บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม ที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม ที่ลงทะเบียนเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 16 คน ประกอบด้วย นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า ความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนออนไลน์วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ทั้ง 6 (ด้าน ที่พบ ดังนี้)
1. ด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการ เพื่อให้รู้จักการเข้าสังคมได้มิตรภาพ ( x =4.20) รองลงมาคือ เพื่อสร้างเสริมบุคลิกภาพ ( x =4.16) และเพื่อพัฒนาทักษะการเต้นลีลาศ ( x =4.09)
2. ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการครูที่ดูแลเอาใจใส่ให้ความสนใจต่อนิสิต ( x =4.50) รองลงมาคือ มีวิธีการ หรือเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่ายสนุกสนาน ( x =4.48) และมีบุคลิกภาพดี ( x =4.46)
3. ด้านเนื้อหาวิชา พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการเรียนพื้นฐานการลีลาศเบื้องต้นทุกจังหวะ และพื้นฐานการลีลาศเบื้องต้นที่นิยมทั่วไป ( x =4.26) รองลงมาคือ ทักษะการฟังจังหวะดนตรี ( x =4.11) และคุณสมบัติผู้เต้นลีลาศที่ดี( x =3.93)
4. ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการห้องเรียนมีแสงสว่างเพียงพอ ( x =4.49) รองลงมาคือ ควรมีห้องขนาดใหญ่ พร้อมกระจกที่สามารถมองการปฏิบัติได้อย่างเพียงพอ ( x =4.48) และห้องเรียนมีความสะอาดปราศจากกลิ่น ( x =4.37)
5. ด้านวิธีการสอนพบว่า อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความต้องการ สอนโดยใช้VCD, CD ประกอบการสอนโดยครูเป็นผู้นำ( x =3.50) รองลงมาคือ สอนเต้นก่อนจนสามารถทำได้แล้วค่อยสอนฟังดนตรี( x =3.49) และสอนจากส่วนย่อยก่อนแล้วไปส่วนรวม ( x =3.40)
6. ด้านการวัดและประเมินผล พบว่า อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการ ให้มีแบบประเมินที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้( x =4.32) รองลงมาคือ ควรพิจารณาการเข้าชั้นเรียน( x =4.18) และควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และต้องการให้มีการสอบแก้ตัวได้อย่างน้อย 2 ครั้ง( x =4.14) คำสำคัญ: ความต้องการ / นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม / จัดการเรียนการสอนลีลาศในวิชาลีลาศเพื่อพัฒนาสุขภาพและบุคลิกภาพ
นายไกรวิทย์ บุระพา
บทนำ
การเรียนการสอนในวิทยาลัยต่างๆ ทุกระดับนั้น มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ คือ การดำเนินการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ บรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้องการ โดยเฉพาะการเรียนวิชาต่างๆ ในชั้นเรียน ซึ่งแต่ละชั้นหรือห้องมีนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่มีความแตกต่างกัน มีความรู้สึกนึกคิดแตกต่างกัน ทำอย่างไรที่จะสนองความต้องการในการเรียนให้แต่ละบุคคลบรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้องการ ซึ่งมีหลายวิธีการโดยเฉพาะวิธีการที่เป็นที่นิยม ตรงกับจุดมุ่งหมาย สามารถนำไปใช้ได้ดี และตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด คือ การวิจัยในชั้นเรียน เป็นการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ค้นคว้าเพื่อสร้างความรู้ใหม่ทางการศึกษาหรือสิ่งประดิษฐ์ทางการศึกษา การสร้างความรู้ใหม่ทางการศึกษา เช่น วิธีการสอน เทคนิคการสอน รูปแบบการสอนใหม่หลักการสอนใหม่ ทฤษฎีการศึกษาใหม่ ส่วนสิ่งประดิษฐ์ใหม่ทางการศึกษาคือสื่อการเรียนการสอน เช่น ชุด การเรียน แบบฝึกหัด โปรแกรมการเรียน ความรู้และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ได้จากการวิจัย ผ่านการตรวจสอบอย่างมีระบบ ผลการวิจัยในชั้นเรียนมีประโยชน์คือ ใช้ผลการค้นพบเป็นแนวทางนำไปจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมาย ดังนั้นกิจกรรมวิจัยในชั้นเรียนจึงต้องควบคู่ไปกับกิจกรรมการเรียนการสอนอันมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน และพัฒนาการเรียนการสอน เพราะการทำวิจัยใน ชั้นเรียน (Classroom Action Research: CAR) เป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบแสวงหาความรู้ที่เป็นความจริงที่เชื่อถือได้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียน และนำผลมาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน โดยสามารถนำผลที่ได้มาเป็นข้อมูลย้อนกลับในการพิจารณา เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป วิทยาลัยการอาชีพนครปฐมเป็นวิทยาลัยหนึ่งที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นิสิตได้เห็นความสำคัญของวิชาลีลาศเพื่อพัฒนาสุขภาพและบุคลิกภาพ จึงได้มีการกำหนดให้นักเรียนนักศึกษาทุกคนได้เลือกเรียนกิจกรรมการออกกำลังกายตามความต้องการโดยกำหนดไว้ในหลักสูตรเป็นจำนวน 1 หน่วยกิต ซึ่งวิชาที่เลือกเรียนคือ วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต มีการเรียนการสอนทุกเทอม แต่ละเทอมมีจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนประมาณ 16 คน รวมมีนักศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต เป็นวิชาหนึ่งที่มีความสำคัญมีจุดมุ่งหมายหลายประการ คือ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักหลักเบื้องต้นของวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตเข้าใจความมุ่งหมาย เห็นประโยชน์ของการ เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดีในการลีลาศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสังคม มีมนุษย์สัมพันธ์ที่และเพื่อให้นักศึกษาได้นำไปใช้เป็นวิธีการออกกำลังกายทำให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง คลายเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และเพื่อให้รู้จักมารยาทต่างๆ ในการเข้าสังคมตั้งแต่เปิดให้มีการเรียนการสอนในวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ยังไม่พบผู้ใดทำการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนา การเรียนการสอนในวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ผู้วิจัยในฐานะผู้รับผิดชอบ ให้กับนักศึกษาเห็นความสำคัญและความจำเป็น ในการทำวิจัยในชั้นเรียน เนื่องจากนักศึกษาปัจจุบันมีความแตกต่างจากเดิมอย่างมากทั้งในเรื่องของความคิด ทัศนคติ และความต้องการซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจการทำวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง ความต้องการของนักศึกษาที่เรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต เพื่อนำผลการวิจัยไปปรับปรุงการเรียนการสอนให้ตรงกับความต้องการของนักศึกษาและเป็นแนวทางในการจัดการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อศึกษาความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
ขอบเขตของการวิจัย
1. ประชากร คือ นักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่ลงทะเบียนเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ภาคเรียนที่ การศึกษา 2568 จำนวน 16 คน
2. ในการวิจัยครั้งนี้ มุ่งศึกษาความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต โดยใช้ขอบเขตของการศึกษา ดังนี้
2.1 ด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน
2.2 ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน
2.3 ด้านเนื้อหาวิชา
2.4 ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก
2.5 ด้านวิธีการสอน
2.6 ด้านการวัดและประเมินผล
วิธีดำเนินการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่ลงทะเบียนเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ภาคเรียนที่ 2 การศึกษา 2568 จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย
ตอนที่ 1 รายละเอียดเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจคำตอบ(Check list)
ตอนที่ 2 รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
ที่ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการ เป็นแบบ ตรวจคำตอบ (Check list)
ตอนที่ 3 รายละเอียดเกี่ยวกับความต้องการ ในการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
ของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมเป็นแบบประเมินค่า (Rating scale) 5 ระดับ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาในด้านต่างๆ ดังนี้
1. ด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน
2. ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน
3. ด้านเนื้อหาวิชา
4. ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก
5. ด้านวิธีการสอน
6. ด้านการวัดและประเมินผล
การสร้างเครื่องมือ
ในการสร้างแบบสอบถาม เพื่อนำไปเก็บข้อมูลจากประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีวิธีดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. ศึกษาวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อกำหนดข้อความเพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ในการวิจัย
2. ศึกษาเกี่ยวกับความต้องการของนักศึกษา ในการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตโดยทำแบบสอบถามแบบปลายเปิดให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการในการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
3. ศึกษาทฤษฎี เอกสาร ตำรา งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้อง
4. สร้างแบบสอบถามเพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาในด้านต่างๆ คือ วัตถุประสงค์ของการเรียน คุณลักษณะของครูผู้สอน เนื้อหาวิชา ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก วิธีการสอนการวัดและประเมินผล
5. นำแบบสอบถามที่สร้างมาปรับปรุงแก้ไข หลังจากนั้นนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงเฉพาะหน้าจำนวน 3 ท่าน
6. หลังจากผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้วนำแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างการเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีวิธีดำเนินการในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้
1. แจกแบบสอบถามให้กับนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่ลงทะเบียนเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ภาคเรียนที่ 2 การศึกษา 2568 ในชั่วโมงเรียนและเก็บกลับคืนใช้เวลาประมาณ 30 นาที
2. นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาทำการวิเคราะห์ทางสถิติ
การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
1. ค่าร้อยละ (Percentage) ใช้อธิบายข้อมูลลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง
2. ค่าเฉลี่ย ( x ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ใช้อธิบายถึงข้อมูลลักษณะทั่วไปของประชากรรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ที่ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการ ในการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต นักศึกษาวิทยาลัยพณิชยการบางนาในแต่ละด้าน
สรุปผลการวิจัย
1. รายละเอียดเกี่ยวกับสถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย100% คือ ร้อยละ 100
2. รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความต้องการให้เปิดวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเป็นวิชาเลือกเสรี(ร้อยละ 91.2) จำนวนหน่วยกิตที่ต้องการเรียนคือ 1 หน่วยกิต (ร้อยละ 44.9) ต้องการให้เปิดสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตในภาคเรียนต้น (ร้อยละ 59.5) มีจุดมุ่งหมายที่ลงเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต คือ ต้องการผ่อนคลายจิตใจ (ร้อยละ 37.6) ช่วงเวลาที่ต้องการให้มีการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตในช่วงเวลามากที่สุดคือ เวลา 13.00-15.00 น. (ร้อยละ 36.1)กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 43.9)
3. ความต้องการของวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
3.1 ด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับมาก (ร้อยละ 36.1) กลุ่ม
ตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 43.9) โดยมีความต้องการเกี่ยวกับ เพื่อให้รู้จักการเข้าสังคมได้มิตรภาพ ( x =4.20) รองลงมาเกี่ยวกับเพื่อสร้างเสริมบุคลิกภาพ( x =4.16) และเพื่อพัฒนาทักษะ ( x =4.09)
3.2 ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการเกี่ยวกับ ต้องการครูที่ดูแลเอาใจใส่ให้ความสนใจต่อนักศึกษา ( x =4.50) รองลงมาเกี่ยวกับมีวิธีการ หรือเทคนิคสอนที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน ( x =4.48) และมีบุคลิกภาพดี( x =4.46)
3.3 ด้านเนื้อหาวิชา พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการเกี่ยวกับ พื้นฐานวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
3.4 ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการเกี่ยวกับ มีแสงสว่างเพียงพอ ( x =4.49) รองลงมาเกี่ยวกับ ควรมีห้องขนาดใหญ่พร้อมกระจกที่สามารถมองการปฏิบัติได้อย่างเพียงพอ ( x =4.48) และห้องเรียนมีความสะอาดปราศจากกลิ่น ( x =4.37)
3.5 ด้านวิธีการสอน พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความต้องการเกี่ยวกับ สอนโดยใช้VCD, CD ประกอบการสอนโดยครูเป็นผู้นำ ( x =3.50) รองลงมาเกี่ยวกับ สอนเต้นก่อนจนสามารถทำได้แล้วค่อยสอนฟังดนตรี( x =3.49) และสอนจากส่วนย่อยก่อนแล้วไปส่วนรวม ( x =3.40)
3.6 ด้านการวัดและประเมินผล พบว่า มีความต้องการอยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการเกี่ยวกับควรมีแบบประเมินที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้( x =4.32) รองลงมาเกี่ยวกับ ควรพิจารณาการเข้าชั้นเรียน ( x =4.18)และควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และต้องการให้มีการสอบแก้ตัวได้อย่างน้อย 2 ครั้ง ( x =4.14) 3.86 3.77 3.4 4.41 4.13 3.88 0 1 2 3 4 5 ค่าเฉลี่ยรายการทดสอบ ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านวัตถุประสงค์การเรียน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านการวัดและประเมินผลด้านวิธีการสอน ค่าเฉลี่ยของการทดสอบภาพแสดง การเปรียบเทียบความต้องการด้านต่างๆ ในการเรียนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
อภิปรายผล
จากการศึกษา ความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ด้านวัตถุประสงค์การเรียน ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านบรรยากาศอุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านวิธีสอน และ ด้านการวัดและประเมินผล ผลวิจัยสามารถนำมาวิจารณ์ในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ความต้องการด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน โดยส่วนรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ( x =3.88) วัตถุประสงค์ที่ต้องการอันดับแรกคือ รู้จักเข้าสังคม และได้มิตรภาพ รองลงมา คือ เสริมสร้างบุคลิกภาพ และพัฒนาทักษะการเต้นลีลาศ อาจจะเป็นเพราะว่า วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตเป็นวิชาหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันที่พบปะสังสรรค์ มีการใช้กิจกรรมสื่อในการเข้าสังคม ทำให้มีโอกาสได้รู้จักคนเพิ่มมากขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ทำให้สุขภาพพลานามัยดี ซึ่งสอดคล้องกับ พิชิต ภูติจันทร์(2549:3-4) ได้กล่าวไว้ว่า กิจกรรมที่ช่วยให้รู้จักการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคม มีเพื่อน และสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เสริมสร้างบุคลิกภาพด้านการเคลื่อนไหวให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น และช่วยพัฒนาทักษะทางกลไกให้ดียิ่งขึ้น และยังสอดคล้องกับ รังสฤษฏ์ บุญชะลอ (2542: 9) และ บุญส่ง โกสะ (2547:2-3) ได้กล่าวถึงความมุ่งหมายพอสรุปไว้ว่า เพื่อให้มีมนุษยสัมพันธ์เข้ากับสังคมได้ดีมีบุคลิกภาพในด้านการเคลื่อนไหวสวยงามสง่าขึ้น และสามารถลีลาศในท่าเบื้องต้นได้ ท่าทางถูกต้องตามแบบ และเข้ากับจังหวะดนตรีได้ดี
2. ความต้องการด้านคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอน โดยส่วนรวมพบอยู่ในระดับมาก ( x =4.41) คุณลักษณะของครูผู้สอนที่ต้องการอันดับแรก คือ ครูที่ดูแลเอาใจใส่ให้ความสนใจต่อนิสิต รองลงมาคือ ครูที่มีวิธีการ หรือเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน และครูที่มีบุคลิกภาพดี อาจจะเป็นเพราะว่าครูผู้สอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตเป็นผู้ที่จะถ่ายทอดความรู้ และทักษะให้แก่นักศึกษา ซึ่งครูผู้สอนควรมีคุณลักษณะของครูที่ดี เพื่อทำให้นักศึกษาเกิดความเชื่อถือ และเชื่อฟังเพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับ วิไล ตั้งจิตสมคิด (2538: 22) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของครูที่ดีไว้ว่าครูจะต้องสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่น่าสนใจและผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่เรียนและมีบุคลิกภาพที่ดีนอกจากนี้ วรศักดิ์ เพียรชอบ (2548: 198-205) ได้กล่าวว่า ครูพลศึกษาที่ดีต้องมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีบุคลิกภาพและสุขภาพที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์
3. ความต้องการด้านเนื้อหาวิชา โดยส่วนรวมพบอยู่ในระดับมาก ( x =3.86) เนื้อหาวิชาที่ต้องการ
อันดับแรกคือ อาจจะเป็นเพราะว่านักศึกษามีความสนใจจริง และนิสิตไม่มีพื้นฐาน
4. ความต้องการด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยส่วนรวมพบอยู่ในระดับมาก ( x =4.13) บรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการอันดับแรก คือ มีแสงสว่างเพียงพอ รองลงมาคือ มีห้องขนาดใหญ่ พร้อมกระจกที่สามารถมองการปฏิบัติได้อย่างเพียงพอและห้องเรียนมีความสะอาดปราศจากกลิ่น อาจจะเป็นเพราะว่า ในการเรียนการสอนพลศึกษานั้นอุปกรณ์และสถานที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสอน ซึ่งจะทำให้นักศึกษาได้บรรยากาศ มีสถานที่เพียงพอ สะดวกในการฝึกปฏิบัติจริง และเห็นตัวเองขณะฝึกซ้อมในห้องที่มีกระจก ซึ่งสอดคล้องกับ รวีวรรณ ชินตระกูล(2540: 19) ได้กล่าวว่า ห้องเรียนควรมีความกว้างพอเหมาะกับจำนวนนักศึกษา มีช่องลม ประตูหน้าต่าง เป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของบริเวณพื้นที่ทั้งหมดของห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวางบังแสงแดดและอากาศแสงสว่างภายในห้องเรียนต้องพอเหมาะ ไม่จ้าเกินไปหรือน้อยเกินไป มีความเข้มของแสงสว่างสมํ่าเสมอทั่วทั้งห้อง มีการระบายอากาศที่ดีเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ระบายก๊าซที่ไม่ต้องการ ควัน กลิ่น และฝุ่นละอองออกไป นอกจากนี้ พิศมัย ถีถะแก้ว (ม.ป.ป.: 155-156) ได้กล่าวว่า ขนาดของห้องเรียน ควรมีความเหมาะสมกับขนาดของนักเรียนในห้อง ห้องเรียนควรจัดอย่างมีระเบียบสะอาด เรียบร้อย ไม่มีเสียงดังหรือกลิ่นสกปรกรบกวน อากาศถ่ายเทสะดวก และแสงสว่างเพียงพอ และการจัดห้องเรียนควรคำนึงถึงพัฒนาการของนักศึกษา และประโยชน์ในการเรียนการสอนให้มากที่สุด
5. ความต้องการด้านวิธีการสอน โดยส่วนรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง ( x =3.40) วิธีการสอนที่ต้องการอันดับแรก คือ สอนโดยใช้VCD, CD ประกอบการสอนโดยครูเป็นผู้นำ การสอนโดยใช้VCD VCD, CD ประกอบการสอนโดยครูเป็นผู้นำ เป็นการสอนที่ดีสามารถทำให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และประหยัดเวลาในการอธิบายทักษะย่อยต่างๆ เพราะเมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อที่ครูได้นำเสนอเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและให้รายละเอียดของวิชา ให้ผู้เรียนได้รับทราบเพื่อนำไปสู่การฝึกฝนและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและสามารถเปิดดูซ้ำได้ถ้าไม่เข้าใจ ซึ่งสอดคล้องกับ วรศักดิ์ เพียรชอบ (2548: 274-291) ได้กล่าวว่า การสอนโดยใช้VCD VCD, CD ประกอบการสอนโดยครูเป็นผู้นำ เป็นวิธีการสอนที่สามารถประหยัดเวลาและใช้ได้ดีในการเรียนการสอนวิชาพลศึกษามากกว่าวิธีการสอนแบบบรรยาย เพราะว่าเป็นวิธีการสอนที่สามารถได้ยินจากหูและเห็นด้วยตา โดยเฉพาะทักษะต่างๆ ในการเคลื่อนไหว เป็นการช่วยให้นักเรียนได้เห็นและเข้าใจในสิ่งที่ครูต้องการให้นักเรียนนำไปปฏิบัติ
6. ความต้องการด้านการวัดและประเมินผล โดยส่วนรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก ( x =3.77) การวัดและประเมินผลที่ต้องการอันดับแรกคือ มีแบบประเมินที่เที่ยงตรง เชื่อถือได้ รองลงมาคือ พิจารณาการเข้าชั้นเรียน และควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล อาจจะเป็นเพราะว่า การวัดและประเมินผลเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอน และมีส่วนในการตัดสินผลการเรียนของนักศึกษา จึงทำให้นักศึกษาให้ความสนใจและต้องการวิธีการต่างๆ ในการวัด และประเมินผลที่มีความหลากหลาย และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ซึ่งในการวัดและประเมินผลนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรมีแบบประเมินหรือแบบทดสอบที่ดีมีความเที่ยงตรง และเชื่อถือได้ สอดคล้องกับ สมาพร เกาะแก้ง (2550: 37) ได้สรุปไว้ว่า แบบทดสอบที่ดีต้องมีความเที่ยงตรง มีความเชื่อมั่น มีความเป็นปรนัย แบบทดสอบต้องมีความสะดวกในการใช้และมีประโยชน์ในการใช้ตามวัตถุประสงค์ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และยังสอดคล้องกับ ทิพาภรณ์ วงศ์ศรีรัตน์(2550: 48) ได้สรุปว่า แบบทดสอบที่ดีต้องมีลักษณะประหยัด มีความน่าสนใจ มีอำนาจจำแนกสู่ ประโยชน์ มีคุณค่าในการพัฒนา มีความเที่ยงตรง มีความเชื่อมั่น มีความเป็นปรนัย และเกณฑ์ปกติ นอกจากนี้ในการกำหนดเกณฑ์ในการวัดและประเมินผลสิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากการวัดและประเมินผลในด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ คุณธรรมจริยธรรม และสมรรถภาพทางกายแล้วครูผู้สอนควรพิจารณาในส่วนของความแตกต่างระหว่างบุคคลร่วมด้วย สอดคล้องกับ วิสูตร กองจินดา (2530:86) ได้กล่าวว่า การเรียนรู้กิจกรรมพลศึกษาจะได้ผลดี ครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล อัตราการเรียนของเด็ก
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย
จากการวิจัย พบว่า ความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม ที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต อยู่ในระดับมาก คือ ด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน ด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน ด้านเนื้อหาวิชา ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ส่วนในด้านวิธีการสอนนั้นมีความต้องการอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งผู้วิจัยมีแนวทางเสนอให้วิทยาลัยการอาชีพนครปฐมในการพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต ดังนี้
1. ความต้องการด้านวัตถุประสงค์ของการเรียน ครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้การเข้าสังคม มีความเป็นมิตร และส่งเสริมให้มีบุคลิกภาพที่ดี
2. ความต้องการด้านคุณลักษณะของครูผู้สอน ครูผู้สอนควรให้ความสนใจ ดูแลเอาใจใส่ต่อนักศึกษาอย่างเท่าเทียม และเสมอภาคกัน
3. ด้านเนื้อหาวิชา ครูผู้สอนควรจัดการเรียนให้มีการกำหนดเนื้อหาวิชาวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต
4. ด้านบรรยากาศ อุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก ครูผู้สอนควรจัดสถานีที่ใช้ในเรียน โดยให้แสงสว่างอย่างเพียงพอ มีห้องขนาดใหญ่ พร้อมกับมีกระจกที่สามารถมองการปฏิบัติได้อย่างทั่วถึง
5. ด้านวิธีการสอน ครูผู้สอนควรจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตโดยใช้วิธีการสอนที่มีความ
หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน อาทิเช่น ใช้สื่อการสอนประเภท CD, VCD ประกอบการสอน สอนการเต้นก่อนแล้วค่อยสอนการฟังดนตรี เป็นต้น
6. ด้านการวัดและประเมินผล ครูผู้สอนควรกำหนดรูปแบบกระบวนการวัดและประเมินผล
โดยให้มีแบบประเมินที่เที่ยงตรงเชื่อถือได้ มีการพิจารณาการเข้าชั้นเรียน ควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และควรให้มีการสอบแก้ตัวได้อย่างน้อย 2 ครั้ง
7. จากข้อสรุปทั้ง 6 ด้านที่เกี่ยวกับความต้องการของนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพนครปฐมที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน วิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตทางภาควิชาพลศึกษาควรมีบทบาทหน้าที่ นำเสนอข้อค้นพบดังกล่าว โดยการแจ้งให้ครูผู้สอน หรือผู้บริหารได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิตให้ตรงตามความต้องการของนักศึกษา
เอกสารอ้างอิง
บุญส่ง โกสะ. (2547). กรุงเทพมหานคร : สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พิชิต ภูติจันทร์. (2549). กรุงเทพมหานคร: โอเดียร์สโตร์.
พิสมัย ถีถะแก้ว. (ม.ป.ป.). หลักสูตรประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
รวีวรรณ ชินตระกูล. (2540). การศึกษากระบวนการสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์.
รังสฤษฏ์ บุญชะลอ. (2542). ประวัติวิชานันทนาการเพื่อคุณภาพชีวิต. พิมพ์ครั้งที่3. กรุงเทพมหานคร: สกายบุ๊กส์.
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2548). รวมบทความเกี่ยวกับปรัชญา หลักการ วิธีสอนและการวัดเพื่อประเมินผลทางพลศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไล ตั้งจิตสมคิด. (2538). กระดานดำแห่งความรู้. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์
วิสูตร กองจินดา. (2530). การจัดและบริหารพลศึกษาในโรงเรียน. ภาควิชาพลศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สมาพร เกาะแก้ง. (2550). การสร้างแบบทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอลสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3โรงเรียนราชนันท์ทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์__