ชื่อผู้วิจัย : นายสมเจตน์ ผิวนวล
โรงเรียน : โรงเรียนมัธยมเทศบาลวัดท่าแพ
ปีที่ประเมิน : 2567 - 2568
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ1) ศึกษาข้อมูลสำหรับการพัฒนาการนิเทศตามรูปแบบ TAPAER Model โดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศ ฯ 3) ศึกษาผล การใช้รูปแบบการนิเทศฯ และ 4) ประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศฯ โดยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียน โรงเรียนมัธยมเทศบาลวัดท่าแพ เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสนทนากลุ่ม แบบประเมิน เก็บรวบรวมโดยนำข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสนทนากลุ่ม มาพัฒนารูปแบบการนิเทศฯ นำไปทดลองใช้ เก็บข้อมูล และสรุปผล โดยการวิเคราะห์ทางสถิติ และวิเคราะห์เนื้อหา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา
ผลการวิจัย พบว่า
1. โรงเรียนมัธยมเทศบาลวัดท่าแพ มีระดับการปฏิบัติปัจจุบันด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และการพัฒนาครู โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X ̅ = 3.31, S.D. = .31) และมีความต้องการพัฒนาโดยรวมอยูในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.58, S.D. = .24)
2. ได้รูปแบบการนิเทศ ฯ 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ระบงานและกลไกของรูปแบบ TAPAER Model ประกอบด้วย (1) การกำหนดเป้าหมาย (2) การวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ (3) การวางแผน และ การออกแบบการนิเทศ (4) การปฏิบัติการนิเทศ (5) การประเมินผลการนิเทศ (6) การปรับปรุง และพัฒนา 4) วิธีการดำเนินงานของรูปแบบ 5) การประเมินผลรูปแบบ 6) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้
3. ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ พบว่า 1) ครูที่ได้รับการนิเทศมีความสมารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หลังการใช้รูปแบบการนิเทศสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบการนิเทศฯ 2) นักเรียนมีทักษะการคิดอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.58, S.D. = .48) ทักษะการแก้ปัญหา อยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.54, S.D. = .49) และทักษะการใช้เทคโนโลยีอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.60, S.D. = .46) 3) ครูมีคุณลักษณะความเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.56, S.D. = .35)
4. ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศฯ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X ̅ = 4.61, S.D. = .44)