ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู โรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย )

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครู

โรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย )

ผู้วิจัย นางพวงรัตน์ เจดีย์รัตน์ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

ปีการศึกษา 2567

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) 2)เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย ) 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย ) 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย )กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูผู้สอนและนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 4 ( บ้านแหลมทราย )ได้แก่ ครูผู้นิเทศจำนวน 9 คน และครูผู้รับการนิเทศ จำนวน 30 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 จำนวน 384 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบแบบสอบถามแบบสังเกต และการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า Wilcoxon Signed Ranks Test ค่า t – test แบบ dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) สังกัดเทศบาลนครสงขลา จากการศึกษาวิเคราะห์ความสำคัญ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการนิเทศและการศึกษาสภาพการนิเทศภายในโรงเรียน การวิเคราะห์นโยบาย เป้าหมายในการพัฒนาครู ด้านสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน พบว่า การวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและสภาพที่คาดหวังเกี่ยวกับสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียน พบว่า สมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย)ยังไม่พัฒนาได้ตามเป้าหมายตามที่โรงเรียนกำหนด กล่าวคือ ครู มีการดำเนินการวิจัยแต่ทำเพื่อให้มีผลงานตามนโยบายและเงื่อนไขทางวิชาชีพไม่ได้พัฒนาการเรียนการสอนอย่างแท้จริงครูยังไม่สามารถทำวิจัยที่ถูกต้องด้วยตนเอง และการนิเทศภายในโรงเรียน พบว่า มีการนิเทศการสอนแต่ยังไม่มีการนิเทศในเรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนได้ อย่างเป็นระบบ ดังนั้น ครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) จึงมีความประสงค์ที่จะพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนโดยระบุเป้าหมายและผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ ดังนี้ 1)พัฒนาสมรรถนะการนิเทศภายในโรงเรียนของครูที่ทำหน้าที่เป็นผู้นิเทศ 2)พัฒนาสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูที่ทำหน้าที่เป็นผู้รับการนิเทศ 3)พัฒนาผลการเรียนรู้ของนักเรียน

2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) คือ บีเอสซีโออี “BSCOE Model” โดยมีหลักการการนิเทศ ที่เน้นกระบวนการนิเทศอย่างเป็นระบบ สัมพันธ์กัน โดยคำนึงถึงความแตกต่างของครู ด้านความรู้ความสามารถ และทักษะที่สำคัญ ที่ต้องการพัฒนา โดยใช้วิธีการนิเทศที่ เหมาะสมกับครูแต่ละคน เพื่อให้การนิเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการนิเทศของครูผู้นิเทศ และส่งเสริมสมรรถนะการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับการนิเทศที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย) ประกอบด้วยกระบวนการนิเทศ คือ 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างทีมงาน Build a team : B ขั้นตอนที่ 2 การประสานความสัมพันธ์ Strenthen Relationship : S ขั้นตอนที่ 3 การสร้างสรรค์ความรู้ Create Knowledge : C ขั้นตอนที่ 4 การดำเนินงาน Operations : O และ ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลการนิเทศ Evaluation: E โดยมีการกำกับ ติดตาม อย่างต่อเนื่องทุกขั้นตอนเพื่อให้การดำเนินการนิเทศเกิดประสิทธิภาพ และองค์ประกอบด้านเงื่อนไขในการนำรูปแบบไปใช้และผลการตรวจสอบความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี ความเป็นไปได้ และความสอดคล้องของรูปแบบการนิเทศแบบ โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่าความสมเหตุสมผลเชิงทฤษฎี มีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ เท่ากับ 1.00 ความเป็นไปได้ของรูปแบบ มีค่าดัชนี ความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 – 1.00 และความสอดคล้องของรูปแบบมีค่าดัชนีความสอดคล้องรายข้อ ระหว่าง 0.80 – 1.00 ทั้งนี้เนื่องมาจากขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโรงเรียนมีกระบวนการที่เป็นระบบมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันทุกองค์ประกอบ

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านแหลมทราย)สรุปได้ ดังนี้

3.1 สมรรถนะในการนิเทศของครูผู้นิเทศ หลังการใช้รูปแบบการนิเทศ โดยภาพรวม พบว่า ครูผู้นิเทศ มีสมรรถนะในการนิเทศอยู่ ในระดับสูงมาก ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 3.1 ที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาสมรรถนะในการนิเทศตามวิธีการนิเทศ พบว่า ครูผู้นิเทศแบบพัฒนาตนเอง และแบบให้คำปรึกษา มีสมรรถนะในการนิเทศ อยู่ในระดับสูงมาก และครูผู้นิเทศ แบบเพื่อนช่วยเพื่อนมีสมรรถนะในการนิเทศ อยู่ในระดับสูง

3.2 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับการนิเทศ พบว่า ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการนิเทศ ครูผู้รับการนิเทศมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนิเทศ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 3..2 ที่กำหนดไว้ โดยหลังการใช้รูปแบบการนิเทศ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศ

3.3 สมรรถนะในการทำวิจัยในชั้นเรียน ของครูผู้รับการนิเทศ พบว่า ครูผู้รับการนิเทศ มีสมรรถนะในการทำวิจัยในชั้นเรียนอยู่ในระดับสูงมาก ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 3.3 ที่กำหนดไว้ หลังการใช้รูปแบบการนิเทศสมรรถนะในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้รับการนิเทศ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศ

3.4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เกิดจากการทำวิจัยในชั้นเรียน ของครูผู้รับการนิเทศ พบว่า ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการนิเทศ นักเรียนมีผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ยอมรับสมมติฐานการวิจัยข้อ 3.4 ที่กำหนดไว้โดยหลังการใช้รูปแบบการนิเทศนักเรียนทุกระดับชั้น ทุกห้อง มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบการนิเทศ

4. ความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่มีต่อรูปแบบการนิเทศ พบว่า ครูผู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศ อยู่ในระดับมากที่สุด ยอมรับสมมติฐานการวิจัย ข้อ 4 ที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ครูผู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ คือ ลำดับที่ 1 ด้านกระบวนการนำรูปแบบไปใช้ ลำดับที่ 2 ด้านผลของการใช้รูปแบบ และลำดับที่ 3 ด้านองค์ประกอบของรูปแบบ ทั้งนี้จากการสอบถามความพึงพอใจพบว่า องค์ประกอบของรูปแบบการนิเทศ ทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสม และสอดคล้องซึ่งกันและกัน กระบวนการนิเทศมีความต่อเนื่องและสัมพันธ์กันในแต่ละขั้นตอนถือเป็นกระบวนการที่มีประโยชน์มากในการพัฒนาครูและคุณภาพผู้เรียน ส่วนเงื่อนไขในการนำรูปแบบไป ใช้นั้นเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการนำรูปแบบการนิเทศไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะเงื่อนไขของครู ที่มีความมุ่งมั่น จริงใจในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ด้วยความเต็มใจ ร่วมมือกันมีความรับผิดชอบในการทำงาน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก รวมทั้งผู้บริหารมีความตระหนักถึงความสำคัญของการนิเทศ ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ สื่อ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครู เป็นการส่งเสริมให้ครูเกิดการพัฒนาทั้งทางด้านการนิเทศและการทำวิจัยในชั้นเรียน

โพสต์โดย somjit : [17 ก.พ. 2569 (12:57 น.)]
อ่าน [2070] ไอพี : 1.4.198.172
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,258 ครั้ง
เปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรง
เปิดศักราช 2559 ต้อนรับ "AEC" จุดเปลี่ยนอาเซียนสู่ก้าวใหม่ "ค้าบริการ-นวัตกรรม"มาแรง

เปิดอ่าน 23,858 ครั้ง
ประโยชน์ของมะระ
ประโยชน์ของมะระ

เปิดอ่าน 34,388 ครั้ง
ไขปัญหาเกี่ยวกับ สถิติ วัดผล และวิจัย ตอนที่ 1
ไขปัญหาเกี่ยวกับ สถิติ วัดผล และวิจัย ตอนที่ 1

เปิดอ่าน 72,818 ครั้ง
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560

เปิดอ่าน 19,162 ครั้ง
5 วิธีทำให้รวยเร็ว
5 วิธีทำให้รวยเร็ว

เปิดอ่าน 11,922 ครั้ง
IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด
IE8 ครองตำแหน่งบราวเซอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุด

เปิดอ่าน 552 ครั้ง
เทคนิคการกู้เงินออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เทคนิคการกู้เงินออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เปิดอ่าน 13,704 ครั้ง
4 อาหารสลายพุง
4 อาหารสลายพุง

เปิดอ่าน 23,793 ครั้ง
วิธีปฐมพยาบาล เมื่อของติดคอเด็ก
วิธีปฐมพยาบาล เมื่อของติดคอเด็ก

เปิดอ่าน 3,667 ครั้ง
5 วิธีง่ายๆ! ช่วยหยุดทานอาหารด้วยความเครียด
5 วิธีง่ายๆ! ช่วยหยุดทานอาหารด้วยความเครียด

เปิดอ่าน 23,817 ครั้ง
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก

เปิดอ่าน 16,872 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มีนาคม 2552

เปิดอ่าน 44,931 ครั้ง
ลายมือนักธุรกิจ
ลายมือนักธุรกิจ

เปิดอ่าน 23,000 ครั้ง
เหรียญกล้าหาญ
เหรียญกล้าหาญ

เปิดอ่าน 18,631 ครั้ง
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก

เปิดอ่าน 11,482 ครั้ง
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เปิดอ่าน 5,926 ครั้ง
พกมือถือในกระเป๋ากางเกง หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกดี?
พกมือถือในกระเป๋ากางเกง หันหน้าเข้าหรือหันหน้าออกดี?
เปิดอ่าน 185 ครั้ง
สรรพคุณใบฝรั่ง ที่ควรรู้ พร้อมการนำมาใช้ในภูมิปัญญาไทย
สรรพคุณใบฝรั่ง ที่ควรรู้ พร้อมการนำมาใช้ในภูมิปัญญาไทย
เปิดอ่าน 19,619 ครั้ง
จิตรกรรมและศาสนา
จิตรกรรมและศาสนา
เปิดอ่าน 17,691 ครั้ง
กินถั่วฝักยาวเยอะๆดีต่อสุขภาพ
กินถั่วฝักยาวเยอะๆดีต่อสุขภาพ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ