมของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคมโดยภาพรวมอยู่ในระดับ ปานกลางถึงมาก โดยปัญหาสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชนที่ยังไม่ต่อเนื่อง การประสานงานและกระบวนการบริหารยังไม่เป็นระบบ และการจัดการเรียนรู้ที่ยังใช้บริบทชุมชนได้ไม่เต็มศักยภาพ ขณะที่ความต้องการในการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด ( = 4.55, S.D. = 0.56)
2)ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชนเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคมของนักเรียน มีผลการประเมินรูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมโดยภาพรวมอยู่ในระดับ ( = 4.62, S.D. = 0.52)
3)ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index : E.I.) ของการพัฒนาทักษะทางสังคมของนักเรียนโรงเรียนคำยางพิทยาคมจากการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาไปใช้ มีค่าเท่ากับ 0.86 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทักษะทางสังคมของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 86 และ คะแนนทักษะทางสังคมของนักเรียนหลังการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สะท้อนว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถเสริมสร้างทักษะทางสังคมของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิผล นอกจากนี้ ผลการประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.61, S.D. = 0.53)และความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.54)
4)ผลการประเมินและข้อมูลสะท้อนกลับถูกนำมาปรับปรุงรายละเอียดด้านขั้นตอนการดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบทำให้รูปแบบมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง และเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้หรือขยายผลในสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้